คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

ตาบอดคลำช้าง?
“กว่าสองทศวรรษแล้ว” ที่การก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยังรุนแรงอย่างดุเดือด ดุฉกรรจ์ไม่เปลี่ยนแปลง“โดยโจรก่อการร้ายยังมีศักยภาพดุดันอำมหิตไม่เคยถดถอย”
“กว่าสองทศวรรษแล้ว” ทั้งสื่อ ทั้งกูรูและประชาชนชาวสารขัณฑ์ทุกภาคส่วนต่างออกมา “โวยวาย” ว่า “รัฐบาลแก้ไขปัญหาโจรก่อการร้ายแบบตาบอดคลำช้างหรือไม่?”
แล้ววันนี้ “วาทกรรมตาบอดคลำช้าง” ก็กลับมาดังกระหึ่มก้องอีกครั้ง“จากเหตุการณ์โจรก่อการร้ายสามารถเลือกฆ่า เลือกเผา และเลือกทำลายล้างทุกอย่างใน 3 จังหวัดภาคใต้ได้ตามใจชอบ”
“ล่าสุด แค่คืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา แค่คืนเดียวโจรก่อการร้ายก็เผาสถานที่ราชการและร้านค้าไปถึง 51 แห่ง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐออกมาต่อต้านได้แม้แต่แห่งเดียว”
“มีสส.ท่านหนึ่งออกมาประมาณการว่า โจรก่อการร้ายน่าจะต้องใช้ผู้ร่วมทำงานไม่ต่ำกว่า 500 ราย”
ต้องใช้คนร้ายจำนวนมากมาย และใช้ท่อน้ำเลี้ยงในการทำงานอย่างอู้ฟู่ครั้งนี้ ข่าวกรองของรัฐกลับไม่รู้ล่วงหน้าได้อย่างไร?
แม้จะมีบางท่านออกมา “คุยโม้” ว่ารู้ล่วงหน้ามากว่า 2 เดือน “แล้วเหตุใดจึงป้องกันไม่ได้?”
“หนักกว่านั้น” วันที่ 23 และ 24 โจรก่อการร้ายยังปฏิบัติการ “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมา “จนเผาไปรวมเบ็ดเสร็จเกือบ 100 แห่ง”
“รู้ล่วงหน้าจะจะ เช่นนี้ แล้วยังปล่อยให้โจรก่อการร้ายสร้างผลงานชิ้นโบแดงอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร?”
ทั้งสื่อ กูรูทางการเมืองและชาวสารขัณฑ์จำนวนไม่น้อยต่าง “กังขา” อย่างถึงพริกถึงขิงว่า
20 กว่าปีที่รัฐบาลกลายเป็น “รัฐล้มเหลว” ในการ “ดับไฟใต้” นั้น
“นอกจากรัฐบาล เข้าใจปัญหาไฟใต้ แบบตาบอดคลำช้างแล้ว” ยังส่งเจ้าหน้าที่ไปแก้ไขวิกฤตภาคใต้ ล้วนเป็น “คนตาบอดคลำช้างทั้งโขยง?”
ดังนั้น การแก้ปัญหาช้างตกมันใน 3 จังหวัดภาคใต้
“จึงแก้แบบสะเปะสะปะ” เป็นไปได้หรือ? ที่ “คนตาบอดจะชนะช้างตกมัน?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

