คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

คนลุยไฟ (2)
คงต้องระบุกันชัด ชัด ว่า นักเลือกตั้งที่อยู่ในอาชีพการเมืองมาอย่างยาวนาน ต่างจะต้องเป็น “คนลุยไฟ” ที่ไม่กลัวตายตลอดกาล
ต้องกล้าลุยไฟโดยไม่หวั่นไหวว่าจะถูกไฟระดับร้ายแรงยกกำลัง 5 เผาไหม้จน “ตุยเป็นผง” หรือไม่? จึงจะมีโอกาสไปถึง “เป้าหมายที่ต้องการพุ่งชน คือ ตำแหน่งที่ปองหมาย”
จะต้องมั่นใจทุกครั้งในการ “ลุยไฟ” ว่าตนเองนั้นไซร้คือ“ทองแท้ไม่กลัวไฟ” ไม่ว่าไฟกองเล็ก กองใหญ่หรือระดับ “มหึมาแห่งไฟนรก” ต้อง “กล้าลุย” ทั้งสิ้น
หากเป็น “ทองปลอม” กลัวถูกเผาเป็นผงกลางกองไฟก็จะต้องรับความจริงอย่างกล้าหาญ
“วันพรุ่งนี้แล้ว สารขัณฑ์จะเปิด “สนามโคลีเซียมเกียกกาย” เพื่อให้นักการเมืองทุกค่าย เล่นกีฬาลุยไฟในมหกรรมอัคคีสงกรานต์ ถือเป็นกีฬาสุดมัน ราวีกันระหว่างฝ่ายแค้น และ ฝ่ายรัฐบาลที่ยิงปืนไฟ
ใส่กันอย่างถึงพริกถึงขิง”
โดยเฉพาะ “ฝ่ายแค้น” ที่มี “ปืนไฟติดขีปนาวุธ” พยาบาทถล่มใส่ฝ่ายรัฐบาลอย่างไม่ยั้ง โดยได้ประกาศล่วงหน้าอย่างมั่นใจว่า
จะใช้ปืนไฟ 4 กระบอกที่มีพลังทำลายล้างยิงเผารัฐบาลที่มีสารไวไฟลุกไหม้จนเป็นจุณ
“ดูเหมือน “กองเชียร์ฝ่ายแค้น” ต่างก็มั่นใจว่า “อัศวินระดับปืนไฟมรณะ ประกอบด้วยท่านปะเท้งปะ ท่านไอติม ท่านรังสิมันต์ตามมาด้วยเจ๊ไหมมู่หลันตัวจริง เจ๊ไอซ์ แรมกี้ตัวแท้ และเจ๊ลินดา จางซูยี่ นักขว้างมีดบิน คงจะสร้างปรากฏการณ์โจโฉแตกทัพเรือให้กับพรรคสีน้ำเงิน?”
“ในขณะที่ “กองเชียร์” พรรคน้ำเงินก็เชื่อมั่นเต็มร้อยและมั่นใจเต็มพันว่า อัศวินมิกกี้เมาส์จอมเหินฟ้าดั้นทะลุเมฆ ท่านโกเกี๊ยะคนเก่งและเสนาบดีสายพันธุ์ลูกเทพทั้งหลาย คงจะผ่านการลุยไฟพยาบาทยกกำลัง 5 ผ่านไปได้อย่างสบายๆ”
กองเชียร์สีน้ำเงินต่างมั่นใจเช่นนั้น เพราะเชื่อว่า อัศวินเสื้อน้ำเงินทั้งหลายต่างเป็น
“ทองแท้ไม่แพ้ไฟ?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

