บทบรรณาธิการ : 28 ตุลาคม 2569

ปฏิรูปการติดตามหนี้ กยศ.เพื่อคืนโอกาสให้เด็กไทย
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์อันประเสริฐ คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กไทยเพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ ทว่า ปัญหาเรื้อรังและลุกลามมาถึงปัจจุบันเรื่องการทวงคืนหนี้ไม่ได้จนเกิดยอดค้างชำระมหาศาล กำลังกลายเป็นภาระหนักหน่วงที่สั่นคลอนความยั่งยืนของกองทุนฯ และบั่นทอนโอกาสของเยาวชนรุ่นหลังอย่างน่าห่วงใย
หัวใจสำคัญของปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องผู้กู้ไร้วินัยเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความโบราณของระบบติดตาม” ที่ยังยึดติดกับวิธีการทำงานแบบโบราณ เช่น การส่งเอกสารทวงถามหนี้ทางไปรษณีย์ไปยังทะเบียนบ้านเดิม ซึ่งในความเป็นจริง วัยแรงงานยุคใหม่ส่วนใหญ่ย้ายที่อยู่ตามโอกาสการทำงาน ทำให้เอกสารตกค้าง สูญหาย หรือส่งไม่ถึงตัวผู้กู้ ขณะที่การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเชิงรุกระหว่าง กยศ. กับกรมสรรพากร กรมการปกครอง หรือระบบประกันสังคม เพื่อติดตามสถานะการมีงานทำและรายได้ที่แท้จริง กลับยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
กระทรวงการคลังและกยศ. ควรต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการทำงานสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง แล้วพาตัวเองไปสู่โลกยุค AI ที่สามารถยกเลิกระบบจดหมายกระดาษ กยศ.สามารถ เปลี่ยนมาใช้การยืนยันตัวตนและการรายงานสถานะประจำปี (Annual Check-in) ผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน บังคับให้ผู้กู้ต้องอัปเดตข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และสถานะอาชีพทุกปีเพื่อการปรับปรุงฐานข้อมูลอาชีพ เงินเดือน ที่เป็นปัจจุบัน
การผูกระบบจ่ายคืนกับฐานภาษีและรายได้ ซึ่ง กยศ. ได้พัฒนาการหักเงินนำส่งร่วมกับนายจ้างและกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติเมื่อผู้กู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ เพื่อลดภาระการติดตามและป้องกันการค้างชำระโดยไม่จำเป็นก็ถือเป็นการดำเนินการที่ดี แต่ต้องมีระบบฐานข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้นเพื่อจัดกลุ่มผู้กู้ตามระดับรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ เพื่อการติดตามทวงถามที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ส่วนการผ่อนผันและให้โอกาสอย่างเป็นระบบสำหรับผู้ที่ยังไม่มีงานทำหรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ระบบต้องเปิดให้ยื่นเรื่องผ่อนผันออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถูกทวงหนี้หรือดำเนินคดี เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่ตั้งตัวได้โดยไม่เสียประวัติทางการเงินและที่สำคัญประเด็นเงินกู้ กยศ. มักถูกนำไปผูกโยงกับการหาเสียงของพรรคการเมืองที่พยายามจะล้างหนี้เพื่อเอาใจผู้กู้โดยหวังประโยชน์เรื่องคะแนนนิยมซึ่งต้องพึงระวังเป็นอย่างยิ่งมิให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงในลักษณะที่จะเสียวินัยทางการเงินการคลัง และสร้างค่านิยมผิดๆ แก่ผู้กู้ที่ไม่ชำระคืนได้
กยศ. ต้องไม่ทำงานเป็นเพียง “กองทุนที่นั่งรอทวงหนี้” แต่ต้องเป็น “กองทุนปัญญาของชาติ” ที่บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีทันสมัย การทวงหนี้ด้วยวิธีเดิมๆ มีแต่จะเสียค่าใช้จ่ายสูงและไร้ผลสัมฤทธิ์ ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูประบบติดตามหนี้ให้ทันสมัย เพื่อหมุนเวียนเงินทุนกลับมาส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยรุ่นหลังได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

