บทบรรณาธิการ : 24 สิงหาคม 2569

อุบาทว์กว่าที่คิดไว้เยอะ
ข้อมูลจากการขยายผลคดีโกงสอบท้องถิ่นทยอยออกมาเรื่อยๆ แต่ที่แทบไม่เชื่อสายตาก็คือ ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ สอดคล้องตรงกันว่า ขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นนั้น ถูกออกแบบมาทำลายระบบการสอบแข่งขัน และปล้นความถูกต้องชอบธรรมอย่างไร้คำบรรยาย
ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ตอนนี้มี 2 ส่วนคือการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบจนพบร่องรอยเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ มีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564-2565
จุดเชื่อมโยงที่ว่าก็คือการร้องเรียนทุจริตสอบท้องถิ่นในปี 2564 และผู้ผ่านสอบบางคนในครั้งนั้นเป็นผู้ชักชวนกลุ่มผู้สมัครเข้าสู่กระบวนการทุจริตสอบในรอบปี 2568 ซึ่งกรณีการสอบปี 2564 นั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติรับไต่สวนคดีพิเศษไปเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมกับให้เรียกสำนวนเก่าที่เคยส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเดิมกลับมาไต่สวนใหม่ร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ
คณะกรรมการ ป.ป.ช.คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน นับจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา น่าจะมีข้อสรุปชี้มูลความผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก และเป็นหน่วยงานที่ถูกคาดหวังไว้สูงมากๆ ว่า น่าจะมีคำตอบได้ในระดับที่น่าพอใจต่อสังคม มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด และใครต้องรับผิดชอบ
บ้าง โดยไม่มีการตัดตอน หรือปาหี่หลอกประชาชน
อีกส่วนหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงเช่นเดียวกันคือ ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพสส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน ให้ข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจว่าพบเส้นเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งเยอะมาก
ข้อมูลดังกล่าว ประธานคณะกรรมาธิการฯ อ้างอิงหลังจากเชิญตัวแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และตัวแทนจากทีมตรวจสอบชุดที่มีรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน โดยพบว่าทั้งช่วงก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบรวม 32 ขั้นตอนนั้น ล้วนเปิดช่องให้เกิดการทุจริต
แต่ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ วิธีการทุจริตมันถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบดังนี้คือ มีการไปรวบรวมรายชื่อผู้สมัครเป็นพวงๆ ประมาณ 100 พวง พวงละ 100-200 คน แล้วแต่จำนวนไม่เท่ากัน เป็นกลุ่มที่เข้าข่ายการทุจริต เสร็จแล้วก็มอบหมายให้ไปสมัคร และจ่ายเงินค่าสมัครแทนกันจากปกติที่ผู้สมัครสอบต้องไปจ่ายเองผ่านธนาคาร
นี่คือภาพคร่าวๆ ที่ทาง ป.ป.ช. และปปง.กำลังไต่สวนเชิงลึกว่า เส้นเงินทั้งสองส่วนนั้น เชื่อมโยงกันอย่างไร และไหลจากบัญชีไหนไปไหนบ้าง เชื่อว่าถ้าขุดจนเจอแบบนี้แล้ว ก็น่าลุ้นว่าจะเจอปลาตัวใหญ่ไม่ยาก เพราะลำพังข้าราชการเท่าหยิบมือที่ว่านั้น คงไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง และอาจจะไม่กล้าคิดด้วยซ้ำไปถ้าไม่มีผู้มีอำนาจที่เหนือกว่านั้นคอยหนุนหลัง
ฉะนั้น ถ้าสมมุติว่าคดีถูกตัดตอนปิดจบอยู่แค่ข้าราชการระดับ 10 กับกลุ่มคนนอกบางส่วน โดยไม่ได้สาวไปถึงไอ้โม่งตัวการใหญ่ หรือนักการเมืองคนนั้นๆ ได้จริงๆ เชื่อว่าจะมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงจากภาคประชาชน เนื่องจากปรากฏการณ์โกงสอบที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่องนี้ เป็นสิ่งที่เกินจะรับได้ เพราะมันคือต้นตอการเซาะกร่อนบ่อนทำลายชาติที่อุบาทว์กว่าที่คิดเอาไว้เยอะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

