บทบรรณาธิการ : 17 สิงหาคม 2569

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน
การขยายผลสอบสวนคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น มูลค่า 4,500 ล้านบาท ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ออกประกาศแก้ไขบัญชีผู้สอบแข่งขันท้องถิ่นปี’68 ใหม่ ส่งผลให้รายชื่อคนสอบได้ตามประกาศเก่าหายไปบางส่วน ทำให้เรามองเห็นภาพขบวนการทุจริตสอบบรรจุชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ก็เพราะว่า รายชื่อตามประกาศบัญชีใหม่นั้นคือผู้ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า ผ่านกระบวนการสอบแข่งขันได้อย่างสุจริต มีความมุ่งมั่นตั้งใจใช้องค์ความรู้ความสามารถของตัวเองเพื่อเข้ามาเป็นข้าราชการ อย่างบางรายถ้าตามบัญชีเก่าคือ มีชื่ออยู่ในลำดับร้อยกว่า แต่พอประกาศใหม่ กลายเป็นว่าอันดับถูกขยับมาที่หนึ่งอย่างภาคภูมิใจ
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง หลายๆ จังหวัดเมื่อบัญชีใหม่ถูกประกาศออกมา ปรากฏว่ารายชื่อคนสอบได้ตามประกาศเก่าหายไปไม่น้อย บางเขตหายเป็นร้อยหรือหายกว่าสองร้อยอันดับ ซึ่งพวกที่รายชื่อหายออกไปจากระบบนั้น ก็คือกลุ่มที่ถูกตรวจสอบพบมีการแก้ไขคะแนนให้สอบผ่าน นี่คือภาพสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการอุบาทว์พวกนี้ใช้ความโกง สกัดความเก่งอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น รายชื่อของบุคคลที่หายไปนั้นมีบรรดาลูกหลานบิ๊กข้าราชการ และนักการเมืองหรือคนที่มีสายสัมพันธ์ หรือนามสกุลใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจหลายรายหลุดหายไปจากบัญชีใหม่ด้วย ซึ่งนั่นจึงกลายมาเป็นคำตอบที่ยืนยันออกมาจากปากของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในเวลาต่อมาว่า พบบ้านใหญ่บางจุดมีส่วนพัวพันจริง
ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา กระทรวงมหาดไทย ได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติกว่า 5,000 ราย ส่งมอบให้ทั้งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อทำงานคู่ขนานและเอาผิดทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าสอบนายหน้า หรือเอเย่นต์ ที่พบว่าบางรายมีเครือข่ายดูแลคนสอบถึง 50-100 คน
ทางด้านกองปราบปราม ได้ขนลังเอกสารสำนวนคดีจำนวน 2 ลังใหญ่ รวม 10 แฟ้ม ซึ่งมีเอกสารมากกว่า 3,000 หน้า ไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งมอบต่อให้คณะไต่สวนพิจารณาแนวทางการดำเนินคดีตามกฎหมาย ขั้นตอนจากนี้คือ ถ้า ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเอง สำนวนจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. แต่ถ้าส่งกลับมา ทางพนักงานสอบสวนก็จะเป็นผู้รับผิดชอบคดีต่อไป
เพราะฉะนั้น ป.ป.ช.คือ หน่วยงานหลักในการชำระสะสางคดีนี้บนความคาดหวังสูงว่า จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ และเส้นทางเงิน 4,500 ล้านบาทไปอยู่ที่ไหนนี่คือคำถามค้างอยู่ในใจของคนทั้งประเทศ และเชื่อว่าคนไทยเองก็พยายามเอาใจช่วยป.ป.ช.ให้ขุดรากถอนโคนตัดวงจรเครือข่ายทุจริตนี้ให้สิ้นซากจริงๆ เสียที
ความจริง และความถูกต้อง ถึงแม้ว่าอาจมาช้าหน่อย แต่ถ้ามาแน่นอนก็ถือว่าคุ้มค่าในการรอคอย คนที่ขยันอ่านหนังสือ ท่องตำรับตำรา มีความรู้ความสามารถ และตั้งใจเข้าสอบแข่งขันด้วยความสุจริต ย่อมต้องมีอนาคตที่ดีทั้งแก่ตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ ส่วนคนที่ทุจริตคดโกงต้องยอมรับชะตากรรมอย่างสาสม ตามคำโบราณที่ว่าไว้ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

