คอลัมน์ : ฝากฟ้า ฝากดิน

“ความยากจนทางจิต กับ ความยากไร้ทางวัตถุ” ตอนที่ 2: ความจนในมุมมองของอัคคัญสูตร
เสียงบ่นว่ายากจนดังข้ามยุคสมัยราวกับเป็นลมหายใจของประเทศ หนี้สินครัวเรือนพุ่งสูง ความเหลื่อมล้ำถ่างกว้าง หากมองทะลุเปลือกนอกผ่าน “อัคคัญสูตร” พระสูตรที่ว่าด้วยวิวัฒนาการของสังคมเราจะพบว่าความจนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของกิเลสและโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว
- ทุนนิยมกักตุน กับ การผูกขาด
ปฐมกาลไม่มีความยากจน ทรัพยากรมีเพียงพอ ข้าวสาลีไร้เปลือกงอกงามให้เก็บกิน หายนะเริ่มขึ้นเมื่อมนุษย์เกิดตัณหา เริ่มขี้เกียจและกักตุน นี่คือภาพสะท้อนของ ทุนนิยมผูกขาด ในปัจจุบัน
ทุนใหญ่และกลุ่มทุนข้ามชาติไล่ควบรวมกิจการ กวาดทรัพยากรส่วนกลางไปครอบครอง ปิดกั้นคนตัวเล็กไม่ให้ลืมตาอ้าปาก
- ทรัพยากรเสื่อมโทรม กับ การแย่งชิง
เมื่อบริโภคด้วยความโลภ ข้าวสาลีธรรมชาติเริ่มกลายสภาพ มีเปลือก มีแกลบ และไม่งอกใหม่ทันที
ไม่ต่างจากวิกฤต Climate Change ในปัจจุบัน
เมื่อดินเสื่อม น้ำแล้ง ทุนใหญ่มีเงินซื้อเทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยง แต่เกษตรกรรากหญ้าต้องสูญเสียเครื่องมือทำกินและติดกับดักหนี้สิน
- โฉนดที่ดิน กับ ฟองสบู่
เมื่อทรัพยากรจำกัด มนุษย์เริ่มล้อมรั้วแบ่งปันที่ดิน เกิดระบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เครื่องมือสร้างความเหลื่อมล้ำที่ทรงพลังที่สุด ที่ดินไทยกระจุกตัวในมือคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ คนจนเมืองแบกรับค่าเช่าแพงลิ่ว เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน กลายเป็นแรงงานรับจ้างไร้หลักประกันชั่วชีวิต
- ทุจริตเชิงระบบ กับ ทุนสีเทา
เมื่อมีเส้นแบ่งเขตแดน มนุษย์บางคนแอบขโมยข้าวสาลีมาสุมในที่ของตน นำไปสู่การใช้กำลัง
นี่คือ คอร์รัปชันเชิงนโยบาย และการคืบคลานของทุนสีเทา ที่ใช้ช่องโหว่กฎหมายปล้นโอกาสทางเศรษฐกิจ ปล่อยให้คนสุจริตแบกรับต้นทุนชีวิตที่สูงลิ่ว
- มหาชนสมมต กับ ประชานิยมแจกเงิน
เพื่อหยุดความวุ่นวาย มนุษย์เลือกผู้ทรงธรรมขึ้นเป็น “พระราชา” (มหาชนสมมต) คอยรักษาความยุติธรรม โดยประชาชนยอมจ่ายภาษีตอบแทน ในปัจจุบันรัฐบาลทำหน้าที่นี้
ความยากจนจะฝังรากลึกทันทีถ้าระบบปกครองล้มเหลว รัฐบาลที่มุ่งแต่แจกเงินเยียวยาเพื่อหวังผลการเมืองระยะสั้น อุ้มชูนายทุน แต่ไม่ยอมปฏิโครงสร้างพื้นฐานอย่างการศึกษาและสาธารณสุข ไม่นำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาอธิบายอย่างกว้างขวางลึกซึ้งและมีตัวอย่างเป็นรูปธรรม คือความล้มเหลวในการทำหน้าที่ของมหาชนสมมต
บทสรุป
ความยากจนไม่ใช่การขาดแคลนเงินชั่วคราว แต่มันคือ “ปัญหาระดับโครงสร้างทางอำนาจ”
การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนไม่ใช่การแจกเงิน ซึ่งสุดท้ายจะไหลกลับไปหาทุนใหญ่ เหมือนประชาชนเป็นผู้เคี้ยวอาหาร แต่สารอาหารถูกดูดไปอยู่ที่พวกนายทุน
รัฐต้องกล้าหาญพอที่จะปฏิรูประบบเศรษฐกิจและการเมือง ทลายทุนผูกขาด ปฏิรูปภาษีที่ดิน และปราบปรามทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องมีสติปัญญามองเห็นโทษภัยของลัทธิบริโภคนิยม ด้วยการลดตัณหาการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย
หากผู้มีอำนาจยังเลือกวิธีประนีประนอม ปล่อยให้ระบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ดำเนินต่อไป วันหนึ่งเมื่อทรัพยากรถูกพวกทุนใหญ่ครอบครองจนหมดสิ้น บทเรียนในอัคคัญสูตรว่าด้วย “ความโกลาหลและการล่มสลายของสังคม” จะไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในคัมภีร์อีกต่อไป
วิมล ไทรนิ่มนวล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

