533.jpg
‘อัจฉริยะ’รอดคุก ศาลให้ประกันตัว คดีกรรโชกพ.ต.อ.

‘อัจฉริยะ’รอดคุก ศาลให้ประกันตัว คดีกรรโชกพ.ต.อ.

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อัจฉริยะ’รอดคุก
ศาลให้ประกันตัว
คดีกรรโชกพ.ต.อ.
จอมแฉปิดปากนิ่ง

“บิ๊กเต่า”ปัดกลั่นแกล้ง ปมจับกุม“อัจฉริยะ”คดีร่วมกรรโชกทรัพย์ พ.ต.อ.สังกัด ตม.ฟัน รองผู้การ พัวพันคดี ขณะที่กองปราบฯคุม 3 ผู้ต้องหาฝากขังศาลแฉพฤติกรรมรีด 2.5 ล้านบาท แลกไม่ไลฟ์สด เปิดโปงกรณีปล่อยชาวจีนจากห้องกัก ตม.“อัจฉริยะ”ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสน ศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว รอดนอนคุก

เมื่อวันที่ 22 เมษายน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.พร้อมคณะ แถลงข่าวกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมในคดีกรรโชกทรัพย์ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นเงินกว่า 2.5 ล้านบาท


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจว่ามีกลุ่มบุคคลเข้ามาเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเรื่องราวให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงในกรณีห้องกักของ ตม.สวนพลูและผู้เสียหายได้มอบเงินให้กลุ่มคนดังกล่าวไป แต่ยังคงมีการเปิดเผยข้อมูลอยู่จึงทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนและรวบรวมหลักฐานจนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 คน และเป็นที่มาของการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด6 คน ใน 6 จุดทั่วประเทศ

ขณะที่ ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป.กล่าวว่า คดีนี้ผู้เสียหายถูกกรรโชกทรัพย์ เรียกเงินราว 2.5 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาในการสอบสวน 2 เดือน และรวบรวมพยานหลักฐานนอกเหนือจากคำให้การของผู้เสียหายจนน่าเชื่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาน่าจะเป็นคนที่กระทำความผิดจึงมีปฏิบัติการในวันที่ 21 เมษายน นำไปสู่การออกหมายจับ6 คน ใน 6 จุดทั่วประเทศ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่วนของผู้เสียหายมาเพิ่มเติม

ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาจะสามารถต่อสู้คดีได้ โดยพร้อมที่จะเปิดรับข้อเท็จจริงและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดจะสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป

“กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่มีโครงสร้าง มีแผนประทุษกรรมที่ชัดเจน โดย กลุ่มแรกมี อินฟลูเอนเซอร์ กลุ่มที่ 2 ทำหน้าที่ ข่มขู่ สร้างเงื่อนไขกระบวนการทำให้ผู้เสียหายจำเป็นหรือยินยอมที่จะจ่าย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ทำหน้าที่รับเงิน ทั้ง 3 กลุ่ม
มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน มีการจ่ายเงินและเริ่มกระบวนการตั้งแต่ต้นปี 2569 เรื่อยมา จนกลุ่มผู้เสียหายยินยอมจ่ายเงินเพื่อไม่ยอมให้ถูกแฉ ซึ่งตำรวจเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนอกเหนือจากคำพูด และมีหลักฐานพบว่า มีกระบวนการจ่ายเงิน และเงินไปถึงใคร และมีการซัดทอดไปถึงบุคคลใด และเมื่อมีการจ่ายเงินก็ยังคงมีการแฉ กระทั่งกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์” ผกก.1 บก.ป.กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในคดีกรรโชกทรัพย์กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับห้องกัก ตม.สวนพลู เป็นคนละส่วนกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้คณะทำงานทั้ง 2 ส่วนตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งให้เกิด
ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบตำรวจคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ กับพวก ว่าจากการที่นายอัจฉริยะ อินฟลูเอนเซอร์คนดัง ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น อยากให้ดูกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เนื่องจากมีแผนประทุษกรรมคล้ายกันซึ่งการสืบสวนของตำรวจ มีข้อมูลพอสมควรหรือมากกว่านี้ โดยกลุ่มดังกล่าวกระทำความผิดมากกว่าคดีนี้แน่นอน จึงขอให้ผู้ที่ถูกรีดไถ หรือกรรโชกทรัพย์ เข้ามาพบตำรวจ เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง และสืบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม

“การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ไม่ใช่การเอาคืน ไม่ได้โกรธแค้นแต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยมีพยานหลักฐาน ผู้กล่าวหาดำเนินการมาแจ้งความ ไม่ใช่การแสวงหาหลักฐาน ยืนยันว่าเป็นเรื่องผู้เสียหายกับผู้ต้องหา” รอง ผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ตำรวจ บช.ก.บังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าในส่วนผู้มีอิทธิพล หรือประชาชนในมาตรฐานเดียวกัน ส่วนตำรวจที่กระทำความผิดนั้น ทางโฆษก ตร.บอกแล้วว่าไม่เกิน 1-5 วัน จะไล่ออก ซึ่งตำรวจมีหลักเกณฑ์ชัดเจนในการดำเนินการทางวินัย ส่วนหน่วยงานอื่นตนไม่ขอก้าวล่วงยืนยันว่าการที่ท่านมาให้ข้อมูลกรณีที่คนกลุ่มนี้รังแก จะเป็นความลับ และจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล พนักงานสอบสวน บก.ป.นำตัว พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์, น.ส.วิภาดา จั่นเรไร,นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ตามลำดับ ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง ของผู้ถูกข่มขืนใจและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา12 วัน โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายอัจฉริยะ ผู้ต้องหาที่ 3 โดยวางหลักประกันเป็นวงเงิน 4 แสนบาท โดยห้ามผู้ต้องหาไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือกระทำการใดๆ อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ห้ามพบ เข้าใกล้ ข่มขู่ ยุ่งเกี่ยว หรือกระทำการใดกับผู้เสียหาย หรือพยานในคดี อันมีลักษณะอย่างเดียวกับที่ถูกกล่าวหา มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว

เวลา 18.23 น. นายอัจฉริยะ ได้รับการปล่อยตัวพร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชน ก่อนกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด หรือให้สัมภาษณ์ได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งของศาลหากให้สัมภาษณ์อาจจะถูกเพิกถอนประกันได้ พร้อมบอกว่าตนสบายใจอยู่แล้วเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top