คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

Starlink ไม่คุ้มสำหรับคนไทยทั่วไป แล้วจะปั่นแซะประเทศไทยไปทำไม
การปั่นกระแสเรื่องอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม “สตาร์ลิงก์” Starlink ของอีลอน มัสก์ บ้านเราตอนนี้
ดูจะหวังผลทางการเมือง มากกว่าหวังประโยชน์ในการใช้งานจริงๆ
1. Starlink คือ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ทำงานผ่านระบบดาวเทียมจำนวนหลายพันดวงที่โคจรรอบโลกในระดับความสูงประมาณ 550 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าดาวเทียมสื่อสารแบบดั้งเดิมที่โคจรสูงถึง 36,000 กิโลเมตร
สามารถใช้งานวิดีโอคอล เล่นเกมออนไลน์ หรือประชุมทางไกลได้ทั่วโลก
Starlink เป็นทางเลือกสำหรับพื้นที่ที่สายเคเบิลเข้าไม่ถึง โดยระบบนี้ใช้เทคโนโลยีการส่งสัญญาณผ่านอากาศระหว่างดาวเทียมกับจานรับสัญญาณ Dishy ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านหรืออาคารของผู้ใช้งาน
2. ล่าสุด ปั่นกันว่า เวียดนามเป็นประเทศล่าสุดในอาเซียนที่เปิดทางให้สตาร์ลิงก์ หรืออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจาก SpaceX ของ Elon Muskเข้ามาให้บริการอย่างถูกกฎหมาย ในขณะที่ไทยยังไม่อนุญาต ไทยล้าหลัง รัฐบาลล้มเหลว ไร้วิสัยทัศน์ ฯลฯ
3. Starlink อยากทำธุรกิจในไทย แต่ไม่จำเป็นสำหรับประเทศไทย
ปัจจุบัน คนไทย ทั่วประเทศไทย มีทางเลือกการใช้อินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั่วถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ และในราคาถูกกว่า Starlink มากนัก
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า พื้นที่ที่ไฟเบอร์เข้าไม่ถึง 5G FWA เป็นทางเลือกที่ดี
โดย True 5G FWA ให้ความเร็วถึง 300 Mbps ราคาเริ่มต้นประมาณ 800 บาทต่อเดือน ครอบคลุมพื้นที่ตัวเมือง 95%
ส่วน AIS 5G Home ให้ความเร็วสูงถึง 500 Mbps ราคาเริ่มต้นประมาณ 900 บาท
สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดจริงๆ NT Broadband Satellite เป็นทางเลือกที่ถูกกฎหมาย ให้ความเร็ว 20-50 Mbps ราคาประมาณ 1,500 บาทต่อเดือน
ต่อให้เป็นธุรกิจที่ต้องการอินเทอร์เน็ตเสถียรสูงและควบคุมได้เต็มที่ VPS จาก DriteStudio ก็ตอบโจทย์มากกว่า Starlink เพราะมี Server ส่วนตัว
ใน Data Center ที่มี Uptime สูงตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ ระบบ E-commerce หรือแอปพลิเคชันที่ต้องการ Response Time ต่ำ
การใช้ VPS หรือ Dedicated Server จากผู้ให้บริการในไทยอย่าง DriteStudio จะได้ Uptime และความเสถียรที่ดีกว่า Starlink ด้วยซ้ำ
ส่วน Starlink ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ค่าอุปกรณ์ครั้งเดียว ~14,900 - 18,000 บาท และค่ารายเดือน ~2,900 - 3,700 บาท แพงกว่าไฟเบอร์ (600-1,200 บ./ด.) หลายเท่า
ยิ่งกว่านั้น Starlink มีประสิทธิภาพด้อยกว่าไฟเบอร์
ความเร็ว: ดาวน์โหลด 100-200 Mbps, อัปโหลด 10-20 Mbpsช้ากว่าไฟเบอร์ (300-500 Mbps
ความหน่วง (Latency): 25-55 ms สูงกว่าไฟเบอร์ (5-15 ms)ไม่เหมาะสำหรับเกมหรือประชุมออนไลน์ที่ต้องการความหน่วงต่ำ
ความเสถียร: สัญญาณลดลงในช่วงฝนตกหนัก และอาจช้าลงในช่วงเย็นที่มีผู้ใช้เยอะ
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลด้านความมั่นคง อธิปไตยทางข้อมูล และถูกใช้โดยมิจฉาชีพ
อีกทั้ง ต้องมีพื้นที่โล่งสำหรับติดตั้งจาน กินไฟ 50-75W และพกพาลำบาก


4. สรุปง่ายๆ ประเทศไทยมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดิน (Fiber Optic) และ 5G ที่เร็ว เสถียร และราคาถูกเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว
ประชากรไทย 91% เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยในเมืองอยู่ที่ 94%ส่วนชนบทอยู่ที่ 89%
อินเทอร์เน็ตบ้านของไทย (Fixed Broadband) อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 273.78 - 349.15 Mbps ทำให้ติดอันดับTop 15 ของโลก
โดยแซงหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เสียอีก
ส่วนอินเทอร์เน็ตมือถือ (Mobile) ก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี ความเร็วเฉลี่ย 136.15 - 150.01 Mbps
ดังนั้น สำหรับคนไทยทั่วไปส่วนใหญ่ Starlink จึงไม่จำเป็นเลยไม่ตอบโจทย์ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
หากในอนาคต มีการเปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย Starlink อาจจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น บนเรือสำราญ เรือสินค้า หรือเรือประมง ที่ต้องออกไปกลางทะเลลึกซึ่งคลื่นมือถือไปไม่ถึง, สายแคมป์ปิ้งที่ชอบเดินทางไปในป่าลึกหรืออุทยานแห่งชาติ บนเกาะส่วนตัว, เป็นระบบสื่อสารสำรองในยามเกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่โครงข่ายภาคพื้นดินล่ม
5. การให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมโครงการ Starlink ของบริษัท SpaceX ในประเทศไทย บริษัทต้องดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)
เมื่อมีความประสงค์ที่จะให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทจะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเพื่อให้บริการในประเทศ
จากนั้น ต้องมายื่นขอรับรองมาตรฐานอุปกรณ์โทรคมนาคม พร้อมนำเข้าอุปกรณ์ ขออนุญาตตั้งสถานีภาคพื้นดิน (Gateway) เมื่อบริษัทได้ดำเนินการและได้รับอนุญาตตามกระบวนการดังกล่าวแล้ว จึงสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม starlink เพื่อให้บริการในประเทศไทยได้
เหตุที่ Starlink ยังไม่สามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย เนื่องจาก SpaceX ต้องการถือหุ้นทั้งหมดในการเข้ามาทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.โทรคมนาคมของไทยเราที่กำหนดเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติ
กฎหมายไทยกำหนดให้ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโทรคมนาคมดาวเทียมจำกัดสัดส่วนให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% และต้องมีคนไทยถือหุ้นใหญ่อย่างน้อย 51%
การจะให้สิทธิ์ Starlink เป็นกรณีพิเศษ 100% จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เหตุผลหลัก ได้แก่ ประเด็นด้านอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ (NationalSovereignty) - ภาครัฐไทยเห็นว่า ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความอ่อนไหวสูงมาก หากปล่อยให้ต่างชาติเป็นเจ้าของและบริหารจัดการเองแบบ 100% ทางการไทยจะไม่สามารถตรวจสอบ หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้เลย
ในอาเซียนมีบางประเทศ เช่น เวียดนาม หรือมาเลเซีย ที่ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้ Starlink เข้าไปทำตลาดแบบมีข้อจำกัด
6. การที่รัฐบาลไทย ไม่ยอมเงื่อนไขของ สเปซเอ็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ที่อ้างว่าหากสตาร์ลิงก์จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย จะต้องจัดตั้งบริษัทที่ถือหุ้นโดยต่างชาติ 100% เท่านั้น นับเป็นแนวทางที่ถูกต้องได้
เพราะได้ไม่คุ้มเสีย
ไม่จำเป็น
สุ่มเสี่ยงกระทบต่ออธิปไตยและความมั่นคง
ประเทศไทยยินดีที่จะมีการลงทุน แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ของประเทศไทย แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับประเทศไทยขนาดนั้น
ความจริง กฎหมายไทยควบคุมการลงทุนจากต่างด้าว ด้วยการกำหนดให้ การตั้งนิติบุคคลใดๆ ต้องมีคนไทยถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง หรือไม่ต่ำสุด 51% บังคับแบบนี้กับทุกประเทศที่มาลงทุน
พิลึกพิลั่น... คนบางกลุ่ม นักการเมืองบางพรรค ปั่นกระแสด่ากฎหมายไทย ด่ารัฐบาลไทยที่ไม่ยอมตามผลประโยชน์ธุรกิจของสเปซเอ็กซ์ราวกับเป็นผู้แทนของสเปซเอ็กซ์ อยากได้อะไร ประเทศไทยต้องยอมให้หมด!!
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

