คอลัมน์ : ฝากฟ้า ฝากดิน

‘ฐานอำนาจข้าราชการ กับฐานอำนาจประชาชน’27
ผมเห็นใจคุณอนุทิน ซึ่งไม่ได้แปลว่าชื่นชอบหรือเห็นด้วยต่อการกระทำทุกอย่างของเขาและพรรคภูมิใจไทย แต่เห็นใจที่เขาทำอะไรก็จะโดนสื่อและพรรคการเมืองกับเครือข่ายขี้ริษยาหาเรื่องตีความ เลือกพูดเฉพาะด้าน ตัดทอนมาพูด หรือเปลี่ยนประเด็นไปเป็นอื่นให้คนเกลียดชัง
“ความจริงมีหนึ่งเดียว” หรือ “ความจริงก็คือความจริง” นั้นใช่! แต่มันก็มีหลายประเด็นหลายมุมมอง
การเลือกพูดบางประเด็นในเรื่องเดียวกันย่อมทำให้ความจริงไม่ครบ เมื่อไม่ครบก็ไม่จริง
เรื่อง 1 เรื่องก็เหมือนต้นไม้ 1 ต้น มีลำต้น ราก กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล ถ้าต้องการพูดถึงต้นไม้ทั้งต้นก็ต้องพูดทุกส่วน ถ้าจะพูดแค่บางส่วนก็ต้องบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่พูดเหมารวมหรือพูดให้คนฟังเข้าใจว่าพูดทั้งต้น
เรื่องการย้ายข้าราชการก็เป็นอย่างที่กล่าวมา มีสื่อหลายสำนักเน้นที่ “การสร้างฐานอำนาจ” ซึ่งมันก็จริง แต่ไม่ใช่แค่ประเด็นนี้เท่านั้น ยังมีประเด็นอื่นร่วมด้วย ทั้งที่เป็นประเด็นในทางร้ายและทางดี ในทางร้ายก็เช่น
เพื่อปกปิด บิดเบือน แก้ไข ตัดปัญหาความผิดที่คนในพรรคการเมืองทำไว้
ในทางดีก็คือ “ต้องการให้งานต่างๆมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล”
เมื่อผู้นำเห็นว่าคนทำงานไม่มีความสามารถพอ ไม่ทันสถานการณ์ หรือไม่สามารถทำงานได้ตามนโยบาย ชักช้า ยืดยาดหรือเข้าเกียร์ว่าง ก็ย่อมต้องเปลี่ยนคนเป็นธรรมดา นักการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านทั้งในอดีตและปัจจุบันก็เปลี่ยน แม้แต่ในหมู่ข้าราชการก็เปลี่ยน เพื่อให้คนใหม่ทำงานได้บรรลุเป้าหมาย
ประธานาธิบดีลินคอล์นนั้นเปลี่ยนผู้บัญชาการกองทัพในช่วงเกิดสงครามฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ เขาอยู่ฝ่ายเหนือ เมื่อทหารรบกับฝ่ายใต้แล้วแพ้ เขาก็เปลี่ยน เปลี่ยนแล้วยังแพ้ ก็เปลี่ยนอีก เขาเปลี่ยนและปลดผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายเหนือถึง 4 นาย จนกระทั่งได้รับชัยชนะ สงครามจบ
จึงเป็นเรื่องธรรมดามากที่ผู้นำจะเปลี่ยนตัวคนทำงาน และก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่จะต้องนำคนของตนที่มีฝีมือและไว้ใจได้เข้าทำงานแทนคนเก่า แต่ก็มีเช่นกันที่เปลี่ยนเอาคนของตนที่ไม่มีความรู้พอเข้าไปเพื่อช่วยรักษาอำนาจของตน หรือตอบแทนคนที่เคยช่วยเหลือกันมา ดูในสมัยคุณทักษิณเรืองอำนาจได้
คุณอนุทินนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและก็เคยดำรงตำแหน่งนี้มาก่อน เขาย่อมรู้ว่าข้าราชการคนไหนที่เชื่อใจและจะสามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้ รวมทั้งคนของคุณเนวินด้วย ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลตามความต้องการก็ต้องเปลี่ยนอีก
ล่าสุด...ข้าราชการที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ได้แก่ ระดับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 4 คน ระดับอธิบดีและผู้ตรวจราชการ 5 คน ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและอื่นๆ 5 คน
ถามว่าข้าราชการดังกล่าวนี้จะสร้างฐานอำนาจให้คุณอนุทินหรือพรรคภูมิใจไทยไหม?
คำตอบพื้นฐานก็คือ ใช่! แต่คำตอบของจริงต้องรอพวกเขาทำงาน ซึ่งงานแต่ละเรื่อง แต่ละโครงการ แต่ละนโยบายก็ใช้เวลาแตกต่างกัน แต่ถ้ารัฐบาลคณะนี้อยู่ครบ 4 ปี ผลงานย่อมบอกได้ว่าดีหรือไม่
ถ้าดี ก็เป็นการสร้างฐานอำนาจให้คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยด้วยผลงาน และจะได้ “ผู้เลือกตั้งเป็นฐานอำนาจ” ด้วย แต่ถ้าไม่ดีก็จะกลายเป็นการทำลายทั้ง 2 ฐาน
เมื่อไม่มีผลงาน ฐานอำนาจข้าราชการที่จะทำงานให้คุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยก็ทำได้แค่ “ทำให้มีคะแนนเสียงในวันเลือกตั้ง” ด้วยอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมการปกครอง จะมากหรือน้อยไม่ทราบ
พรรคภูมิใจไทยได้สส.ถึง 195 คน นั่นแสดงถึงผู้เลือกตั้งได้ฝากความหวังไว้กับพรรคภูมิใจไทย ถ้าคุณอนุทินคิดแต่เรื่องฐานอำนาจที่เป็นข้าราชการก็เท่ากับทรยศต่อผู้เลือกตั้ง ซึ่งผมไม่เชื่อว่าคุณอนุทินจะคิดตื้นอย่างนั้น
ใครก็คิดได้ว่าต้องเอาทั้ง 2 ฐาน และสิ่งที่ชี้ขาดก็คือผลงานของข้าราชการ ซึ่งจะส่งผลถึงคุณอนุทินในฐานะผู้บังคับบัญชา
ถ้าไม่มีผลงานหรือทำงานอย่างไร้ประสิทธิผล สื่อและสังคมออนไลน์จะกระหน่ำจนวันเลือกตั้งจะเหลือสส.น้อยกว่าเดิม
คอยตามชมว่าคุณอนุทินจะยึด2 ฐานอำนาจได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ดูวันเลือกตั้งว่า“ฐานอำนาจโดยข้าราชการ” กับ “ฐานอำนาจโดยประชาชน” นั้นฝ่ายไหนจะทรงพลานุภาพกว่ากัน
วิมล ไทรนิ่มนวล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

