546.jpg
สพฐ.โชว์ความสำเร็จ'คอนเน็กซ์อีดี' ลดความเหลื่อมล้ำ-พัฒนาคุณภาพคนได้

สพฐ.โชว์ความสำเร็จ'คอนเน็กซ์อีดี' ลดความเหลื่อมล้ำ-พัฒนาคุณภาพคนได้

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 12.33 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ว่า นับตั้งแต่ปี 2559 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำ “โครงการโรงเรียนประชารัฐ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับการศึกษาของประเทศไทย โดยมีจุดเน้นพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและหลักสูตร ภาคเอกชน สนับสนุน ด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เสริมทักษะวิชาการ และทักษะอาชีพ และ ภาคประชาสังคม ให้การสนับสนุนเกี่ยวกับกรอบแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา จากนั้นในปี 2563 คณะทำงานโครงการได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการคอนเน็กซ์อีดี” ปัจจุบันมี ภาครัฐ 3  หน่วยงาน ภาคเอกชน 44 หน่วยงาน และภาคประชาสังคม แบ่งกันร่วมพัฒนาโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย รวม 5,567 โรงเรียน ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. 5,544 โรงเรียน

เลขาธิการ สพฐ. กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินโครงการ พบว่า การมีภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มีต้นทุนที่พร้อมมาสนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ามาร่วมและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียน ทำให้เกิดคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย 1.ด้านคุณภาพผู้เรียน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความรู้ มีทักษะด้านอาชีพ มีทักษะการคิด คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถดำรงชีวิตตามบริบทอย่างมีความสุข 2.ด้านผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำ มีการบริหารแบบทีมงาน ส่วนครูพัฒนาตนเองโดยการเข้ารับการศึกษาอบรม จัดกิจกรรมการสอนที่มีรูปแบบหลากหลาย ผู้บริหารและครู นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารและการสอน 3.ด้านหลักสูตรและการสอน นั้น สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรสนองต่อความต้องการของผู้เรียน เช่น หลักสูตรอาชีพ นำแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งสื่อเทคโนโลยีการเรียนรู้ที่หลากหลายเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน พัฒนาและปรับอาคารเรียน อาคารประกอบการที่เอื้อต่อการเรียนการสอน โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณที่เพียงพอ ส่งผลให้การพัฒนาผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น และ 5.ด้านการมีส่วนร่วม ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนา มีการกำหนดเป้าหมายพัฒนา การวางแผนสู่การปฏิบัติ มีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และมีวิทยากร ปราชญ์ชาวบ้านให้ความร่วมมือ โดยการให้ความรู้และการฝึกปฏิบัติแก่ผู้บริหาร ครู และผู้เรียน


ดร.อัมพร กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จ เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของโครงการฯที่กำหนดไว้ คือ ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นการสร้างเยาวชนที่สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง จากความสำเร็จนี้ สพฐ.ได้ทำการศึกษาวิจัยการดำเนินงานของภาคเอกชนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน ในรูปแบบต่างๆ เพื่อหานวัตกรรมนำไปขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 17 เรื่อง และนำไปจะเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาในเร็วๆ นี้

“ส่วนการดำเนินงานในก้าวต่อไปคณะทำงานโครงการได้หารือกันแล้ว ว่า ต่อไปถ้าโครงการจะเพิ่มสถานศึกษาแห่งใหม่ หรือ เอกชนจะไปขับเคลื่อนในพื้นที่ใด ก็จะเลือกโรงเรียนที่เป็นเป้าหมายที่ สพฐ.ปักหมุดไว้ว่าเป็นโรงเรียนที่จะยกระดับคุณภาพ เพื่อไปสู่สถานศึกษาคุณภาพที่ออกแบบไว้ โดยรุมช่วยกันทำงานในโรงเรียนนั้น เช่น 1 โรงเรียนอาจจะมีหลายบริษัทไปช่วย สพฐ.ก็จะงบฯลงไป ซึ่งจะทำให้เกิดพลังเข้มแข็งขึ้น ยกให้มีคุณภาพ และสามารถช่วยโรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียงที่ไม่ได้ปักหมุด ให้ได้มาใช้ทรัพยากรที่โรงเรียนคุณภาพนี้ร่วมกัน เช่น ใช้ครูเก่งๆ ใช้เทคโนโลยีดีๆ ใช้ห้องสมุด และสนามกีฬาดีๆ ที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน เพราะสุดท้ายแล้วด้วยจำนวนเด็กที่เกิดลดลง การคมนาคมสะดวกขึ้น โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ก็ควรจะเหลือไม่เกิน 10,000 โรงเรียน และเป็นโรงเรียนคุณภาพอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top