ศูนย์ACSCจับมือFBI-Metaสกัดกั้นการหลอกลวงออนไลน์

ศูนย์ACSCจับมือFBI-Metaสกัดกั้นการหลอกลวงออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จับมือ FBI และ Meta นำปฏิบัติการร่วมสกัดกั้นเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  พร้อมพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 10 ประเทศทั่วโลก

วันนี้ (12 มี.ค.) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti-Cyber Scam Center: ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา (DOJ Scam Center Strike Force) และ Meta ผนึกกำลังกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 10 ประเทศทั่วโลก ดำเนินความร่วมมือใน “สัปดาห์ปฏิบัติการสกัดกั้นร่วม” (Joint Disruption Week) ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อระบุและรื้อถอนเครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงที่มีการจัดตั้งเป็นขบวนการ และดำเนินการในวงกว้างทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นๆ


สำหรับ “สัปดาห์ปฏิบัติการสกัดกั้นร่วม” ครั้งที่สอง (2nd Joint Disruption Week) ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกมากขึ้น โดย ACSC ทำงานร่วมกับ Meta และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา และอินโดนีเซีย มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญ​ซึ่งนำไปสู่ปฏิบัติการจริง รวมถึงการทำงานด้านสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นขึ้น และต่อยอดความร่วมมือระยะยาว เพื่อสกัดกั้นขบวนการหลอกลวงตั้งแต่ต้นตอ โดยในปฏิบัติการครั้งนี้ ยังได้แพลตฟอร์ม LINE ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค ได้เข้าร่วมการหารือด้วยเช่นกัน

จากปฏิบัติการดังกล่าวและข้อมูลที่ได้รับการแบ่งปันจากพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ของ Meta ได้ปิดใช้งานบัญชีมากกว่า 150,000 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมนอกจากนี้ จากข้อมูลที่ Meta ได้แบ่งปันยังมีส่วนช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับกุมผู้ต้องหาได้ 21 ราย และจากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมยังพบว่า หนึ่งในเครือข่ายผู้ต้องหาหลอกลวงเหยื่อข้ามชาติที่ถูกจับกุมนี้มีการหลอกลวงเหยื่อคนไทยไปทำงานที่สแกมเซ็นเตอร์ที่ชายแดนมากกว่า 300 ราย

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเป็นโครงการต่อยอดจากความสำเร็จของปฏิบัติการนำร่องในเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีการลบบัญชี เพจ และกลุ่มรวม 59,000 รายการออกจากแพลตฟอร์มของ Meta และนำไปสู่การออกหมายจับ 6 หมาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์มีความซับซ้อนและเป็นระบบเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติบริหารเครือข่ายแบบประสานงาน เป็นองค์กรลักษณะธุรกิจ เพื่อขโมยเงินออมของเหยื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่น และจงใจหลบเลี่ยงการตรวจจับ การรับมือกับเครือข่ายเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง ผอ.ศปอส.ตร.กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่อาชญากรรมที่ไร้ตัวตนหรือเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นภัยร้ายที่มุ่งเป้ามายังครอบครัว มิตรสหายและเพื่อนบ้านของเราทุกคน เครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ปฏิบัติการข้ามพรมแดน และสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทั้งชุมชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ การปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพถึงความมุ่งมั่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพันธมิตร จะเดินหน้าปราบปรามและกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างถึงที่สุด เพื่อให้สังคมไทยและภูมิภาคของเราเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพลเมืองทุกคน

ด้านนายคริส ซอนเดอร์บี รองประธานฯ และรองที่ปรึกษากฎหมายของ Meta กล่าวว่า เรามีความยินดีที่ได้เป็นร่วมเป็นพันธมิตรกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ FBI หน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลกในการต่อสู้กับเครือข่ายหลอกลวงที่ซับซ้อนเหล่านี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและความเชี่ยวชาญและการประสานความพยายามร่วมกันสามารถสร้างความคืบหน้าอย่างแท้จริงในการสกัดกั้นกิจกรรมอาชญากรรมจากต้นตอ งานของเราในการต่อสู้กับการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ยังไม่สิ้นสุด และเราจะเดินหน้าลงทุนทั้งด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือ เพื่อสกัดกั้นผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ต่อไป

015

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top