วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB เปิดปฏิบัติการ SAFE ดอย BOY รวบแก๊งแสบ หลอกนักเรียนร่วมกิจกรรม “แจกซิมฟรี” แต่ลงทะเบียนซิมผีส่ง SCAMMER
วันนี้ (25 ก.พ.) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รอง ผอ.ศูนย์ฯ ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.มอบหมายให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป.นำกำลังร่วมกับตำรวจ กก.2 และ 5 บก.ป.และตำรวจ กก.12 กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ปฏิบัติการตรวจค้น 8 เป้าหมาย ในพื้นที่ จ.เชียงราย, เชียงใหม่, สมุทรปราการ และประจวบคีรีขันธ์ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 3 คน ประกอบด้วย นายปรัชญา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฝางที่ 14/2569 ,น.ส.จิราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฝางที่ 15/2569 และ น.ส.เบญจมาศ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฝางที่ 16/2569
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ , ร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือใช้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทำโดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
พร้อมกันนั้นได้ตรวจยึดของกลาง รวม 4 รายการ ได้แก่ 1.ซิมโทรศัพท์มือถือ รวม 2,160 ซิม 2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง 3.เอกสารเกี่ยวกับสัญญาคู่ค้าตัวแทนจำหน่าย 1 ฉบับ และ 4.อุปกรณ์และเอกสารการโฆษณาขายซิม 10 ชุด
การจับกุมดังกล่าวเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 ศูนย์ ACSC ได้รับการประสานข้อมูลการรับแจ้งความการหลอกลวงฉ้อโกงออนไลน์ ช่วงต้นเดือน ธ.ค.2568 ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ 8 เคสไอดี หมายเลขโทรศัพท์คนร้าย 7 หมายเลข ที่มีความผิดปกติเป็นพิเศษ โดยตรวจพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน คือหมายเลขโทรศัพท์ของคนร้าย ถูกลงทะเบียนผู้ใช้งาน ด้วยเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จึงสั่งการให้ตำรวจ กก.4 บก.ป.ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเหตุใดจึงมีเด็กและเยาวชนเป็นผู้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ให้กับคนร้าย นำไปใช้หลอกลวงลักษณะฉ้อโกงออนไลน์ (SCAMMER)
จากการตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายบริษัทมือถือรายใหญ่ เข้ามาขอความร่วมมือจากโรงเรียนใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ้างว่าจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา และมีการสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเด็กนักเรียน คนละหลายครั้ง โดยในเคสไอดี 8 เคสไอดี ซึ่งมีเบอร์โทรศัพท์คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ 7 หมายเลข ตรวจพบภาพการลงทะเบียนเป็นของเด็กนักเรียนชาย อายุ 9, 14 และ 15 ปี ใส่ชุดนักเรียน ถ่ายในโรงเรียน 3 หมายเลข , พบภาพของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 8, 13, 14 และ 15 ปี ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียน 4 หมายเลข และพบว่าเบอร์ที่ลงทะเบียนของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปี ถูกนำไปก่อเหตุถึง 2 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท
จากนั้นทางตำรวจได้ลงพื้นที่สอบถามเด็กนักเรียนที่ถูกใช้ภาพใบหน้าและข้อมูลบัตรประชาชนไปลงทะเบียน เด็กนักเรียนทุกคนแจ้งว่า ไม่เคยลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว จึงเชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าว ได้นำข้อมูลของเด็กนักเรียนไปลงทะเบียนซิม แล้วนำไปจำหน่ายต่อให้กลุ่มฉ้อโกงออนไลน์ (SCAMMER) คนร้ายเลือกใช้พื้นที่ก่อเหตุ เป็นโรงเรียนในพื้นที่ชายแดน ห่างไกล บนภูเขาสูง การคมนาคมลำบาก ใช้เวลาในการเข้าถึงค่อนข้างนาน เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และ อาศัยความเป็นเด็กที่อ่อนประสบการณ์ อยากได้ของแจกฟรี ซึ่งง่ายต่อการหลอกเอาข้อมูล
ต่อมาตำรวจ 4 บก.ป. ได้ตรวจสอบโดยละเอียดแล้วเชื่อว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการออกหมายจับบุคคลคนที่เกี่ยวข้อง กระทั่งวันที่ 24 ก.พ.2569 จึงเปิดปฏิบัติการ “SAFE ดอย BOY” เข้าตรวจค้นสถานที่รวม 8 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่, จ.เชียงราย, จ.สมุทรปราการ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมทั้งได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฝาง 3 รายดังกล่าว ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.ดำเนินคดี สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง เด็กนักเรียนที่มีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ จะกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีคอลเซ็นเตอร์โดยไม่รู้ตัว หรือจะถูกออกหมายเรียกจากตำรวจทั่วประเทศ ให้ไปชี้แจง หากไม่ไปอาจจะถูกออกหมายจับได้ และหากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ไม่เร่งระงับการใช้งานของหมายเลขโทรศัพท์ ก็จะมีเคสไอดีใหม่ เกิดขึ้นมา และหมายเลขดังกล่าวก็จะตกเป็นเครื่องมือให้เครือข่าย scammer ใช้ก่อเหตุเรื่อยไป
015
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี