ทันโลกทันเหตุการณ์ : ต้อหินคุมความดันได้แต่ทำไมยังไม่สบายตา
5 ตุลาคม 2569 เวลา 13:53 น.

ในโรคต้อหินถ้าเราควบคุมความดันตาได้แล้ว ทำไมถึงยังมีอาการไม่สบายตาอยู่
- อาการไม่สบายตาพวกนี้อาจไม่ใช่การมาสบายตาจากตัวโรคต้อหินแต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย สำหรับเป้าหมายในการรักษาโรคต้อหินคือการลดความดันตาได้เพื่อชะลอการดำเนินโรคเพื่อให้ขอบเขตุการมองเห็นไม่แย่ลง
- อาการไม่สบายตาในโรคต้อหินมีในแต่ละระยะของการดำเนินโรคมีความแตกต่างกันทั้งตัวอาการไม่สบายตา และสาเหตุของการเกิดอาการดังกล่าวซึ่งอาจเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับโรคต้อหินหรือไม่ก็ได้
- แบ่งคร่าวๆได้เป็น 4 ระยะของอาการไม่สบายตาที่กเดขึ้นในผู้ป่วยโรคต้อหิน โดยที่แบ่งตามการดำเนินของโรค
- ระยะก่อนการวินิจฉัยโรคต้อหิน อาจมีอาการไม่สบายตาแสบตาเคืองตาจึงมาพบจักษุแพทย์ ซึ่งอาการดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากตัวโรคต้อหิน แต่เกิดจากโรคอื่นๆ เมื่อพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นต้อหินร่วมกับโรคอื่นๆ แต่คนไข้ก็ทำการจำไปว่าอาการดังกล่าวเกิดจากตัวโรคต้อหิน
- ระยะการใช้ยาหยอดตา
- ระยะที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาโยการใช้เลเซอร์
- ระยะที่ได้รับการรักษาด้านการผ่าตัดของโรคต้อหิน
อาการไม่สบายตาในระยะแรกก่อนการวินิจฉัยโรคต้อหินเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
- อาการมีได้หลายรูปแบบเนื่องจากผู้ป่วยมักไม่ได้มีเพียงต้อหินเพียงโรคเดียว แต่มักมีภาวะอื่นที่ก่อให้เกิดความไม่สบายตาเดิมอยู่แล้ว เช่นอาจมีโรคอื่นๆร่วมเช่น โรคเบาหวน โรคพุ่มพวง โรครูมาตอย กลุ่มผู้ป่วยภูมิแพ้ ผู้ป่วยที่ต้องทำงานกับหน้าจอเป็นเวลานาน หรือเคยได้รับการผ่าตัดตามาก่อนทำให้เปลือกตาปิดไม่สนิท เคยฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอาการตาแห้งได้ง่าย รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดทางตามาก่อนเช่น เคยได้รับการเลสิก เคยผ่าตัดต้อกระจก ผ่าตัดจอประสาทตาผ่าตัดหนังตามาก่อน ซื่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการไม่สบายตาอยู่แล้วเนื่องจากโรคทางผิวกระจกตา การอักเสบ ความผิดปกติของระบบการรักความรู้สึกของกระจกตา
- ในกลุ่มแรกนี้แนะนำให้ทำการรักษาตัวสาเหตุพื้นฐานของอาการไม่สบายตา โดยเป็นการเปลี่ยนพฤติกรมเป็นหลัก โดยที่ถ้าหากมีการใช้สายตาเยอะเกินก็ให้ทำการลดการใช้สายตา ในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ให้ทำการปรับสิ่งแวดล้อมหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นภูมิแพ้ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเดิมมากให้ทำการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการปรับยาควบคุมโรคพื้นฐานเดิมด้วย
อาการไม่สบายตาในระยะที่ใช้ยาหยอดตารักษาโรคต้อหินเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
- ในระยะนี้ความไม่สบายตาหลักๆมักเกี่ยวกับยาหยอดตาเป็นหลัก โดยอากเกิดจากสารกันเสียในตัวยาหรือเกิดจากตัวยารักษาต้อหินเอง
- ยากรักษาต้อหินนั้นมีด้วยกันหลายกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น
- ยากลุ่ม beta-blocker ทำให้การสร้างน้ำตาลดลงได้
