แก้ไฟใต้เหลว 22ปีถลุงงบ5.2แสนล.

นายกฯ เผยไร้อำนาจตั้งกรรมการสอบปม ฮ.ยิงโจ๋ ในพื้นที่จะแนะชี้ติดเงื่อนไขกฎอัยการศึก ส่วน กมธ.ความมั่นคงฯ เรียก 6 หน่วยงานเกี่ยวข้องแจงเหตุ ไม่สงบ ซัดล้มเหลวแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ 22 ปี ใช้งบ 5.2 แสนล้านบาท เผยขอเวลา 3 วัน พิสูจน์ปมชาวบ้านถูกยิงจาก ฮ.หลังจากพบหัวกระสุนปืน M16
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกร้องและยื่นหนังสือขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้อ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ว่ากรณีนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์และมีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ ยืนยันแล้วว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น รวมทั้งในพื้นที่ได้ประกาศกฎอัยการศึก อย่างไรก็ตาม ทราบว่าแม่ทัพภาคที่ 4 จะเปิดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จของเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะต้องรอผลการตรวจสอบต่อไป
ทั้งนี้ กรณีที่มีข้อเรียกร้องให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ นั้น จำเป็นจะต้องตรวจสอบข้อกฎหมายด้วยว่านายกฯ สามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากมีผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อยู่แล้ว และมีการประกาศกฎอัยการศึกและการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการให้อำนาจสูงสุดแก่ทหาร พร้อมเท้าความถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เคยประกาศกฎอัยการศึก ก่อนการปฏิวัติในปี พ.ศ.2557 รัฐบาลในขณะนั้นก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เช่นกัน
ที่รัฐสภา วันเดียวกัน นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เข้าชี้แจงกรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา
นายมณเฑียร กล่าวว่า ได้สอบถามหน่วยงานดังกล่าวถึงเหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดข่าวกรองจึงปล่อยให้เหตุเกิดขึ้นเป็น 100 จุด และใช้เวลาถึง3วันก่อเหตุ และเรื่องที่ประชาชนเข้าใจว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ จากการรับฟังพบว่าไม่มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ต่างคนต่างทำ แต่ละหน่วยงานออกมาระบุจำนวนเหตุการณ์ไม่ตรงกัน และตนพูดเสมอว่าคนที่รู้ดีที่สุด คือตัวแทนประชาชนคือสส.ในพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุมา 22 ปี ไม่เคยมีหน่วยงานด้านความมั่นคง เชิญสส.ไปให้ข้อมูลแม้แต่คนเดียว หรือมีการประชุมหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ก็ไม่เคยเชิญ
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า บางครั้งลงพื้นที่ไปอยากให้ข้อมูล โต๊ะนั่งก็ยังไม่มีเรื่องข่าวกรองใช้ไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ต้องพูดกันตรงๆ แบบนี้ สส.อยากจะให้ข้อมูล แต่ไม่เคยเชิญ อย่างนี้ชัดแล้วว่าเราไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ข่าวกรองจึงได้ล้มเหลวต้องมาทบทวนว่าการทำงานมา 22 ปีนั้นล้มเหลว และใช้งบประมาณไปกว่า 520,000 ล้านบาท เนื่องจากปีละ 30,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย และเมื่อเกิดเหตุอะไรก็แล้วแต่ สส.เห็นตรงกันว่าถ้ามาฆ่าฟันกันไม่มีจบ ต้องมาพูดจาเจรจา ทุกเรื่องจบได้
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่ารัฐบาลไม่มีรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายอนุทิน ลงมากำกับดูแลเอง และให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ช่วยดูเรื่องการต่างประเทศ ซึ่งนายกฯให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และที่ไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย ช่วงที่ผ่านมา ก็นำเรื่องนี้ไปพูดคุย ว่าเราจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาตรงนี้ถึงจะจบ
สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2518 ตอนนั้นเราไปปราบคอมมิวนิสต์ใช้เวลา 3 ปีปราบจบ แต่นี่คือปัญหาความเห็นการคิดแบ่งแยกดินแดน 22 ปีไม่จบ สส.รู้ดี แต่ไม่มีการเชิญไปให้ข้อมูลว่าประชาชนต้องการอะไร
นายมณเฑียร กล่าวว่า ขอถามกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ข้อเท็จจริงกรณีอ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ความคืบหน้าไปถึงไหนเขาก็บอกว่าไปเก็บหลักฐานมา 1 ครั้ง และวันเดียวกันนี้จะเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่ม เราจะได้รู้ว่ามาจากเฮลิคอปเตอร์จริงหรือไม่ หรือปืนลั่น หรือเกิดจากอะไร ตำรวจขอเวลา 3 วัน เราก็ต้องให้โอกาส เพราะการพูด เราต้องมีหลักฐาน พูดลอยๆก็ไม่จบ และกมธ.จะลงพื้นที่เร็วๆ นี้
ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.มีความเห็นร่วมกันว่างานข่าวกรองใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา มีความล้มเหลว ทั้งที่ไม่มีการตัดงบประมาณปี 2569 และ 2570 เรื่องของข่าวกรองเลย ดังนั้นจึงใช้คำว่าการข่าวล้มเหลวส่วนการตรวจจุดเกิดเหตุ พบบาดเจ็บ 2 ราย ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ และไม่ได้เกิดจากการทำร้าย การจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย ควบคุมตัวและสอบปากคำแล้ว
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเฮลิคอปเตอร์ มีหลักฐานกระสุน 1 นัด ติดอยู่ในจักรยานยนต์คันที่ยิง ซึ่งกระสุนสามารถใส่ในปืน M 16 หรือ HK ได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพราะมันเป็นอาวุธสงคราม ว่าที่มาที่ไปของกระสุนมาจากปืนชนิดใด
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาไม่ใช่การใช้อาวุธห่ำหั่นกัน แต่เป็นการให้อภัย และทำหน้าที่ในเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งก็คือการเจรจา ขอให้รัฐบาลเร่งจับกุมผู้กระทำผิด หวังว่าสันติสุขจะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.สงขลา หรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี จ.สงขลา ก่อเหตุลักษณะเชิงสัญลักษณ์ โดยการเผายางรถยนต์ และพ่นสีสเปรย์เพื่อแสดงอาณาเขตการประชุมครม.สัญจร ทางเลขาธิการครม.ย้ำว่าให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แม้แต่ อ.นาทวี บ้านตน รัฐมนตรีก็ยังไม่ไปลงพื้นที่ ทุกคนต้องอยู่ในความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลการันตีว่าจะปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

