คอลัมน์ : คิด เขียน คุย
18 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

พลพีร์ สุวรรณฉวี "รัฐมนตรีลูกเทพ"
“รัฐมนตรีลูกเทพ”ของพรรคภูมิใจไทยคนหนึ่งในรัฐบาล“อนุทิน 2” ที่ควรกล่าวถึง คือ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ “มท.2” ที่กำลังเดินหน้า“ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ” โดยเฉพาะชาวยิวอิสราเอลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และกระบี่ อยู่ในเวลานี้
ที่ต้องกล่าวถึงเพราะนายพลพีร์ สุวรณฉวี ทำงานจริงไม่ได้สร้างภาพ หรือ“เล่นลิเก”แบบจำอวดหน้าม่านแบบเปิดประตูรถยนต์ให้ตำรวจตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติด เหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเมื่อวันที่ 16 สิงคมที่ผ่านมาระหว่างเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ ถูกด่านตำรวจที่ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ตรวจค้นรถยนต์แบบชาวบ้านทั่วไป
โชคดีว่าตำรวจที่ด่านนี้ไม่ใช่“ตำรวจแตงโม”เหมือนเมื่อครั้งอดีต ถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกตำรวจ“ตลบหลัง”แอบหย่อนยาบ้าสักสิบยี่สิบเมตรระหว่างตรวจค้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้นายอนุทินก็“จบเห่”แบบ“ปลาตายน้ำตื้น” ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่พรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไล่ลงจากเวที
และเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมวานนี้ แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่หลังจากถูกตำรวจบุรีรัมย์ตรวจค้นไม่เจอสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แล้ว ก็ไปเป็นพระยาน้อยชมตลาดแวะกินก๋วยเตี๋ยวกับ“ครูใหญ่-เนวิน ชิดชอบ”ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ก่อนเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียว่า “ตำรวจตั้งด่านตรวจปกติ พอดีรถผ่านไป ไม่มีอะไร อย่าไปคิดอะไรมาก”
ผู้สื่อข่าวถามว่า“หลังจากข่าวนี้ออกไปแล้ว มีกระแสดราม่าที่คนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ เพราะตำรวจจะไม่รู้เลยหรือว่าเป็นรถของนายกฯ” ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตอบว่า “คิดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ตำรวจไม่รู้ เพราะไม่มีรถนำ เป็นวันหยุด จึงไม่มีขบวน ผมไปกับทีมส่วนตัว ไม่มีการตั้งแถวรับ ไม่มีการจัดใครมารับทั้งสิ้น”
คำชี้แจงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ว่านั้น คนฟังจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล เพราะนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะในเวลาราชการหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ การรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศ หากเป็นอะไรขึ้นมาย่อมส่งผลกระทบในวงกว้าง หรือต้องเป็นข่าว“พาดหัวตัวไม้” หรือข่าวใหญ่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แน่นอน
สำหรับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นั้น เวลานี้จะเห็นเคียงคู่กับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นว่าที่“ผบ.ตร.”คนใหม่ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ได้ลงพื้นที่เปิดปฏิบัติการ“ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ” ในพื้นที่ท่องเที่ยวทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน 4 จังหวัด คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กระบี่, พังงา และภูเก็ต ตั้งแต่เฟสแรกเดือนพฤษภาคม จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมแล้วทั้งหมด“7 เฟส”
เฉพาะ 6 เฟสแรก ปรากฏว่าผลของการปฏิบัติการ“3 ประสาน”ในเชิงบูรณาการร่วมกัน ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงแรงงาน จากการตรวจสอบบริษัท 238 แห่ง ที่ดิน 272 แปลง รวมกว่า 184 ไร่ มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 2,839 ล้านบาท ได้มีการออกหมายจับแล้ว 178 หมาย
ที่อำเภอกาะสมุย ซึ่งเพิ่งจะปฏิบัติการล่าสุดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการปฏิบัติการต่อเนื่องตามแนวทาง“เกาะพะงันโมเดล” มีการตรวจสอบนิติบุคคลทั้งหมด 12,906 บริษัท พบมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 8,254 บริษัท และมีลักษณะอาจเข้าข่ายนอมินี 875 บริษัท ทั้งนี้ ภายหลังการคัดกรองเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบเป้าหมายต้องสงสัย 59 บริษัท ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 37 แปลง เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 36.3 ตารางวา มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีการตรวจค้นจับกุม 5 กลุ่มบริษัท ที่มีการประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และซื้อ ถือครอง พัฒนา ขาย และให้เช่าวิลล่าหรู แก่กลุ่มลูกค้าชาวอิสราเอลด้วย
สรุปภาพรวมจากผลการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถดำเนินคดีได้ 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน แยกเป็นคนไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 62 คน
ในจำนวนชาวต่างชาติ 62 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 27 คน ประกอบด้วย ชาวรัสเซีย 12 คน, ฝรั่งเศส 4 คน, อิสราเอล กับ ยูเครน ชาติละ 2 คน และนอกจากนั้นชาติละ 1 คน คือ แคนาดา, ฟิลิปปินส์, สวิตเซอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, อิตาลี และเอสโตเนีย
อย่างไรก็ตาม สำหรับ“รัฐมนตรีลูกเทพ”ที่ชื่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี วัย 43 ปี ผู้นี้ ต้องถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากสายการเมืองโดยตรง ไม่ได้มาจากบุคคลภายนอกเช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แต่ก็ทำงานอย่าง“มืออาชีพ” เป็น สส.มาแล้ว 4 สมัย มีประวัติที่ไม่ธรรมดา โดยเป็น สส.นครราชสีมาสมัยแรก ในปี 2550 มีอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น
อีกทั้ง นอกจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี หรือชื่อเล่นว่า“เต้ย” จะเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ พูดภาษาอังกฤษคล่องตามสำเนียงผู้ดีอังกฤษ, “รัฐมนตรีลูกเทพ”ของพรรคภูมิใจไทยผู้นี้ ก็ยังเป็นบุตรชายคนหัวปีของนายไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา 5 สมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมัย“รัฐบาลบรรหา ศิลปะอาชา” ที่ปัจจุบันถึงแก่กรรมไปแล้ว โดยวีรกรรมของนายไพโรจน์ผู้เป็นบิดาของนายพลพีร์ เมื่อครั้งเป็นนายอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2529 สมัย“รัฐบาลป๋าเปรม-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน
วลีเด็ดที่เป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ที่ว่า “ฟ้าเป็นของนก นายกฯเป็นของป๋า” ก็คือนายไพโรจน์ สุวรรณฉวี เป็นผู้คิดคำนี้ขึ้นมา !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

