546.jpg
ศธ.จัดงาน'สามัคคีแฟร์ 2018'ที่ลอนดอน จุดประกายความคิดสร้างสรรค์-วิจัย-Start up

ศธ.จัดงาน'สามัคคีแฟร์ 2018'ที่ลอนดอน จุดประกายความคิดสร้างสรรค์-วิจัย-Start up

วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.15 น.

12 ก.พ.61 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 (ตามเวลา ณ กรุงลอนดอน) ณ วิทยาลัยอิมพีเรียล ลอนดอน (Imperial London College) วิทยาเขตเซาธ์เค็นซิงตัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ พร้อมเยี่ยมชมบูธแนะนำด้านวิชาชีพ Career Fair จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย ในงานการประชุมวิชาการของสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ครั้งที่ 10 “งานสามัคคีแฟร์ 2018: Samaggi Fair” ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ร่วมกับ สามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ (Samaggi Samagom) และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในสหราชอาณาจักร สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จัดขึ้น

ด้าน นายธนชาติ คุจารีวณิช สภานายกสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ คนที่ 117 กล่าวรายงานว่า การจัด “งานสามัคคี แฟร์ 2018” หรือ Samaggi Fair 2018 ในครั้งนี้ ว่า ถือเป็นการจัดงาน Career Fair ครั้งแรกควบคู่กับการประชุมวิชาการในหัวข้อ "สังคมบนฐานแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน" ซึ่งยังคงจัดงานภายใต้วิสัยทัศน์หลักของสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผู้ทรงก่อตั้งสามัคคีสมาคมให้เป็นศูนย์รวมของเหล่านักศึกษาไทยในสหราชอาณาจักร เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน


โดยงานในปีนี้ มุ่งเน้นนโยบาย "ประเทศไทย 4.0"  เปิดเวทีให้นักศึกษาไทยในสหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมงานกว่า 500 คน (60% เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโททั้งแผนการเรียนวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์) ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนทัศนะ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างองค์ความรู้ทางด้านวิชาการและโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย ตลอดจนกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และริเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการแข่งขัน Start up ผ่านกิจกรรมภายในงานที่จัดขึ้นหลากหลายรูปแบบ อาทิ การสัมมนาวิชาการ, การบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิ, การเสนอแนวคิดผลงานวิจัยโดยนักศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการชี้แนะด้านวิชาชีพจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการกลับมาทำงานเพื่อประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมความคิดริเริ่มการวิจัยและนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 อาทิ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, กองบัญชาการกองทัพไทย, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P. Group), กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และ Teach for Thailand 

ซึ่งขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและบริษัทชั้นนำของประเทศไทย และเพื่อน ๆสมาคมนักศึกษาไทยจากทั่วราชอาณาจักรที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน Samaggi Fair 2018 เพื่อให้นักเรียนไทยได้พบปะกับผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก่อนเริ่มงานด้วย

ส่วน นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน กล่าวว่า การจัดงานสามัคคี แฟร์ 2018 ว่าได้รับการตอบรับจากนักเรียนไทยและบริษัทภาคเอกชนของประเทศไทยอย่างดียิ่ง โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงาน คือนักเรียนไทยที่นี่ทุกคนจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งวางแผนการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต ด้วยกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากศักยภาพ ขีดความสามารถและพรสวรรค์ของนักเรียนนักศึกษาเอง ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าอนาคตของประเทศไทยอยู่ที่นักศึกษาไทยทุกคน ที่จะนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ส่วนภาครัฐจะร่วมมือกับเครือข่ายของสามัคคีสมาคมฯ เพื่อขยายการจัดงานไปยังประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปในครั้งต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาไทยในยุโรปได้เข้าร่วมงานดี ๆ เช่นนี้ด้วยตนเอง หรือผ่านทางช่องทางอื่นในกรณีไม่สามารถเข้าร่วมได้ อาทิ การสัมภาษณ์ผ่าน Skype, การส่งประวัติส่วนตัวให้บริษัทพิจารณา เป็นต้น 

ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ รมว.ศธ.กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งปัจจุบันคำว่า 4.0 มีความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษาไทย จึงขอฝากแนวคิดเกี่ยวกับการจะไปถึงไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น ต้องรู้ที่มาของคำว่า 4.0 ก่อน ซึ่งมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี ค.ศ.2011 ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้มากขึ้น สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมมีวิวัฒนาการตามลำดับ คือ ครั้งแรก (1st Industrial Revolution) เป็นการปฏิวัติกลไก (Mechanical) นำเครื่องจักรไอน้ำมาเป็นเครื่องทุ่นแรง จากนั้นในครั้งที่ 2 (2nd Industrial Revolution) ได้นำระบบไฟฟ้า (Electrical) เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรม และในครั้งที่ 3 (3rd Industrial Revolution) ด้วยการมีระบบดิจิทัล (Digital) เช่นนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ ทำให้เกิดการประมวลผลที่รวดเร็วขึ้นและเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด นำไปสู่การปฏิวัติครั้งที่ 4 (4th Industrial Revolution) เน้นการบูรณาการ (Integral) ไม่ว่าจะเป็น Internet of Things, Robotics, Automation เป็นต้น 

“การก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยสรุปก็คือการสร้างและคิดค้นนวัตกรรมหรือสิ่งใหม่ ๆ บนฐาน Mindset แบบ 4.0 (Integral) เน้นใช้ "หลักบูรณาการ" ศาสตร์ต่าง ๆ ควบคู่กับหลักนิติธรรม (The Rule of Law) นำมาปรับใช้ในการบริหารและการดำรงชีวิต ที่สำคัญคืออาจไม่จำเป็นต้องเป็น 4.0 ทั้งหมด แต่นวัตกรรมเหล่านั้นต้องมีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม Mindset ของแต่ละยุคจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ Mindset ของยุค 1.0 (Ego-centric) ยึดตนเองเป็นหลัก, ยุค 2.0 (Group-centric) เน้นหลักเกณฑ์ และยุค 3.0 (World-centric) ให้ความสำคัญกับหลักการ

“การจัด งานสามัคคี แฟร์ 2018 ครั้งนี้ ถือเป็นมิติที่สำคัญมาก ที่ผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนจะได้ร่วมมือกัน และเป็นการให้ความสำคัญกับผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ และหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะรายงานผลการจัดงานฯ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ พร้อมจะเสนอให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาไทยในต่างประเทศ เพื่อกลับมาฝึกงานในสาขาที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ที่จะเป็นการนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้และหาแนวทางพัฒนาการทำงานในประเทศต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว และว่า

ในส่วนของนักเรียนไทย ณ ที่นี้ ที่จะกลับไปทำงานที่ประเทศไทย ขอฝากแนวคิดเกี่ยวกับการปรับตัวรองรับการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ และข้อบังคับต่าง ๆ ของทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และสิ่งสำคัญในโลกของการทำงานก็คือ ส่วนหนึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถทางสติปัญญา (IQ) แต่การจะดำรงอยู่ในหน้าที่และรักษาการทำงานไว้ได้นั้น ต้องมีสติปัญญาควบคู่กับความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) รวมทั้งมีความสามารถในการสื่อสารได้อย่างตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพ และท้ายสุดนี้ขอให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ทั้งในเรื่องของการเรียนและการทำงานในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top