วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
ลอบเผาเพิ่ม
‘แม่ฮ่องสอน’ไฟป่าลาม
จุดความร้อนพุ่ง196จุด
“สุชาติ”ฟิตจัด ลุยคุมดับไฟป่า-ปราบผู้กระทำผิดกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติฯ ชูสื่อสารถึงประชาชน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ด้านสภาฯ เคาะ ตั้ง 19 กมธ.วิสามัญ แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ขีดเส้น 60 วัน ส่วน จ.แม่ฮ่องสอน ยังพบลอบเผาแม้มีประกาศจังหวัด จุดความร้อนพุ่ง 196 จุด ฝุ่นพิษสีแดง ทุกอำเภอ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวภายหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ ว่าพร้อมเดินหน้าทำงานทันที โดยครอบคลุมทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นย้ำการทำงานเชิงรุก เน้นแก้ปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง ควบคู่การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล และยึดแนวพระราชดำริเป็นหลัก สำหรับประเด็นเร่งด่วน คือการควบคุมไฟป่าและหมอกควัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งยังมีความเสี่ยงจากจุดความร้อนสะสม ที่อาจปะทุขึ้นใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ปัญหาไฟป่าไม่ได้เกิดจากธรรมชาติทั้งหมด แต่มีสาเหตุจากพฤติกรรมของคน เช่น การเผาป่า หาของป่า ล่าสัตว์ และใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้กำลังพลจะทำงานอย่างหนัก แต่ยังคงมุ่งมั่นปกป้องผืนป่าอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เข้มงวดปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการลักลอบตัดไม้ การค้าไม้การล่าสัตว์ป่า และการลักลอบส่งสัตว์ป่าออกนอกประเทศ ซึ่งยังพบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯให้ความสำคัญกับการสื่อสารภาครัฐ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารกับประชาชนยังไม่ทั่วถึง จึงต้องเร่งสร้างการรับรู้ผ่านทุกช่องทาง โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจนโยบายและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สำหรับในระยะยาว จะเร่งฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งด้านแหล่งน้ำการลงทุน และการใช้พื้นที่ พร้อมย้ำว่าทุกโครงการต้องประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่าอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อทรัพยากรในอนาคต
ที่ รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาฯ พิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 มีตัวแทน สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ร่วมเสนอญัตติด่วน 4 คนโดยนายโสภณ แจ้งต่อที่ประชุมว่าข้อเสนอในญัตติดังกล่าว ได้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการ ส่วนญัตติของ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ขอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าว
ต่อมาที่ประชุมฯ มีมติตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5 รวม 19 ราย แบ่งเป็น สส.ฝ่ายรัฐบาล 11 คน และ สส.ฝ่ายค้าน 8 คน ตามสัดส่วน ดังนี้ พรรคภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน โดยให้พิจารณาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ด้านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยรายงานจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ว่าพบจุดความร้อน 196 จุด สะท้อนสภาวะไฟป่าที่ยังคงรุนแรงและกระจายตัวในวงกว้าง โดยเหตุที่น่ากังวลเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพบการลอบเผาป่าบริเวณเทือกเขาใกล้กับหมู่บ้านและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ปางหมู รวมถึงพื้นที่บ้านกุงไม้สัก และพื้นที่บ้านแม่สะกึด ต.ผาบ่อง ส่งผลให้เห็นเปลวไฟลุกโชนเป็นแนวยาวบนสันเขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่า ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องมาเกือบ 2 เดือนเต็ม
ทั้งนี้ สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน รายงานว่าทัศนวิสัยในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ลดลงเหลือเพียง 2 กิโลเมตร เนื่องจากหมอกควันไฟป่าหนาแน่น และคาดว่าจะลดต่ำลงอีกจากการลอบเผาเพิ่ม ขณะที่เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานในระดับอันตรายต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ดังนี้ 1.ต.เวียงใต้ อ.ปาย วัดได้ 171.2 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 2.ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง วัดได้ 113.0 มคก./ลบ.ม. และ 3.ต.จองคำ อ.เมือง วัดได้ 108.8 มคก./ลบ.ม. แม้ว่าทางจังหวัดจะมีคำสั่งห้ามเผาอย่างเด็ดขาด แต่กลับพบการลอบเผาในแทบทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า สถานการณ์นี้อาจสิ้นสุดลงได้เพียง 2 กรณี คือ มีฝนตกลงมาดับไฟตามธรรมชาติ หรือรอจนกว่าเชื้อเพลิงในป่าจะถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นเท่านั้น ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวเป็นอย่างมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี