คอลัมน์ : Change with คิด&ทำ

รัฐบุรุษ Statesman คุณสมบัติ ตัวอย่าง และปัจจัยการก่อกำเนิด
•รัฐบุรุษ (Statesman): คุณสมบัติตัวอย่างระดับโลก และปัจจัยการก่อกำเนิด
คำว่า “รัฐบุรุษ” (Statesman)
มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากคำว่า “นักการเมือง”(Politician)
ดังคำกล่าวอันเป็นอมตะของ เจมส์ ฟรีแมน คลาร์ก (JamesFreeman Clarke) ที่ว่า:
“นักการเมืองคิดถึงแต่การเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่รัฐบุรุษคิดถึงคนรุ่นต่อไป”
(A politician thinks of the next election; a statesman, of the next generation.)
1. คุณสมบัติและลักษณะที่สำคัญของรัฐบุรุษ
รัฐบุรุษไม่ได้เป็นเพียงผู้ครองอำนาจทางการเมือง
แต่คือผู้นำที่ใช้สติปัญญาศีลธรรม และวิสัยทัศน์
ในการนำพารัฐผ่านวิกฤตและสร้างรากฐานความยั่งยืน
คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วย:
1.1 วิสัยทัศน์ระยะยาว(Long-term Vision)
มุ่งเน้นการวางรากฐานโครงสร้างระดับประเทศมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น
กล้าตัดสินใจในนโยบายที่อาจไม่ถูกใจประชาชนในปัจจุบัน
แต่ส่งผลดีอย่างยั่งยืนในอีก10-50 ปีข้างหน้า
1.2 จริยธรรมและความยึดมั่นในหลักการ (Moral Integrity & Courage)
มีความกล้าหาญทางจริยธรรม
ยึดถือความถูกต้อง ความยุติธรรม และประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
ไม่ยอมสยบต่อแรงกดดัน พรรคพวกหรือกระแสนิยมชั่วคราว
1.3 ความสามารถในการรวมชาติและสร้างความปรองดอง
(Unification & Reconciliation)
เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ มองข้ามความขัดแย้งแบ่งฝ่าย
สามารถดึงคนที่มีความคิดต่างกันมาร่วมมือทำงานเพื่อเป้าหมายใหญ่ของประเทศได้
1.4 การบริหารจัดการในยามวิกฤต (CrisisLeadership)
มีความนิ่ง นิ่งสงบ สุขุม และเด็ดขาดในยามที่บ้านเมืองเผชิญสงคราม
วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการแตกแยกทางสังคม
สามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นและสร้างความหวังให้แก่ประชาชน
1.5 สติปัญญาทางประวัติศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์
(Historical & Geopolitical Literacy)
เข้าใจประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เข้าใจระเบียบโลก การเมืองระหว่างประเทศและบริบทของชาติ
สามารถอ่านเกมอำนาจโลกออกเพื่อปกป้องเอกราชและประโยชน์สูงสุดของรัฐ
2. ตัวอย่างการกำเนิดรัฐบุรุษระดับโลก 3 ท่าน
1) อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) - สหรัฐอเมริกา
บทบาทและผลงาน:
นำพาสหรัฐอเมริกาผ่านพ้น สงครามกลางเมือง (American Civil War)
รักษาความคงอยู่ของสหรัฐฯ (Union) ไม่ให้แตกแยก และประกาศเลิกทาส (Emancipation Proclamation)
บริบทแห่งการเกิด:
เกิดขึ้นในยุคที่อเมริกามีความขัดแย้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างรัฐฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้เรื่องระบบทาสและสิทธิของรัฐ
ความเป็นแบบอย่าง:
ลินคอล์นแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นในหลักการความเท่าเทียมของมนุษย์
พร้อมกับจิตใจที่เมตตา ไม่มุ่งล้างแค้นฝ่ายที่แพ้สงคราม
ดังคำกล่าวในสุนทรพจน์รับตำแหน่งครั้งที่สอง
“With malice toward none, with charity for all”
(ด้วยจิตที่ไม่อาฆาตใคร ด้วยใจที่เมตตาต่อทุกคน)
2) วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill) - สหราชอาณาจักร
บทบาทและผลงาน:
นายกรัฐมนตรีผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และ ชัยชนะ
ของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2
ต่อสู้กับภัยคุกคามของระบอบนาซีเยอรมนี
บริบทแห่งการเกิด:
ยุโรปกำลังจะล่มสลายภายใต้การยึดครองของฮิตเลอร์
สหราชอาณาจักรยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวและเผชิญการทิ้งระเบิดอย่างหนัก
ความเป็นแบบอย่าง:
ใช้สติปัญญา วาจาสิทธิ์ และวาทศิลป์ในการปลุกใจชนชาติอังกฤษให้ยืนหยัดไม่ยอมจำนน
(“We shall never surrender”)
เชอร์ชิลล์ เป็นตัวอย่างของรัฐบุรุษผู้มองเห็นภัยคุกคามทางอุดมการณ์ล่วงหน้า
และมีความเด็ดเดี่ยวในสถานการณ์ความเป็นความตายของชาติ
3) ลี กวน ยู (Lee Kuan Yew) — สิงคโปร์
บทบาทและผลงาน:
นายกรัฐมนตรีคนแรกผู้สร้างประเทศสิงคโปร์จากเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ
ถูกบังคับให้แยกตัวจากมาเลเซีย
ให้กลายเป็นศูนย์กลางการเงินและเศรษฐกิจชั้นนำของโลก
บริบทแห่งการเกิด:
เกิดขึ้นในยุคหลังปลดปล่อยอาณานิคม (Post-Colonial Era)
สิงคโปร์เต็มไปด้วยปัญหาความขัดแย้งเชื้อชาติ ความแค้นทางสังคม และความยากจน
ความเป็นแบบอย่าง:
สร้างระบบการบริหารที่ยึด
ระบบหลักคุณธรรม (Meritocracy),
ความเที่ยงธรรม,
การปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และ
การสร้างอัตลักษณ์ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม
ลี กวน ยู คือแบบอย่างของรัฐบุรุษผู้เปลี่ยนประเทศแถบโลกที่สาม
ให้ก้าวสู่โลกที่หนึ่งได้ในยุคสมัยเดียว
(หมายเหตุ: สำหรับประเทศไทย บุคคลที่ได้รับยกย่องเป็นรัฐบุรุษอย่างเป็นทางการ ได้แก่
นายปรีดี พนมยงค์ และ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ซึ่งต่างนำพาประเทศผ่านวิกฤตการณ์สำคัญในบริบทยุคสมัยของตนเอง)
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

