คอลัมน์ : คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

เมื่อทุกขั้นตอนถูกต้องตามระเบียบ แต่ความโปร่งใสและความคุ้มค่ายังคงเป็นคำถาม
หลายคนคงเคยเห็นโครงการของรัฐที่มีรายละเอียดบางอย่างชวนให้สงสัย ทั้งเรื่องราคาที่ดูสูงกว่าที่ควรจะเป็น เงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างที่ดูซับซ้อน หรือผลลัพธ์ของโครงการที่ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง และอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า โครงการเหล่านี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบมาได้อย่างไร ทั้งที่ปัจจุบันการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐดูจะมีกระบวนการที่รัดกุมและเข้มงวดมากขึ้น
เรื่องความไม่โปร่งใสในอดีตอาจอยู่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยทั้งการยื่นซองใต้โต๊ะ การพูดคุยตกลงกันลับๆ หรือการจ่ายเงินในห้องเงียบๆ แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล เรื่องเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป หลายขั้นตอนถูกย้ายมาอยู่บนระบบออนไลน์ มีทั้งเลขโครงการ เอกสาร ข้อมูล และกฎระเบียบเข้ามารองรับอย่างเป็นระบบ จนเมื่อเอกสารครบ มีลายเซ็นรับรอง และทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ เราจึงมักคิดว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี
แต่คำถามที่ตามมาคือ หากกฎระเบียบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความผิดปกติ และทุกขั้นตอนผ่านการตรวจสอบ แล้วทำไมเรายังเห็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐอยู่บ่อยๆ ทั้งการจัดซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด หรือโครงการที่แม้เอกสารจะระบุว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ แต่เมื่อมองในรายละเอียดกลับยังมีประเด็นที่ชวนให้ตั้งคำถาม
เมื่อมองย้อนกลับไปยังหลายโครงการที่ผ่านมา ยังมีข้อสงสัยจากประชาชนอยู่ไม่น้อย ทั้งที่โครงการเหล่านั้นผ่านกระบวนการตรวจสอบมาอย่างรัดกุม และทุกขั้นตอนดูเหมือนจะเป็นไปตามระเบียบอย่างถูกต้อง แต่เมื่อโครงการเดินทางมาถึงปลายทางกลับยังทิ้งคำถามไว้ว่า สิ่งที่ทำไปคุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ รวมถึงโครงการเหล่านั้นมีความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมากน้อยเพียงใด
ฉะนั้นความไม่โปร่งใสในทุกวันนี้จึงอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะเสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในรายละเอียดของเอกสารหรือเงื่อนไขบางอย่างของโครงการ
เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการหรือการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ คำชี้แจงจากหน่วยงานที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้งคือ ทำตามระเบียบทุกประการ หรือผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการ
แล้ว แน่นอนว่าการทำตามกฎระเบียบเป็นเรื่องสำคัญและเป็นสิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องทำอยู่แล้ว แต่การทำตามระเบียบอาจตอบได้เพียงว่า ขั้นตอนต่างๆ ถูกดำเนินการตามกติกาหรือไม่ ขณะที่สิ่งที่ประชาชนอยากรู้ยังมีมากกว่านั้น เช่น ข้อกำหนดที่วางไว้สามารถคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำเนินโครงการได้อย่างเหมาะสมและโปร่งใสหรือไม่ โครงการที่ออกแบบมาตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนหรือไม่ และงบประมาณที่ใช้ไปคุ้มค่าหรือเปล่า
หนึ่งในเอกสารสำคัญที่ช่วยให้เราเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้คือ TOR หรือ Terms of Reference ซึ่งหมายถึงขอบเขตของงาน หรือข้อกำหนดรายละเอียดในการจ้างงาน เป็นเอกสารที่ระบุว่า หน่วยงานรัฐต้องการจัดซื้อหรือจัดจ้างอะไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร งานที่จะดำเนินการมีรายละเอียดและเงื่อนไขแบบไหน รวมถึงกำหนดคุณสมบัติหรือหลักเกณฑ์ที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติตาม
