บทบรรณาธิการ : 19 สิงหาคม 2569

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ความประทับใจแรกที่ต้องเร่งแก้ไข
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถือเป็น “ประตูสู่ประเทศไทย” ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องผ่านเมื่อเดินทางเข้ามา แต่สิ่งที่ควรเป็นความภาคภูมิใจกลับกลายเป็นปัญหาภาพลักษณ์ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นและความประทับใจแรกของผู้มาเยือน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว หากแต่สะสมมานานจนกลายเป็นภาพจำที่สังคมและสื่อทั้งในและต่างประเทศหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ
ตัวอย่างเช่น การรอคิวตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องใช้เวลารอคิวนานเกินควร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือช่วงเทศกาล ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นมิตรตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าประเทศ ปัญหาความสะอาดและห้องน้ำที่ควรเป็นมาตรฐานสากล แต่กลับมีเสียงสะท้อนเรื่องความสะอาดไม่สม่ำเสมอ ขาดการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพการบริการ
ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาความแออัดบริเวณหน้าทางออกหลังผ่านศุลกากรโดยเฉพาะบริเวณประตู 5 ซึ่งพื้นที่ตรงนี้มักเต็มไปด้วยผู้คนที่รอรับนักเดินทาง ทั้งครอบครัว คนขับรถ และไกด์ทัวร์ทำให้เกิดความโกลาหลและไม่เป็นระเบียบ มีการติดป้าย ยกป้าย ตั้งเก้าอี้พับ จับจองพื้นที่นั่งรอไม่ต่างกับตลาดนัด และเมื่อออกมาแล้วก็พบกับปัญหาการจราจรและรถจอดแช่ที่บริเวณประตูทางออก รอรับผู้โดยสารโดยไม่เคลื่อนตัว ทำให้การจราจรติดขัดและสร้างความวุ่นวายแก่ผู้เดินทาง และยังต้องเผชิญกับเสียงประกาศกับทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยซึ่งเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ เมื่อรวมกันกลับสร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
ประเทศไทยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ปัญหาภาพลักษณ์ของสุวรรณภูมิกลับเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะ “ความประทับใจแรก” มีผลต่อการตัดสินใจกลับมาเยือนอีกครั้ง นักท่องเที่ยวที่พบเจอความไม่สะดวกตั้งแต่สนามบินย่อมมีแนวโน้มเผยแพร่ประสบการณ์เชิงลบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสามารถกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศโดยตรง
ถึงเวลาหรือยังที่จะพิจารณา การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยใช้ระบบจัดการคิวอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดเวลารอการยกระดับมาตรฐานความสะอาด โดยจัดทีมดูแลห้องน้ำและพื้นที่สาธารณะตลอด 24 ชั่วโมง การจัดระเบียบพื้นที่รับผู้โดยสาร กำหนดโซนชัดเจนสำหรับคนรอรับ และใช้ระบบบัตรผ่านหรือพื้นที่รอคอยแยกออกจากทางเดินหลัก รวมทั้งการแก้ปัญหารถจอดแช่ ด้วยมาตรการเข้มงวด เช่น ปรับเงินสูง หรือใช้ระบบกล้องตรวจจับอัตโนมัติ
นี่คือเวลาที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเพียงภาระของท่าอากาศยานหรือกระทรวงคมนาคม เพราะปัญหานี้กระทบโดยตรงต่อเป้าหมายการท่องเที่ยวของประเทศ การจัดการเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของรัฐมนตรีว่าการฯ ว่าสามารถสร้าง “ความประทับใจแรก” ให้แก่นักท่องเที่ยวได้จริง
สุวรรณภูมิไม่ควรเป็นเพียงสนามบินที่ใหญ่แต่ต้องเป็นสนามบินที่สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการ หากรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม จะไม่เพียงช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

