คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘น่านน้ำท่วม’ทหารพึ่งได้
ปัญหาน้ำท่วมหรืออุทกภัยที่ในระยะหลังๆ กลายเป็นปัญหาวงรอบของปีไปแล้ว เช่นที่จังหวัดน่าน ซึ่งในช่วงนี้กำลังประสบภัยอย่างหนัก และก็จะหนักยิ่งขึ้นตามที่ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ซึ่งต้องถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งที่การคาดการณ์ไม่เคยพลาด ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า จากสภาพการณ์จังหวัดน่านที่เจอปัญหาภัยน้ำท่วมติดต่อกันมาแล้วตั้งแต่ปี 2567 และปีนี้เป็นปีที่สามนั้น ปีหน้าคือปี 2570 จะท่วมหนักยิ่งขึ้นไปอีก
เหตุผลประการสำคัญ ที่อาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ ชี้ไว้ก็คือ เพราะโลกเข้าสู่โหมดของ“ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Nino) หรือ“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” และปรากฏการณ์นี้จะมีผลกระทบจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลานี้เป็นต้นไป โดยจะรุนแรงที่สุดช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคมปี 2570
หากติดตามข่าวก็จะพบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์การบริหารมหาสมุทรชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ก็เพิ่งจะประกาศเตือนอย่างเป็นทางการว่า โลกได้ก้าวเข้าสู่“ปรากฏการณ์เอลนีโญ”แล้ว และนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงปลายปีนี้ และอาจรุนแรงทุบสถิติจากที่ได้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา
“ปรากฏการณ์เอลนีโญ”ที่ว่านี้ เป็นปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณเส้นศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้น และเมื่อความร้อนของผิวน้ำทะเลเพิ่มสูงเกิน 1.5-2 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะถูกจัดอยู่ในระดับรุนแรงที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ”
สรุปก็คือ “ซูเปอร์เอลนีโญ”เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นมักส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า รวมถึงฝนตกหนัก และน้ำท่วมในบางภูมิภาคของโลก ซึ่งในอดีตนั้น “ซูเปอร์เอลนีโญ”ครั้งสำคัญ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ช่วง ปี พ.ศ.2525–2526, ปี พ.ศ.2540–2541 และปี พ.ศ.2558–2559
นอกเหนือจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ต่างมีความกังวลด้วยว่า เอลนีโญรอบนี้จะยิ่งซ้ำเติมความร้อนของโลก ที่กำลังอุ่นขึ้นอยู่แล้วจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วที่รุนแรง และสิ่งที่น่าจับตาจากการประเมินของนักวิทยาศาสตร์ ก็คือ มีโอกาสถึง 63 เปอร์เซ็นต์ ที่“ซูเปอร์เอลนีโญ” จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้ไปจนถึงเดือนมกราคมปี 2570 หรือต้นปีหน้า
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สำหรับบ้านเราทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ภาพที่เห็นก็คือ“ทหาร”จะไปถึงหน้างานก่อนเป็นชุดแรก พร้อม“ครัวพระราชทาน” ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดภาคเหนือในครั้งนี้ จากการที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องด้วยอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร ตลอดจนเส้นทางคมนาคม นอกจากจังหวัดน่านแล้ว ที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดพะเยาในบ้างพื้นที่ก็ประสบภัยเช่นกัน
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ได้บูรณาการร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน
เช่น ที่จังหวัดน่าน ในพื้นที่อำเภอเมือง, อำเภอปัว, อำเภอท่าวังผา, อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข ได้มีการช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่พื้นที่สูง ขณะเดียวกันก็ยังได้มีการเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไว้ ณ ที่ตั้งหน่วยอันประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 38, กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2, กองพัน
ทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 และกรมทหารพรานที่ 32 สำหรับเคลื่อนย้ายเข้าสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ
จากการแถลงข่าวของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม วานนี้นั้น ที่จังหวัดน่านยังคงมีปัญหาใน 4 อำเภอ คือ อำเภอปัว, อำเภอท่าวังผา, อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน รวม 30,313 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ อยู่ในอำเภอปัว 1 ศพ และอำเภอท่าวังผา 1 ศพ
บรรรทัดนี้ก็คงพูดได้คำเดียวว่า ในยามที่บ้านเมืองประสบภัยพิบัติ “ทหารคือที่พึ่งของประชาชน” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

