คอลัมน์ : กวนน้ำให้ใส

สลากแพงเกิน 80 บาท ใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ?
งวดที่แล้ว ก็ยังมีสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา 80 บาท เกลื่อนไปหมด
มางวดนี้ ก็มีอยู่เหมือนเดิม
ตกลงว่า ในเมื่อปัจจุบัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีเครื่องมือที่จะแก้ปัญหาเสร็จสรรพ มีแอปเป๋าตังที่ขาย 80 บาทได้อย่างโปร่งใส แต่แทนที่จะจัดสรรขายผ่านช่องทางนี้เพิ่มเติม แล้วไปตรวจสอบสะสางและลดการจัดสรรผ่านโควตาอื่นๆ แต่กลับไม่จัดการ ไม่ดำเนินการให้เป็นเรื่องเป็นราว
นี่คือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล หรือไม่?
1. ก่อนหน้านี้ นายสุนทร บุญยิ่ง ตัวแทนกลุ่มธรรมาภิบาล ได้ยื่นหนังสือร้องขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการโควตาสลากและปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว
เรียกร้องให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายสลากเกินราคา การจัดสรรโควตาที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นการสวมสิทธิ์นอมินีและกลุ่มผลประโยชน์ ที่ทำให้สลากจำหน่ายเกินราคา 80 บาท
เนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นรัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้ชี้แจงข้อเท็จจริง สั่งให้สอบสวน สั่งให้ดำเนินการหรือยับยั้งการดำเนินการกำกับดูแลการบริหารกิจการของสำนักงานสลาก
กินแบ่งรัฐบาล
สำนักข่าว Top News รายงานว่า เอกสารได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำเรียนรัฐมนตรีรับทราบเรียบร้อยแล้ว อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะสั่งสอบสวน จะสั่งชี้แจง จะสั่งให้กระทำ หรือยับยั้งการกระทำ ก็เป็นอำนาจของรัฐมนตรี
ถ้ารู้แล้วยังเฉย ย่อมถูกตั้งคำถามเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
2. ในความเป็นจริง ปัญหาสลากราคาแพง ไม่ได้เกิดจากพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเพียงอย่างเดียว แต่ต้นตออยู่ที่ระบบการจัดสรรของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะสลากที่ขายเกิน 80 บาท ไม่ว่าจะขายที่ไหน ต้นทางก็มาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เดียวกัน ผ่านมาทางช่องทางไหน เท่านั้นเอง
แม้สำนักงานสลากฯ จะจำหน่ายสลากออกไปในราคาต่ำกว่า 80 บาทแต่เมื่อผ่านระบบการจัดสรรในบางช่องทาง กลับมีการนำนอมินีเข้ามาเกี่ยวข้อง นำไปสู่การรวบรวมสลากไปขายเป็นชุดผู้ขายตัวจริงบางส่วน
ได้สลากไปราคาแพงกว่า 80 บาท จนปลายทาง ประชาชนต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นไปอีก
ปัจจุบัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรสลากผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
ช่องทางสลากดิจิทัลผ่านแอปเป๋าตัง ประมาณ 30 ล้านใบ ซึ่งจำหน่ายในราคา 80 บาทถึงผู้บริโภคโดยตรง
ช่องทางโควตากลุ่มมูลนิธิ สมาคม และองค์กรผู้ด้อยโอกาส ประมาณ 30 ล้านใบ
และช่องทางระบบจองซื้อล่วงหน้า ประมาณ 45 ล้านใบ

พูดกันตามตรง ช่องทางแรกเป็นช่องทางเดียวที่ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาทจริงๆ
ดังนั้น ถ้าอยากให้ประชาชนซื้อได้ 80 บาท ง่ายที่สุด ก็เพิ่มสลากเข้าช่องทางแอปเป๋าตังมากขึ้น
ส่วนอีกสองช่องทางนั้น เป็นจุดที่ทำให้เกิดการส่งต่อหลายทอด โดยสลากออกจากกองสลากต่ำกว่า 80 บาท แต่พอผ่านสมาชิก ผ่านโควตา ผ่านกลุ่มผลประโยชน์ ผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว คนเดินขายจำนวนไม่น้อยรับสลากไปราคาเกินร้อยบาทแล้ว นี่แหละคือสาเหตุที่สลากถึงมือประชาชนเกิน 80 บาท
ตอกย้ำ ด้วยกรณีที่ภาครัฐเคยตรวจสอบผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และพบว่ามีประชาชนบางรายมีเงินหมุนเวียนในบัญชีผิดปกติ และพบว่าถูกนำชื่อไปใช้เป็นตัวแทนจำหน่ายสลากโดยเจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง เป็นหลักฐานว่ามีการสวมชื่อสวมสิทธิ์ในโควตาสลากจริงๆ
ความจริง หากมีการนำชื่อบุคคลอื่นมารับโควตาสลาก แล้วสลากกลับตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล ก็ถือเป็นประเด็นที่หน่วยงานรัฐควรเร่งตรวจสอบสะสาง เพราะผลประโยชน์ในระบบนี้อาจมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี
แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังนิ่ง ไม่มีการขยับรื้อโควตาตรวจสอบ หรือสะสางอะไรเลย
3. คณะกรรมาธิการการเงินฯ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็ได้ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว
น่าสนใจว่า ปมนี้ จะถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยหรือไม่?
