วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล อธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะผู้บริหารกรมการข้าว และกลุ่มเกษตรกรชุมชนบ้านสะพานยี่หน อ.เมือง จ.เพชรบุรี (วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวอนุรักษ์วิถีไทยไร่ส้ม) เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์งานเทศกาลข้าวไทย 2561 (Thai Rice Festival 2018)
สำหรับกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานเทศกาลข้าวไทย 2561 หรือ “ROAD SHOW” ได้นำตัวอย่างสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านระบบการผลิตข้าวมาตรฐาน Q ข้าวอินทรีย์ ข้าว GI ข้าว GAP ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่มาร่วมจำหน่ายภายในงานเทศกาลข้าวไทย 2561 (Thai Rice Festival 2018) ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ความสุขจากท้องนา หรรษาสู่เมืองกรุง” ระหว่างวันที่ 19 – 24 ธันวาคม 2561 ณ ลานคนเมือง ด้านหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เวลา 10.00 – 22.00 น.
นอกจากนี้ ยังได้นำกลุ่มเกษตรกรชุมชนบ้านสะพานยี่หน กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการอนุรักษ์วิถีการทำนาตามบรรพบุรุษ ณ ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี มาสาธิต “ตำข้าวเม่า” ด้วยครกโบราณ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและร่วมตำข้าวเม่ากับเกษตรกร โดยข้าวที่นำมาตำนั้นเป็นข้าวพันธุ์หอมปทุม ระยะข้าวเต็มเมล็ด (ชื่อภาษาถิ่นเรียกว่า ข้าวลำลา) ปลอดสารพิษ ที่แช่น้ำไว้ 4 – 5 ชั่วโมง มาคั่วกับไฟ แล้วใส่ครกตำอย่างรวดเร็ว นำมาฝัดแยกกาก รับประทานคู่กับมะพร้าวขูด ซึ่งจะมีตัวอย่างของข้าวเม่าพร้อมรับประทานร่วมกับชาใบข้าว
เกษตรกรชุมชนบ้านสะพานยี่หน เป็นกลุ่มชุมชนไทยทรงดำหรือโซ่ง ที่อยู่ก่อนถึงทางเข้าเขาวัง ในเขต อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ที่มีความแตกต่างจากชาวไทยทรงดำที่อื่น เนื่องจากในอดีตกลุ่มชุมชนไทยทรงดำที่บ้านสะพานยี่หน เป็นโซ่งที่มีความประพฤติดีเป็นพิเศษ จนได้รับการคัดเลือกเป็น “เด็กชา” (ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ทำงานรับใช้อยู่ในสังกัดกรมมหาดเล็ก) หามเสลี่ยง ขึ้นลงเขาพระราชวังพระนครคีรี รับใช้ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และทรงไว้วางพระราชหฤทัย จากเบื้องหลังความสำเร็จในการก่อสร้างพระราชวังบนเขาสมนที่เมืองเพชร หรือพระนครคีรี ซึ่งได้เกณฑ์ชาวโซ่งมาเป็นแรงงาน ซึ่งความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษนี้ ทำให้เกษตรกรชุมชนบ้านสะพานยี่หนจึงต้องการที่จะดึงชุมชนที่เปลี่ยนแปลงด้วยกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป ได้กลับเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวไทยทรงดำหรือโซ่งในพื้นที่ ให้กลับมาอนุรักษ์วิถีการทำนาแบบโบราณ และนำประเพณี การละเล่นที่สูญหายไปในอดีตกลับฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง เช่น ประเพณีการโยนข้าวเม่า ที่ทำให้คู่หนุ่มสาวชาวนาได้มาพบกัน จึงเป็นที่มาของการตำข้าวเม่า ที่จะได้นำมาแสดงวิถีชาวนาในกลุ่มของเกษตรกรนี้ ซึ่งจะพบและเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยทรงดำหรือโซ่ง จ.เพชรบุรีนี้ ได้ที่ลานวัฒนธรรม ในงานเทศกาลข้าวไทย 2561
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี