บทบรรณาธิการ : การเมืองคือเรื่องปากท้องประชาชน

ตัวเลขรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสที่สอง ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงข่าวไป
เมื่อเร็วๆ นี้ คือกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดของสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมา แม้ในมิติของการจ้างงานจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ภายใต้ฉากหน้านั้น สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ “วิกฤตภาระค่าครองชีพและปัญหาหนี้สินครัวเรือน” ที่ยังคงกดทับการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างหนักหน่วง
ข้อมูลสภาวะสังคมไตรมาสสองชี้ชัดว่า ประชาชนจำนวนมากกำลังตกอยู่ในภาวะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับรายได้ในกระเป๋าที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้กำลังซื้อระดับฐานรากซบเซา ความเหลื่อมล้ำถ่างกว้าง และสร้างความกังวลใจให้ทุกครอบครัวว่า “วันพรุ่งนี้จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย”
ขณะที่การต่อสู้ทางความคิดและการแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่พรรคการเมืองทุกฝ่าย ไม่ว่าจะฝากฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ต้องตระหนักให้หนักแน่นที่สุดในยามนี้คือ “การเมืองไม่ได้อยู่แค่ในสภาฯ แต่การเมืองเรื่องจริงคือเรื่องปากท้องของประชาชน”
ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นเกมชิงอำนาจวาทกรรมโต้ตอบ หรือการเมืองที่ห่างไกลจากชีวิตจริง สิ่งที่ชาวบ้านร้านตลาด คนหาเช้ากินค่ำ และแรงงานทั่วประเทศต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ “นโยบายเศรษฐกิจที่ทำได้จริงและเห็นผลทันตา”
พรรคการเมืองจึงต้องปรับเข็มทิศและให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจปากท้องเป็นวาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วน ผ่านแนวทางสำคัญ เช่น การลดภาระค่าครองชีพอย่างตรงจุดโดยเร่งควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคจำเป็นและค่าพลังงาน ไม่ให้เป็นภาระซ้ำเติมประชาชน การแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบที่ควรจัดสร้างกลไกฟื้นฟูและปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การพักชำระหนี้ชั่วคราวแล้วปล่อยให้ลูกหนี้กลับมารับกรรมตามลำดับ รวมไปถึงสร้างรายได้และโอกาสใหม่ ผ่านการลงทุน การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับรายได้แรงงานทั้งในและนอกระบบอย่างยั่งยืน การปรับปรุงระบบประกันสุขภาพ การปฏิรูปภาษีรายได้ ภาษีการบริโภค รวมทั้งการวางแผนเกษียณเพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ
พรรคการเมืองทุกพรรคจำเป็นต้องหันมาใช้สติปัญญาและทรัพยากรทั้งหมด เร่งแก้ปัญหากระเป๋าเงินของคนไทย เพราะหากปากท้องของประชาชนยังแห้งโหย แม้การเมืองจะมีเสถียรภาพจากเสียงข้างมากในสภาเพียงใด ก็ไม่อาจสร้างความสุขและความสงบเรียบร้อยที่แท้จริงให้แก่ประเทศชาติได้เลย
คดีฮั้วสว.บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ใกล้จะลงเอยแล้ว พรรคการเมืองที่ตะบี้ตะบันในเรื่องนี้ หรือเรื่องอื่นๆ ที่ไร้สาระในสายตาชาวบ้าน ควรจะไปคิดเรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านให้สมกับที่รับเงินเดือนมาจากภาษีประชาชน บทบรรณาธิการหัวข้อการเมืองคือเรื่องปากท้องประชาชน คงเตือนสติได้กับทุกฝ่าย