ใครจะถูกยื่นถอดถอน หรือยื่นดำเนินคดี ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยหรือไม่?
4. ปัญหาการปล่อยปละละเลย หรือละเว้น ไม่แก้ปัญหาสลากเกินราคานี้เป็นเรื่องโจ่งแจ้งมาก
ลองถาม AI ได้คำตอบฉะฉาน บอกว่า
“การจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านตัวแทนและนายหน้าหลายทอด เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้สลากมีราคาแพงเกินจริง
สาเหตุหลักของการจัดสรรสลากราคาแพง
ระบบโควตาและตัวแทน: โควตาส่วนใหญ่ถูกจัดสรรให้สมาคม มูลนิธิ หรือตัวแทน แต่ผู้ได้รับสิทธิ์บางส่วนไม่ได้นำไปขายเอง กลับนำไปขายต่อให้กับยี่ปั๊วหรือพ่อค้าคนกลางหลายทอด
การบวกราคาเพิ่ม: เมื่อมีการเปลี่ยนมือผ่านนายหน้าหลายทอดราคาต้นทุนจึงถูกบวกสะสมจนทำให้ราคาขายปลีกสูงเกินกว่า 80 บาทที่กฎหมายกำหนด
ช่องว่างของระบบซื้อ-จอง: สลากในระบบซื้อ-จองล่วงหน้าที่มีรายย่อยลงทะเบียนรับสิทธิ์ บางส่วนถูกรวบรวมโควตาเข้าไปอยู่ในมือของกลุ่มอิทธิพลหรือทุนใหญ่ เกิดผลประโยชน์ส่วนเกินมหาศาลในแต่ละงวด
แนวทางแก้ไขปัญหา
สลากดิจิทัล: การเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในราคา 80 บาท ช่วยตัดปัญหานายหน้าและควบคุมราคาได้จริง
การตรวจสอบโควตา: ภาครัฐต้องจัดระเบียบและตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิ์โควตาคนพิการและผู้ด้อยโอกาสอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการผลประโยชน์สวมสิทธิ์”
5. อย่าแกล้งลืมว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง ยืนยันชัดเจนตามกฎหมายว่า “การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา 80 บาท ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นค่าบริการ ค่าระบบ หรือค่าดำเนินการใดๆ ถือว่ามีความผิดทางกฎหมายทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น”
มาตรา 39 ของ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุโทษปรับสูงสุดไว้ไม่เกิน 10,000 บาท
แม้แต่แพลตฟอร์มในออนไลน์ ศาลก็เคยมีคำวินิจฉัยในหลายคดีว่าการคิดค่าบริการเพิ่มจนทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเกิน 80 บาท ถือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมราคา เพียงแต่คดีที่ฟ้องศาลเพื่อสั่งปิดเว็บไซต์และแอปพลิเคชันยังไม่ถึงที่สุด ได้รับการคุ้มครองให้ยังขายได้
ซึ่งต้นทางสลากกินแบ่งฯ เขาเอามาจากไหน? ก็ต้องเอามาจากช่องทางที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรร 2 ช่องทางที่ไม่ได้ขายตรงถึงมือผู้บริโภค คือ ช่องทางโควตากลุ่มมูลนิธิ สมาคม และองค์กรผู้ด้อยโอกาส ประมาณ 30 ล้านใบ และช่องทางระบบจองซื้อล่วงหน้า ประมาณ 45 ล้านใบนั่นเอง
เพราะฉะนั้น การแก้ที่ต้นทางการจัดสรร จึงเป็นการแก้ที่ต้นตอ
แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน ก็ยังไม่ลงมือทำ
สารส้ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

