อ้วนฉุ-เหนื่อยง่าย-ขี้หนาว อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "ไฮโปไทรอยด์"

ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากประสบปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียตลอดเวลา หรือรู้สึกหนาวง่ายกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์" (Hypothyroidism) ภัยเงียบที่ทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานช้าลง ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย
ทำความรู้จัก "ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์"
ต่อมไทรอยด์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าลำคอ มีหน้าที่สำคัญในการสร้างฮอร์โมนควบคุมการเผาผลาญพลังงาน อุณหภูมิร่างกาย และการเจริญเติบโต เมื่อร่างกายมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำกว่าปกติ จะส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานช้าลง โดยสาเหตุหลักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ความผิดปกติที่ตัวต่อมไทรอยด์เอง (Primary Hypothyroidism) เช่น ผลจากการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ การผ่าตัด หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และความผิดปกติที่ต่อมใต้สมอง (Secondary Hypothyroidism) ที่เกิดจากเนื้องอกหรืออุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานได้ตามปกติ
เช็กด่วน! สัญญาณเตือนที่ร่างกายฟ้อง
ผู้ป่วยมักแสดงอาการผิดปกติที่ค่อยเป็นค่อยไปและใกล้เคียงกับโรคอื่นจนหลายคนอาจมองข้าม โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา เชื่องช้า และมีภาวะซึมเศร้า
- น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ตัวบวม อ้วนฉุ ทั้งที่รับประทานอาหารปริมาณเท่าเดิม
- ขี้หนาว ทนต่อความเย็นไม่ได้ ผิวแห้ง หมองคล้ำ ผมและคิ้วร่วงบาง
- ท้องผูกเรื้อรัง หัวใจเต้นช้า และความจำลดลง ไม่มีสมาธิ
- ในสตรีอาจมีประจำเดือนผิดปกติหรือภาวะมีบุตรยาก ส่วนในเด็กอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสติปัญญา
แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา
เนื่องจากอาการของโรคไม่มีความจำเพาะ การสังเกตเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แพทย์จำเป็นต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ หากพบความผิดปกติ การรักษาหลักคือการให้ยาทดแทนฮอร์โมน เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเพียงพอและกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยจะต้องติดตามอาการและปรับขนาดยากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
อันตรายที่แฝงอยู่หากละเลย
หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมา เช่น คอพอก ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงจนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ภาวะซึมเศร้า และความผิดปกติต่อทารกในครรภ์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ในกรณีที่รุนแรงที่สุดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า Myxedema ซึ่งทำให้ผู้ป่วยทนหนาวไม่ได้ หมดสติ ชัก และอาจเสียชีวิตได้หากรักษาไม่ทันท่วงที
แม้ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์จะป้องกันได้ยากเนื่องจากมักเกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยให้ค้นพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ทำให้สามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วและลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพระรามเก้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

