นรข.ซุ่มสกัด ยึดไอซ์ข้ามโขง มหึมา300กก.

นรข.ซุ่มสกัด ยึดไอซ์ข้ามโขง มหึมา300กก.

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นรข.ซุ่มสกัด
ยึดไอซ์ข้ามโขง
มหึมา300กก.
ผู้ต้องหาเผ่นหนี

กองทัพเรือ เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก นรข. สกัดเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดไอซ์ 300 กก.ริมโขง จ.บึงกาฬ

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ยังคงดำเนินการปฏิบัติการเชิงรุกด้านความมั่นคงชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน และเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดน


โดยเมื่อเช้ามืดของวันที่ 31 มกราคม นรข.เขตหนองคาย โดย สถานีเรือบึงกาฬ ได้จัดกำลังลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวลำน้ำโขง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินำมาใช้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย จากการตรวจการณ์บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านไคสี ตำบลไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวต้องสงสัยของกลุ่มบุคคลคาดว่าเป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าควบคุมสถานการณ์ กลุ่มผู้กระทำความผิดได้อาศัยความมืดและสภาพภูมิประเทศหลบหนีข้ามแดนกลับไปได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถ ตัดตอนและตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง Honda Wave 110i จำนวน 1 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคาดว่าใช้เป็นพาหนะในขั้นตอนการลำเลียงจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

การตรวจยึดยาเสพติดครั้งนี้ ถือเป็นการ ทำลายห่วงโซ่การลำเลียงของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในระดับยุทธการ และเป็นการลดศักยภาพของขบวนการในการกระจายยาเสพติดเข้าสู่สังคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินมูลค่ายาไอซ์ของกลางน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหากเล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเยาวชน สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดกลับมายัง สถานีเรือบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลเชิงข่าวกรอง เพื่อเชื่อมโยงไปยังโครงข่ายผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

กองทัพเรือ ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการกำลังกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกตามแนวชายแดน เพื่อ สกัดกั้นภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ ปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ควบคุมตัวนายสุธีนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาว อ.กันตัง จ.ตรัง และนายวิวรรธน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาว อ.เมืองตรัง จ.ตรัง พร้อมของกลางยาบ้า 1,200,000 เม็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจาก พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจตราตามจุดต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่ชั้นในของประเทศ

โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วันที่ 30 ม.ค.2569 พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 อย่างละเอียด เนื่องจากสืบทราบว่าจะมีการใช้รถบัสโดยสารในการขนลำเลียงยาเสพติดจาก จ.เชียงราย ไปส่งที่ภาคใต้

เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถบัสโดยสารของ บขส.สายเชียงราย-นครศรีธรรมราช เดินทางจากสายเหนือเข้าไปจอดเทียบท่าสถานีดังกล่าว จึงได้ขึ้นไปตรวจสอบพบชาย ชื่อว่านายวิวรรธน์ อายุ 24 ปี ชาว อ.เมืองตรัง จ.ตรัง และนายสุธีนันท์ อายุ 22 ปี ชาว อ.กันตัง จ.ตรัง มีรูปพรรณสันฐานเป็นชาวภาคใต้และท่าทางมีพิรุธ โดยแต่งกายคล้ายทหาร เมื่อสอบถามก็อ้างว่าเป็นทหารจริง แต่เมื่อสอบถามต่อก็ให้การวกวนไปมา

เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสัมภาระที่นำไปด้วย พบสัมภาระที่ติดตัวไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย จึงขอตรวจที่กระเป๋าเดินทางที่ทั้งคู่นำไปด้วยรวม 4 ใบใหญ่และเก็บไว้ที่ช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ ปรากฎว่าภายในกระเป๋าบรรจุยาบ้า ใบละประมาณ 300,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้า 1,200,000 เม็ด จึงจับกุมตัวทั้ง 2 คนเอาไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ได้เดินทางไปพักที่ จ.เชียงราย ตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.แล้ว และวันที่ 30 ม.ค.2569 มีคนนำยาเสพติดใส่ในกระเป๋าเดินทาง โดยวางไว้ให้บริเวณโรงแรมใกล้สนามบินเก่า จึงได้นำกระเป๋าทั้งหมดเดินทางด้วยรถแกร็บไปขึ้นรถบัสโดยสารที่หน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อจะนำไปส่งที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top