ทันโลกทันเหตุการณ์ : โลหิตจางในผู้สูงอายุ...เรื่องธรรมดาของวัย หรือสัญญาณของโรคซ่อนเร้น?

ภาวะโลหิตจาง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ภาวะซีด" เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไป หมายถึงภาวะที่ร่างกายมีจำนวนเม็ดเลือดแดงหรือปริมาณฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ และมีสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามวัย ในประชากรวัยหนุ่มสาว
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ การเสียเลือดจากประจำเดือนในเพศหญิง หรือโรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง การวินิจฉัยภาวะโลหิตจางทำได้โดยการตรวจวัดระดับฮีโมโกลบินในเลือด โดยทั่วไปค่าปกติของฮีโมโกลบินในเพศชายอยู่ที่ประมาณ 13–16 กรัมต่อเดซิลิตร และในเพศหญิงอยู่ที่ประมาณ 12–15 กรัมต่อเดซิลิตร แม้ว่าค่าปกติอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละประชากร
ในผู้สูงอายุ ระดับฮีโมโกลบินอาจลดลงได้เล็กน้อยจากการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการสร้างเม็ดเลือดตามวัย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุยังคงใช้เกณฑ์เดียวกับประชากรทั่วไป ดังนั้นการตรวจพบภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยเสมอไป แต่ควรได้รับการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเสียเลือดเรื้อรังในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งทางเดินอาหารชนิดอื่น ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและให้การรักษาอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว กลุ่มอาการไขกระดูกเสื่อม (myelodysplastic syndrome) หรือโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาอื่นๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นหากพบภาวะโลหิตจางร่วมกับความผิดปกติของเม็ดเลือดชนิดอื่น เช่น เม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดผิดปกติ หรือมีอาการร่วม ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหงื่อออกกลางคืน ไข้ต่ำเรื้อรัง ปวดหลังเรื้อรัง คลำพบต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีอาการแน่นท้องจากตับหรือม้ามโต ควรสงสัยโรคในกลุ่มมะเร็งทางโลหิตวิทยา และได้รับการตรวจเพิ่มเติมโดยอายุรแพทย์โรคเลือด ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจไขกระดูก การตรวจเลือดเฉพาะทาง และการตรวจทางรังสีวินิจฉัย
ภาวะโลหิตจาง ยังอาจเป็นอาการแสดงแรกของโรคเรื้อรังอื่น ๆ ได้ เช่น โรคไตเรื้อรัง เนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่สร้างฮอร์โมนอีริโทรพอยเอติน (erythropoietin) ซึ่งมีหน้าที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงในไขกระดูก เมื่อการทำงานของไตลดลง การสร้างฮอร์โมนดังกล่าวก็ลดลง ส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ โรคเรื้อรังในระบบต่างๆ รวมถึงการติดเชื้อเรื้อรังบางชนิด ก็สามารถรบกวนกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงและทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้เช่นกัน
โดยสรุปแม้ว่าระดับฮีโมโกลบินอาจลดลงได้เล็กน้อยตามวัย แต่ภาวะโลหิตจางในผู้สูงอายุไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของความชราเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคสำคัญที่ซ่อนอยู่ ตั้งแต่ภาวะขาดธาตุเหล็ก โรคไตเรื้อรัง ไปจนถึงโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาหรือมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ดังนั้น หากตรวจพบภาวะโลหิตจางไม่ว่าจะจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือจากการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการตรวจวินิจฉัยรวมถึงการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ข้อควรจำ
โลหิตจางไม่ใช่เรื่องปกติของผู้สูงอายุเสมอไป
ภาวะซีดอาจเป็นสัญญาณของโรคซ่อนเร้น เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคไตเรื้อรัง หรือโรคของไขกระดูก หากตรวจพบภาวะโลหิตจาง ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม
ผศ. นพ.กฤษฎา วุฒิการณ์
อายุรแพทย์โรคเลือด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

