รู้จัก “โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ” ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เผยข้อมูลเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ "โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ" (Myocarditis) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทำงานของหัวใจ หากปล่อยไว้หรือรู้ตัวช้า อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจหยุดเต้นฉับพลันได้
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบคืออะไร?
โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ คือภาวะที่เกิดการอักเสบขึ้นบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจจากสาเหตุต่างๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายลดลง นอกจากนี้ การอักเสบดังกล่าวยังไปรบกวนระบบนำไฟฟ้าของหัวใจ ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย
สาเหตุหลักที่ควรระวัง
สาเหตุของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้นมีหลากหลาย แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การติดเชื้อไวรัส (เช่น อะดีโนไวรัส, คอกซากีไวรัส, พาร์โวไวรัส และไวรัสเอชไอวี) นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ได้แก่:
- การติดเชื้ออื่นๆ: เช่น แบคทีเรีย ปรสิต หรือเชื้อราบางชนิด
- การได้รับยาบางกลุ่ม: เช่น ยาเคมีบำบัด ยากันชักบางชนิด และยากลุ่มซัลโฟนาไมด์
- การใช้สารเสพติด: เช่น โคเคน
- การได้รับสารพิษหรือสารเคมี: เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ สารตะกั่ว หรือการได้รับรังสี
- โรคระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ: เช่น โรคลูปัส (SLE) หรือโรคทาคายาสุ
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
ผู้ป่วยมักมีอาการที่สามารถสังเกตได้เบื้องต้น หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที:
- เจ็บหน้าอก
- เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง หรือรู้สึกหายใจสั้นลง
- ใจสั่น ใจเต้นเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- อ่อนเพลียผิดปกติ
- มีไข้ ปวดตามตัว (หากสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ)
- หากมีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย จะมีอาการขาบวม เท้าบวม และไม่สามารถนอนราบได้
ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต
ความน่ากลัวของโรคนี้คือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง หากกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอ อาจทำให้เกิด
- ภาวะหัวใจล้มเหลว
- โรคหัวใจขาดเลือด
- โรคหลอดเลือดสมอง (จากการที่ลิ่มเลือดในหัวใจหลุดไปอุดตันเส้นเลือดสมอง)
- หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และอาจลุกลามจนถึงขั้น หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน
แนวทางการป้องกันดูแลตนเอง
แม้จะเป็นโรคที่อันตราย แต่ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันตนเองได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้:
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีหรือสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อไวรัส หรือผู้ป่วยไข้หวัด
- งดเว้นการใช้สารเสพติดทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีและรังสีโดยไม่จำเป็น
- รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อที่อาจเป็นต้นเหตุ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หัดเยอรมัน และคอตีบ
ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเข้าข่าย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