ดังนั้น TOR จึงไม่ใช่เพียงเอกสารทางราชการที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องสนใจ แต่เป็นเอกสารสำคัญที่ประชาชนสามารถเข้าไปดูได้ว่า รัฐกำลังจะใช้งบประมาณเพื่อทำอะไร กำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร และสิ่งที่กำหนดไว้นั้นเหมาะสมกับโครงการหรือไม่
คำถามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กรณีแรกคือ การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 133 ล้านบาท ในทางเอกสาร TOR มีการกำหนดขั้นตอนและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลไว้อย่างรัดกุม แต่เมื่อเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลคะแนนและมีการตรวจสอบข้อมูลในระบบอย่างละเอียด กลับพบว่ามีการเข้าไปแก้ไขไฟล์ข้อมูลคะแนนสูงถึง 115 ครั้ง ทั้งที่ข้อตกลงและมาตรการความปลอดภัยที่กำหนดไว้ใน TOR ไม่ควรเปิดช่องให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการออกแบบระบบและ TOR ทั้งเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อาจยังไม่รัดกุมเพียงพอ และการขาดระบบบันทึกประวัติการเข้าใช้งานที่สามารถตรวจสอบได้ จึงต้องกลับมาดูว่า แม้ TOR จะกำหนดเงื่อนไขไว้ แต่ระบบที่นำมาใช้จริงสามารถป้องกันการแก้ไขข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด และเหตุใดจึงยังเกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลคะแนนได้ ประเด็นของกรณีนี้จึงไม่ได้มีเพียงว่า การจัดสอบทำตามระเบียบหรือไม่ แต่ต้องมองต่อว่า ระบบที่วางไว้สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้จริงหรือไม่ และอะไรคือช่องโหว่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้
กรณีที่สองคือ TH-AI Passport โครงการจัดซื้อระบบ AI วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี AI และเพิ่มอัตราการใช้งาน AI ของประชาชน แม้โครงการจะผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบและมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่ยังมีคำถามว่างบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้คุ้มค่ามากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะหากประชาชนไม่ได้ใช้สิทธิ์ที่ได้รับอย่างเต็มที่ตามเป้าหมายของโครงการ
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซีและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ได้ทดลองใช้ระบบดังกล่าวและตั้งข้อสังเกตว่า ในหลายกรณีระบบมีประสิทธิภาพด้อยกว่าระบบ Generative AI เวอร์ชันฟรีที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงเกิดคำถามต่อว่า ระบบที่ใช้งบประมาณสูงขนาดนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขใน TOR ที่กำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่อยู่ในกลุ่ม Top 5 ของประเทศ แต่ผู้เสนอราคากลับไม่ได้ระบุชื่อบริษัทเจ้าของจอไว้ในข้อเสนอเชิงเทคนิค แม้คณะกรรมการพิจารณาผลจะยืนยันว่าไม่มีผู้เสนอราคารายใดระบุชื่อบริษัทเจ้าของจอ แต่กลับมีการพิจารณาให้คะแนนและตัดสินผลการประมูลได้ จึงมีข้อสงสัยว่าใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว
นอกจากนี้ TOR ยังตั้งงบประมาณค่าจอประชาสัมพันธ์ทั้ง 3 ส่วน ซึ่งครอบคลุมจอดิจิทัลทั่วไป จอในร้านสะดวกซื้อ และจอในห้างสรรพสินค้ารวมกว่า 6,000–7,000 จุด ไว้ที่ 900,000 บาท ขณะที่ข้อมูล Rate Card ที่นำมาเปรียบเทียบระบุว่ามูลค่าอาจสูงถึง 9,217,000 บาท ความแตกต่างของราคาดังกล่าวจึงนำไปสู่คำถามว่า ราคาที่กำหนดไว้ใน TOR มีความเหมาะสมเพียงใด และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด
จากตัวอย่างทั้งสองกรณีชวนให้เห็นว่า การตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่แค่คำถามว่าเอกสารครบหรือไม่ หรือขั้นตอนถูกต้องตามระเบียบหรือเปล่า เพราะนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตรวจสอบเท่านั้น เอกสารอาจตอบได้ว่าโครงการทำถูกขั้นตอนหรือไม่ แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าโครงการนั้นโปร่งใส คุ้มค่า และป้องกันช่องโหว่ได้จริงหรือไม่ สิ่งที่ต้องดูต่อคือระบบหรือโครงการที่ออกแบบมาสามารถทำงานได้จริงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และงบประมาณที่ใช้ไปเกิดความคุ้มค่าหรือเปล่า
ที่ผ่านมา ปัญหาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอาจไม่ได้เกิดจากการยื่นซองใต้โต๊ะหรือฮั้วประมูลเสมอไป แต่อาจเกิดจากช่องว่างของระเบียบที่เดิมคิดว่ารัดกุมแล้ว เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติจริงกลับยังมีช่องว่างที่ทำให้เกิดความผิดปกติหรือเปิดโอกาสให้บางคนแสวงหาประโยชน์ได้
ในฐานะประชาชนธรรมดา เราจะทำอะไรได้บ้าง หลายคนอาจคิดว่าเรื่องเหล่านี้เต็มไปด้วยกฎหมาย ระเบียบ เอกสาร และขั้นตอนที่ดูซับซ้อน จนบางครั้งทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวและเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าไปตรวจสอบได้ แต่การตรวจสอบไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรู้กฎหมายหรือเข้าใจขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่าง แต่อาจเริ่มจากการไม่หยุดคำถามไว้เพียงคำว่า ทำตามระเบียบแล้ว
เมื่อเห็นโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก เราสามารถตั้งคำถามง่ายๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร ใครเป็นคนได้ประโยชน์ ใช้เงินเท่าไร และผลที่ได้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังตัดสินว่าใครทำผิด แต่เป็นการช่วยกันดูว่าเงินของประชาชนกำลังถูกนำไปใช้อย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงกับเป้าหมายของโครงการหรือไม่
การช่วยกันสอดส่อง ตั้งคำถามกับเงื่อนไขหรือ TOR ของโครงการ และติดตามการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบ ล้วนเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้ โดยเฉพาะเมื่อพบรายละเอียดบางอย่างที่ยังหาคำตอบไม่ได้
หรือดูไม่สมเหตุสมผล เพราะบางเรื่องอาจไม่มีใครเห็นตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีคนเริ่มตั้งคำถามและช่วยกันติดตามมากขึ้น เรื่องที่เคยถูกมองข้ามก็อาจถูกนำกลับมาตรวจสอบได้อีกครั้ง การตั้งคำถามจึงไม่ใช่การกล่าวหาว่าใครทำผิด แต่เป็นการทำให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินของประชาชนได้รับการตรวจสอบมากขึ้น
หากใครสนใจอยากช่วยตรวจสอบโครงการรัฐ หรืออยากลองเข้าไปดูข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างด้วยตัวเอง สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ ACT Ai เครื่องมือสู้โกงภาคประชาชน (คลิกลิงก์: https://actai.co/) ซึ่งเป็นฐาน
ข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเชื่อมโยงข้อมูลผู้รับจ้าง
เพื่อช่วยให้ประชาชนติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ง่ายขึ้น และหากพบโครงการหรือข้อมูลที่น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Corruption Watch “แชตฟ้องโกง ทันใจ” ได้ที่ไลน์ @CorruptionWatch โดยสามารถแจ้งเหตุสงสัยทุจริตโดยไม่ระบุตัวตน พร้อมติดตามผลการแจ้งเบาะแสได้
ดังนั้น คำว่าทำถูกระเบียบ จึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการตรวจสอบ เพราะสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ไม่ได้มีเพียงว่าเอกสารผ่านหรือไม่ แต่ยังอยากรู้ว่าโครงการนั้นทำงานได้จริงหรือไม่ เงินที่ใช้ไปคุ้มค่าหรือเปล่า และระบบที่วางไว้สามารถป้องกันช่องโหว่ได้จริงแค่ไหน
ท้ายที่สุดแล้ว การตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินอาจเริ่มต้นจากคำถามธรรมดาๆ ว่า ทำไมต้องทำ ทำเพื่ออะไร ใช้เงินเท่าไร และคุ้มค่าหรือไม่ เพราะบางครั้งคำถามเพียงไม่กี่คำ อาจทำให้เราเห็นสิ่งที่เอกสารหลายร้อยหน้าไม่เคยบอก
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
https://drive.google.com/file/d/1e1QZ1C_xA1dZhR6o
N6RtEVqUIS2Vi73W/view
https://www.thaipost.net/x-cite-news/1033195/
https://mgronline.com/news1/detail/9690000064734
ศศธร เอี่ยมสะอาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