- ยากลุ่ม prostaglandins อาจทำให้เกิดปัญหากระจกตาถลอก ปัญหาผิวหนังรอบดวงตาที่เป็นผลจากยาได้แก่การมีเบ้าตาลึกหนังตาฝ่อ มีอาการตึงผิวหนังรอบๆเปลือกตา สามารถมีขนตาที่ยาวมากขึ้นซึ่งสามารถรบกวนกระจกตาได้ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเคืองตาได้
- ยากลุ่ม alpha receptor agonist เช่นยาbrimonidine ก็จะมีโอกาสทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนังได้ถึง 5-20% และสามารถกระตุ้นให้เกิดม่านตาอักเสบได้เกิดอาการเคืองตาสู้แสงไม่ได้
- ยาในกลุ่ม Rho kinase (ROCK) inhibitor อาจเกิดอาการแพ้ได้ 4-6% อาจก่อให้เกิดอาหารตาแดงได้หลังจากหยอดยา เป็นต้น
- สำหรับสารกันเสียที่มีในยาหยอดตารักษาต้อหินยกตัวอย่างได้เช่นกลุ่ม BAK ซึ่งเป็นสารกันเสียชนิดหนึ่งก็จะมีผลต่อน้ำตาทุกชั้น สามารถนำไปสู่การเกิดเยื่อบุตาอักเสบผิวกระจกตาถลอกได้
- เพราะฉะนั้นในผู้ป่วยที่ใช่ยาหยอดรักษาต้อหินสามารถเกิดปัญหาได้ทั้งจากตัวยากรักษาต้อหินและสารกันเสียที่เป็นส่วนผสมในยากรักษาต้อหิน ดังนั้นการทำการรักษาผู้ป่วยโรคต้อหินในระนี้นั้นจะเน้นในการรักษาผิวกระจกตาอาจต้องทำการเพิ่มยาที่ช่วยในการสมานแผลที่ผิวกระจกตา เช่นการใช้น้ำตาเทียม ใช้Autologous serum ใช้ยาลดการอักเสบร่วมด้วย โดยหลักๆแล้วนั้นแพทย์มักเริ่มจากการเปลี่ยนจากยาหยอดรักษาต้อหินที่มีส่วนผสมของสารกันเสียเป็นชนิดที่ไม่มีสารกันเสียก่อน หรือเปลี่ยนไปใช้ยารักษาต้อหินที่รวมยาหลายชินดไว้ในขวดเดียวเพื่อให้ทำการหยอดเพียงครั้งเดียวซึ่งจะลดปริมาณสารกันเสียที่ได้รับ
- ในระยะนี้ควรทำการรักษาภาวะตาแห้งร่วมกันด้วย โดยการประคบอุ่น, รักษาภาวะต่อมไขมันอักเสบรอบเปลือกตา
อาการไม่สบายตาในระยะที่ใช้เลเซอร์รักษาโรคต้อหินเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
- หลังจากทำการรักษาโดยการใช้เลเซอร์มักมีการอักเสบเฉียบพลันตามมา สามารถมีภาวะม่านตาอักเสบร่วมด้วยได้ในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก จะมีอาการปวด เจ็บ เคือง ตาสู้แสงไม่ได้
- การรักษาหลักในกลุ่มนี้คือการให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ซึ่งหากการอักเสบลดลงอาการปวดมักลดลงตามไปด้วย
- ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดภาวะชั้นน้ำตาเสียความสมดุลได้ จากการที่ขณะทำการเลเซอร์มีการใช้เครื่องมือทำการถ่างขยายตาให้มีความโตเพื่อให้แพทย์ใช้เครื่องมือได้ง่ายขึ้น หรือในบางกรณีอาจมีการใช้เลนส์สัมผัสเพื่อทำให้ตาอยู่นิ่งกับที่เพื่อให้สามารถเลเซอร์ในตำแหน่งที่ต้องการได้
- ในบางครั้งมีการเลเซอร์เพื่อให้มุมตาเปิดมากขึ้น อาจทำให้เกิดรูเล็กๆขึ้นได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยบางท่านอาจรู้สึกถึงรำคาญแสง ตามสู้แสงไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้ป่วยกลุ่มนี้จะสามารถปรับตัวได้
- ในกลุ่มที่ตรวจไม่พบความผิดปกติหลังจากเลเซอร์ แต่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่นในกลุ่ม neuropathic pain
อาการไม่สบายตาในระยะที่ใช้การผ่าตัดรักษาโรคต้อหินเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
- การที่จะทำการผ่าตัดเพื่อทำการรักษาโรคต้อหินในผู้ป่วยต้องผ่านการเตรียมผู้ป่วยดีมากๆ เนื่องจากแพทย์คาดหวังว่าแผลที่
สุขภาพตา by สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
โดย ผศ.พญ.หญิง สุพัฒนวงศ์
เรียบเรียงโดย นพ.วิชญ์ ธรานนท์

