ผู้การอุดรฯ คุมตัวไอ้แอ้ดดี้ฆ่าปู่วัย 72 ปี ไปทำแผนฆ่าที่บ้านเกิดเหตุ ชาวบ้านแห่ดูหน้าหลานคลั่งฆ่าปู่จนล้นหมู่บ้าน แอ้ดดี้เผยมีเรื่องบาดหมางและมีปากเสียงกับปู่คนตายด่าถึงบุพการีฝังใจมานาน สำนึกผิดและขอโทษกับสิ่งที่ทำไป ผู้การเผยประชาชนเป็นห่วงไม่นานคนคลั่งจะออกมา เชื่อศาลตัดสินหนักอยู่แล้ว
วันที่ 8 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอภิชาต อายุ 26 ปีหรือ “แอ้ดดี้” หนุ่มคลั่งยาเสพติดบุกเข้าไปทำร้ายใช้ทั้งมือไม้และมีดทำร้ายร่างกาย สุดท้ายใช้มีดปาดคอนายมงคล อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของย่าของตนเองจนเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี เกิดเหตุเมื่อเวลา 19.50 น.ของวันที่ 7 เม.ย.65 ที่ผ่านมา ไม่ถึง 2 ชม.ตร.สภ.อุดรธานีก็สามารถจับกุมนายแอ้ดดี้ได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านญาติอีกหมู่บ้านซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านเหตุที่นายแอ้ดดี้คลั่งฆ่าปู่เพราะยาเสพติดแท้ๆ
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ตร.ภูธร จ.อุดรธานี พร้อมด้วยตร.ชุดสืบสวน ได้คุมตัวนายแอ้ดดี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านแห่มาดูหน้าจนล้นหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ฯ ต้องกันไว้หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่ฯ ทำแผนประกอบคำสารภาพไม่นานก็รีบคุมตัวไปที่สภ.เมืองอุดรธานี
นางคำพันธุ์ อายุ 83 ปีย่าทวดของยายแอ้ดดี้ที่ถูกนายแอ๊ดดี้ถูกตีหัว เปิดเผยว่า พวกเราญาติๆ ทั้งคนตายและหลานแอ้ดดี้มีบ้านติดกันเป็นเครือญาติ เมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ยายกำลังเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบกับผู้ตายซึ่งเป็นน้องชาย จู่ๆ ยายก็ถูกนายแอ้ดดี้ใช้จอบตีหัว ไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ ซึ่งยายก็เป็นย่าทวดแท้ๆ จู่ ๆ มันก็ใช้จอบมาตีหัวจนเกือบเป็นตายเท่ากัน หลานกำลังจะใช้จอบตีซ้ำ ลูกสาววิ่งมาหาก่อน มันจึงหนีไป ตาโมงเป็นน้องชายยายเพิ่งสึกออกมาไม่ถึงเดือนเลย มาอาศัยอยู่ด้วยสุดท้ายก็มาถูกหลานฆ่าตายคาบ้าน เศร้าใจอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านพากันผวาไปกันหมด บางวันขับรถจยย.รอบบ้าน ตาขึง ต่างคนต่างระวัง ตอนนี้ก็ดีใจที่ตร.ตามจับมันได้ ชาวบ้านจะได้อยู่อย่างปลอดภัยไม่ต้องระแวงกันอีกแล้ว
นายแอ้ดดี้ หลานคลั่งรายนี้ เปิดปากสารภาพว่า สาเหตุที่ฆ่าปู่โมงเพราะถูกปู่ตำหนิด่าทอหลายๆ เรื่องทำให้เก็บกดมานาน จึงเก็บไว้ในใจ จนมาก่อเหตุฆ่าปู่ดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าแล้วเดินไปหาปู่โมงจากนั้นได้มีปากเสียงกันขึ้น จึงหยิบไม้และมีดทำร้ายร่างกายปู่ โดยใช้มือทำร้ายก่อนจากนั้นก็ไม้ตีไปตามร่างกาย แล้วก็ใช้มีดปาดคอปู่โมงจนนอนแน่นิ่งแล้วหลบหนีไป ตอนนี้สำนึกผิดแล้วและอยากขอโทษญาติๆพี่น้องกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป ขออโหสิกรรมให้ผมด้วย
ทางด้าน พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ตร.ภูธร จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่หดหู่ที่เกิดจากปัญหายาเสพติด โดยตร.สภ.เมืองอุดรธานีได้รับแจ้งมีเหตุหลานฆ่าปู่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายอภิชาต หรือ “แอ้ดดี้” ใช้ไม้และมีดทำร้ายร่างกายนายมงคลจนเสียชีวิต แต่ไม่นานตำรวจก็ช่วยกันจับกุมเอาไว้ สำหรับนายแอ้ดดี้แต่ก่อนเคยเป็นทหารและเคยบวชเป็นพระมา 1 พรรษาแล้วมาอยู่บ้านกับแม่และย่า แต่หันไปติดยาเสพติดแล้วก่อเหตุสลดดังกล่าว จากการตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเล็กน้อยและมีเรื่องเสพยาเสพติดด้วย 9i”ได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ประชาชนส่วนใหญ่กังวลกรณีเหตุคนคลั่งคนบ้าที่ฆ่าคนตายติดคุกไม่นานก็ออกมา อยากจะเรียนว่า ตามหลักกฎหมายเราต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีจิตและสติสัมปชัญญะ 100% หรือมีมากน้อยเพียงใดในขณะก่อเหตุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของทางแพทย์ที่จะพิสูจน์ ซึ่งมีเคสตัวอย่างนายอิทธิพลฆ่าน้องผู้หญิง 2 ศพและทำร้ายน้องผู้หญิงอีก 2 รายเคสนี้ศาลได้ตัดสินประหารชีวิตมาแล้ว ส่วนอีกเคสกรณี น้องฟีฟ่าซึ่งเป็นหลานฆ่าปู่ ผลตรวจองแพทย์ที่จ.เลยว่าเจ้าตัวมีอาการจิตประสาท เป็นเหตุให้สำนวนสอบสวนของตร.ต้องยุติลงแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเขารักษาหายป่วยแล้ว เขาต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี