คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

มหากาพย์โครงการปลูกปาล์มอินโดฯ 20,000 ล้าน
มหากาพย์โครงการเกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริตในโครงการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศอินโดนีเซีย ของบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ยังไม่จบ
ล่าสุด ศาลปราบโกงรับฟ้อง กรณีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ PTT Green Energy PTE Limited ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตผู้บริหารกับพวก !!!
1. ป.ป.ช.ตีตกไปก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก ตีตกคดีกล่าวหานายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยาและพวก กรณีดำเนินการโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซียของบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เป็นเหตุให้ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ได้รับความเสียหาย
“ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากเห็นว่า โครงการจัดหาที่ดินทั้ง 5 แปลง ไม่เป็นการกระทำความผิดทั้งทางอาญาและวินัย ข้อกล่าวหาไม่มีมูลเห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป” - แหล่งข่าวระบุ
โครงการหาที่ดินปลูกปาล์มในอินโดฯ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ PT.Az Zhara, โครงการ PT.Mar (Pontianak), โครงการ PT.Mar (Banyuasin), โครงการ PT.FBP., โครงการ PT.KPI มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านั้น ป.ป.ช.ได้ทำการไต่สวนหลายคน แยกตามโครงการ โครงการละประมาณ 6-7 คน
ในจำนวนนี้มีคนดัง เช่น นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, นายพิชัย ชุณหวชิร,นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นต้น
สำนักข่าวอิศรา เคยรายงานว่า มูลเหตุที่มีการไต่สวนคดีนี้ สืบเนื่องจากโครงการลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย พบความไม่ชอบมาพากลในการลงทุน และมีการจ่ายค่านายหน้าแพงเกินจริงกว่า 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน
แต่แล้ว เมื่อ ป.ป.ช.ยกคำร้อง ก็เท่ากับว่า ยุติการไต่สวนดำเนินคดีในส่วนที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่
บุคคลผู้เกี่ยวข้อง ถือเป็นผู้สุจริต
เท่ากับว่า คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินเพื่อปลูกปาล์มที่อินโดนีเซียของ ปตท.ซึ่ง ป.ป.ช.ไต่สวนมานานกว่า 10 ปี และมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วถึง 16 คน ยุติลง โดยไม่สามารถเอาผิดใครได้
2. ต่อมา มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท.ได้หยิบยกคดีดังกล่าวขึ้นมาหารือ และมีมติให้บริษัท ปตท. ฟ้องคดีดังกล่าวเอง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
“จากการพิจารณาข้อมูลที่บริษัท ปตท. มีอยู่พบว่า มีอดีตผู้บริหารระดับสูงของ ปตท. เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 3 ราย จึงให้ยื่นฟ้องอดีตผู้บริหารระดับสูง ปตท. 3 รายดังกล่าวก่อน และให้ทางฝ่ายกฎหมายขอสำนวนจาก ป.ป.ช. มาพิจารณาเพื่อประกอบในการยื่นหลักฐานต่อศาลด้วย” - สำนักข่าวอิศรารายงาน
ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานเช่นกันว่า นายนิพิฐได้มอบหมายให้ทนายความ ส่งหนังสือแจ้งเตือน (โนติส)ถึงบริษัท ปตท. และ ปตท.สผ. ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน 500 ล้านบาท จากการจงใจกระทำละเมิด เจตนากลั่นแกล้ง และการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทั้งทางอาญาและทางแพ่งโดยเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รับเงินสมทบตามระเบียบการจ้าง ของ ปตท.สผ.
นอกจากนี้ กรณีที่นายธนกร นันที อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ฟ้องดำเนินคดีกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล กรณีกล่าวหาว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการดังกล่าวนี้ด้วย ปรากฏว่า (7 เม.ย.2569) ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเวลา 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านบาท (ศาลให้ประกันตัว คดียังไม่ถึงที่สุด)


3. ศาลปราบโกง รับฟ้องมหากาพย์โครงการปลูกปาล์มอินโดฯ 20,000 ล้าน
สำนักข่าว Next News รานงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ PTT Green Energy PTE Limited ได้มอบหมายให้ทนายความ ยื่นฟ้อง นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตกรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กับพวก กรณีดำเนินโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย เป็นจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อท 179/2568 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว
ศาลปราบโกง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประทับรับฟ้องโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาแล้ว
คดีนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาตัดสินชี้ขาด นายนิพิฐและพวก จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
4. ยังไม่จบ มหากาพย์โครงการปลูกปาล์มอินโดฯ 20,000 ล้าน
ยังต้องติดตามต่อไปว่า คดีในศาลปราบโกงฯ จะมีผลอย่างไร?
