คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

กรรมทุจริตสนามฟุตซอล
กรรมจากการทุจริตสนามฟุตซอล เริ่มทำงาน
อดีต สส. ต้องเข้าไปนอนคุกจริงๆ แล้ว
1. จากรอลงอาญา เป็นจำคุก 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.อธ 2/2567 หมายเลขแดงที่ อม.อธ. 4/2569 (คดีทุจริตสนามฟุตซอลอีกหนึ่งคดี)
ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ กับ นางสมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1(อดีต สส. พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ) กับพวก รวม 12 คน
โดยโจทก์และจำเลยที่ 1, 2, 4, 5 และ 8 ถึง 12 ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงวันที่ 5 ก.ย.2567 ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ รับอุทธรณ์วันที่ 9 มิ.ย. 2568
องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำพิพากษาโดยสรุปว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปกำหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่เลือกตั้งของตนให้ได้รับงบประมาณจำนวน 45,000,000 บาท อันเป็นการกระทำโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญที่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 อีกบทหนึ่ง
พิพากษาแก้ให้ จำคุก นางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
2.ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย 3 ปี 4 เดือน แต่ให้ “รอลงอาญา” ไว้ 3 ปี
ล่าสุด ในชั้นอุทธรณ์ แก้โทษเป็นจำคุก 3 ปี 4 เดือน เป็น “ไม่รอลงอาญา”
ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญ แต่กลับกระทำการก้าวก่าย แทรกแซงงบประมาณ และมีการล็อกสเปกเพื่อให้กลุ่มเอกชนเข้ามารับงาน อันเป็นการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐโดยไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง
รายงานระบุว่า หลังคำพิพากษา นางสมหญิง ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำ
3. จำเลยคนอื่นๆ ที่น่าสนใจ โทษจำคุก ไม่รอลงอาญา
นายชินภัทร ภูมิรัตน (จำเลยที่ 2) อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา
ระบุว่า จำเลยที่ 2 กำหนดรายชื่อโรงเรียนตามความต้องการของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เพื่อให้สามารถนำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 จำนวน 45,000,000 บาท ไปลงในพื้นที่เลือกตั้งของจำเลยที่ 1 ในขณะที่เพิ่งเกิดอุทกภัยใหญ่ในประเทศ เพื่อให้ก่อสร้างสนามฟุตซอลเท่านั้น ทำให้โรงเรียน 12 แห่ง ไม่สามารถนำงบประมาณไปใช้ก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยตามความขาดแคลนที่แท้จริงได้
นายอดุลย์ กองทอง (จำเลยที่ 3) อดีต ผอ.สพป.อำนาจเจริญ ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา
ระบุว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งมีอำนาจในการจัดสรรและอนุมัติงบประมาณ ได้กำหนดแบบประมาณการราคาวัสดุที่มีสินค้าของจำเลยที่ 9 ถึงที่ 11 แล้วให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้งบประมาณลงชื่อต่อๆ กัน โดยมีเจตนาให้โรงเรียนที่ได้รับงบประมาณนำไปกำหนดใน TOR ของแต่ละโรงเรียนให้มีแผ่นยางสังเคราะห์ EVA ของจำเลยที่ 10และไม่ได้มีคำสั่งให้โรงเรียนทั้ง 12 แห่ง ดำเนินการสืบราคามาตรฐาน ราคาตามท้องตลาด หรือราคาที่มีการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหลังสุดภายในกำหนดเวลา 2 ปี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ทั้งที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน จังหวัดอำนาจเจริญ มีข้อทักท้วงมาแล้ว



ต่อมา เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักตรวจสอบพิเศษ ภาค 5 ตรวจสอบแล้วพบว่า โรงเรียนต่างๆ กำหนดราคาแผ่นยางสังเคราะห์ EVA ขึ้นเอง โดยมีราคาเกินไปกว่าราคาท้องตลาดรวมประมาณ 24,000,000 บาท ทั้งแผ่นยางไม่สามารถใช้กับสนามฟุตซอลกลางแจ้งได้
