คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

คงต้องพูดกันชัด ชัดว่า “หักดิบ” กำลังกลายเป็น “แฟชั่นสุดฮิต”ในสารขัณฑ์
ไม่เพียงแต่ “กลุ่มทุราจาร” เท่านั้นที่ขยัน “หักดิบ” ทำผิดกฎหมายในทุกเรื่อง
แม้แต่ “นักการเมืองทุกสายพันธุ์” ก็ยัง “หักดิบ” กันไปมาเพื่อบรรลุ “เป้าหมายที่ต้องการพุ่งชน” ขอเป็น “นายพรานไพรที่เข้าป่าทึบแห่งการเมือง เพื่อไล่ล่าขุมทรัพย์แห่งอำนาจรัฐมาอยู่ในอุ้งมือให้ได้”
ดังนั้น “อินเดียนน่า โจนส์” ทุกรายจึงเป็นนักล่าสมบัติ “สายพันธุ์พิเศษ” ที่ยึดถือคัมภีร์ “หน้าด้าน ใจดำ ทรยศ หักหลัง และหักดิบระดับทะลุเมฆ” กันอย่างทั่วถึง
“ตำนานการเลือกตั้งในนครสารขัณฑ์ที่มีมายาวนานกว่า 94 ปีนั้นอินเดียนน่า โจนส์ ทั้งหลายต่างถือคัมภีร์ดังกล่าวมาไล่ล่าขุมทรัพย์แห่งอำนาจรัฐตลอดมา”
“แต่ขอตัดตอนมาเฉพาะ การช่วงชิงขุมทรัพย์แห่งอำนาจรัฐในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่กำเนิดพรรคสามเหลี่ยมหัวกลับมาเป็นอินเดียนน่าโจนส์ เหมือนกับนักการเมืองทั้งหลายที่เป็น นักล่าฝันที่สุดมุ่งมั่น”
“พรรคสามเหลี่ยมหัวกลับ เคยชนะเลือกตั้งได้สส.เข้าสภามากเป็นอันดับ 1 จากนั้นรีบจับมือกับพรรคเสื้อแดงที่ได้สส.มากเป็นอันดับ 2เคยทำ MOU ว่าจะตั้งรัฐบาลร่วมกัน”
แต่แล้ว “พรรคส้ม” ก็ถูก “พรรคเสื้อแดง” ทำการ “หักดิบ” กลายเป็น “ฝ่ายค้าน” อย่าง “เจ็บใจ”
ถูก “หักดิบ” เพียงหนึ่งครั้ง “ยังไม่จดจำ” กลับไปช่วย“ยักษ์สีน้ำเงินให้ออกจากขวดแก้ว” จนกลายเป็น “อสูรไททัน” แล้ว “หักดิบพรรคส้ม” จนสีน้ำเงินได้เป็นรัฐบาลต่อเนื่องถึง 2 ครั้ง
“พรรคส้มถูกหักดิบมาหลายครั้ง บัดนี้จดจำเรียนรู้แล้วรีบศึกษา “คัมภีร์อินเดียนน่า โจนส์” จนน่าจะเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการหักดิบระดับมืออาชีพ?”
“ด้วยประการฉะนี้ พรรคส้มจึงกล้าออกมาประกาศอย่างสุดห้าว ถึงเวลาแล้วที่ตนจะ “หักดิบ” บ้าง ด้วยการทุบทำลายกำแพงสีส้มให้ได้”
“พรรคส้มจะทำได้สำเร็จหรือไม่? ยังไม่มีใครตอบได้ จร้า?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