อย่าลืมว่า ศาลปราบโกงฯ ทำหน้าที่ในระบบไต่สวน
ศาลปราบโกงมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาได้เอง ไม่ถูกจำกัดไว้เฉพาะพยานหลักฐานในสำนวนคดีของคู่ความเท่านั้น
ข้อมูลในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. (ก่อนจะตีตกไป มติไม่เอกฉันท์) ข้อมูลไหนที่น่าสนใจ อยู่ในข่ายอาจถูกพิจารณาได้ทั้งหมด
รวมถึงข้อมูลที่ ป.ป.ช.บินไปถึงอินโดนีเซีย เพื่อสอบพยานสำคัญ ตลอดจนเส้นทางการเงินต่างๆ ที่มีการตรวจสอบก่อนหน้านี้ มีความสำคัญต่อการพิจารณาคดีนี้ อย่างไร
ศาลปราบโกงอาจให้ ปปง. หรือหน่วยงานใด รายงานข้อมูลในประเด็นสำคัญเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาตามคดี เพื่อประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์แห่งคดี ได้ด้วย
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวอิศราเคยรายงานว่า บุคคลผู้ถูกกล่าวหาแยกตามโครงการจัดซื้อจัดหาที่ดิน ทั้ง 5 โครงการ ได้แก่
โครงการ PT.Az Zhara - ผู้ถูกกกล่าวหา ได้แก่ 1. นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2. นายพิชัย ชุณหวชิร 3. นายพิพัฒน์ สุวรรณะชฎ 4. นายสุรงค์ บูลกุล 5. นายวสุ กลมเกลี้ยง 6. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
โครงการ PT.Mar (Pontianak) – รายชื่อผู้ถูกกกล่าวหา 1. นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2. นายพิชัย ชุณหวชิร 3. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
โครงการ PT.Mar (Banyuasin) – รายชื่อผู้ถูกกกล่าวหา 1. นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2. นายพิชัย ชุณหวชิร 3. นายพิพัฒน์ สุวรรณะชฎ 4. นายสุรงค์ บูลกุล 5. นายวสุ กลมเกลี้ยง 6. นายประนนท์ เลาหะพันธุ์ 7. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
โครงการ PT.FBP - รายชื่อผู้ถูกกกล่าวหา 1. นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2. นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ 3. นายพิพัฒน์ สุวรรณะชฎ 4. นายสุรงค์ บูลกุล 5. นายวสุ กลมเกลี้ยง 6. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
โครงการ PT.KPI – รายชื่อผู้ถูกกกล่าวหา 1. นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2. นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ 3. นายพิพัฒน์ สุวรรณะชฎ 4. นายสุรงค์ บูลกุล 5. นายพีรฉัตร ปิ่นประยงค์ 6. นายเพชร วิจักขณา 7. นายธนกร นันที 8. นายวัชรินทร์ สุทธิประภา 9. นายธกฤษณ์ พรหมเดชะ 10. นายเชษฐ์ ชัยวงศ์พินิจ
11. Mrs. Nancy Martasuta 12. นายนพดล คงสาหร่าย 13. นางธนิภา พวงจำปา (นางธนิภา พวงจำปา เป็นภรรยานายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. ถูกลงโทษไล่ออกราชการ คดีร่ำรวยผิดปกติ) และ 14. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
ทั้งหมด ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ป.ป.ช.ตีตกคดีในชั้นไต่สวนไปแล้ว
แต่น่าสนใจว่า ในการฟ้องร้องต่อศาลปราบโกงล่าสุด ฝ่าย ปตท.มีการยื่นฟ้องไม่กี่คน ตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏ ศาลรับฟ้องแล้ว ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง?
ติดตามต่อไป ด้วยความลุ้นระทึก...
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