นอกจากนี้ แบบประมาณการราคาวัสดุดังกล่าว มีการกำหนดรายชื่อหนังสือที่จำเลยที่ 9 ถึงที่ 11 เพิ่งจัดพิมพ์ขึ้น ซึ่งหนังสือดังกล่าว สามารถใช้งบดำเนินการในการจัดซื้อได้ แต่จำเลยที่ 3 กลับกำหนดให้มีหนังสือของจำเลยที่ 9 ถึงที่ 11 ถึง 6 รายการ ในการก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งใช้งบลงทุนในการจัดซื้อจัดจ้าง จึงมีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์ และกีดกันบุคคลอื่นไม่ให้เข้าสู้ราคาได้โดยง่ายหรือที่เรียกกันว่า ล็อกสเปก ด้วยมีเจตนาไม่ให้มีการแข่งขันเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
นายพิพัฒน์ กาลพัฒน์ (จำเลยที่ 12) ผู้ประสานงานและแจกเอกสารซีดีกำหนดราคาแก่โรงเรียน ศาลสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา
กลุ่มบริษัทและนิติบุคคลเอกชน ถูกสั่งลงโทษปรับรายละ 14,978,333.33 บาท
4. คดีทุจริตงบแปรญัตติสนามฟุตซอลโรงเรียนนี้ ถือเป็นมหากาพย์การทุจริต
รูปแบบพฤติการณ์และการทุจริต ไม่ต่างจากคดีทุจริตสนามฟุตซอล ที่มีอดีต สส. เพื่อไทย นครราชสีมา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษจำคุกไปก่อนหน้านั้น (คดียังไม่ถึงที่สุด)
ลักษณะการทุจริต กระทำเป็นขบวนการร่วมมือกันระหว่าง ฝ่ายการเมือง ข้าราชการระดับสูง ข้าราชการในพื้นที่ และกลุ่มเอกชน
สรุป รูปแบบการโกง แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1. การแทรกแซงและผันงบประมาณ (งบแปรญัตติ) - นางสมหญิง (จำเลยที่ 1) ได้ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญโดยเข้าไป ก้าวก่ายและแทรกแซงการใช้งบประมาณปี 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)มีการล็อกและเจาะจงงบประมาณจำนวน 45 ล้านบาท ลงไปยังโรงเรียนเฉพาะในเขตเลือกตั้งของตนเองในจังหวัดอำนาจเจริญ
2. ข้าราชการรับลูก - นายชินภัทร ภูมิรัตน อดีตเลขาธิการ กพฐ. (จำเลยที่ 2)ได้ให้ความร่วมมือทางนโยบาย โดยทำการจัดสรรงบประมาณลงไปตามรายชื่อโรงเรียนที่ฝ่ายการเมืองกำหนดมา โดยการจัดสรรแบบล็อกเปกนี้ ส่งผลเป็นการตัดโอกาสโรงเรียน 12 แห่งที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณไปซ่อมแซมอาคารเรียนที่ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) ในขณะนั้น
3. การเดินสายแจกซีดีล็อกสเปก (แจก TOR ล่วงหน้า) - นายพิพัฒน์ กาลพัฒน์ (จำเลยที่ 12) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ได้ทำหน้าที่ เดินสายชี้แจงและแจกแผ่นซีดีที่กำหนดราคาและขอบเขตงาน (TOR) ให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ เพื่อนำไปใช้เป็นร่างในการจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการแจ้งจัดสรรงบประมาณจริงลงมาเสียอีก
4. การล็อกสเปกสินค้าและตั้งราคาเกินจริง - นายอดุลย์ กองทอง อดีต ผอ.สพป.อำนาจเจริญ (จำเลยที่ 3) ได้ นำรายละเอียดสินค้าของกลุ่มเอกชนพวกพ้องใส่ลงไปในเอกสาร TOR โดยไม่มีการสืบราคากลางตามระเบียบพัสดุอย่างถูกต้อง ทำให้ราคาแพงกว่าท้องตลาดรวมกันประมาณ 24 ล้านบาท แถมวัสดุ (เช่น แผ่นยางEVA) ยังเป็นวัสดุที่ไม่มีคุณภาพและไม่เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับสนามกีฬากลางแจ้ง ทำให้นักเรียนใช้งานจริงไม่ได้
5. กระบวนการ “ฮั้วประมูล” อำพรางจัดตั้ง - กลุ่มบริษัทเอกชน (จำเลยที่ 4–11) ได้ทำการ จัดตั้งกลุ่มบุคคลหมุนเวียนกันเข้ามายื่นซองเสนอราคา โดยตกลงราคากันเองล่วงหน้า และผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะการประมูล เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มตนเองได้รับงานสัญญาจ้างจากรัฐโดยไม่เป็นธรรม
ศาลฎีกาฯ จึงชี้ว่า คดีนี้ หากข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือในการล็อกสเปก การทุจริตที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อรัฐครั้งนี้ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยจึงเป็นที่มาของการพิพากษาจำคุก โดยไม่รอลงอาญา แก่ผู้ร่วมขบวนการในที่สุด
5. ส่วนคดีทุจริตสนามฟุตซอลของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต สส. พรรคเพื่อไทย(ขณะเกิดเหตุทุจริต) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 พิพากษาลงโทษ จำคุก 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ขณะนี้ คดียังไม่ถึงที่สุด อยู่ในชั้นยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
โมเดลการทุจริตไม่ต่างจากคดีล่าสุดของอดีต สส. นางสมหญิง
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

