วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) เวลา 14.30 น. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกับ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พ.ต.อ. ธนพงษ์ ทับกล่ำ ผกก.6 บก.ปปป. พ.ต.อ. สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก. 2 บก.ปอท. รรท. นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าวกรณีบุกจับ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่เรียกรับเงินบรรจุข้าราชการท้องถิ่น พบใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อื้อ ณ อาคารประชาอารักษ์ ชั้น 2 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 กลุ่มผู้กล่าวหาซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประจำอำเภอสุไหงปาดี ได้รู้จักกับนายรุ่งเรือง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอในขณะนั้น ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้กล่าวหาต้องการความก้าวหน้าในอาชีพและเตรียมสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 จึงได้เข้าพบนายรุ่งเรืองฯ ที่บ้านพักในจังหวัดสงขลา เพื่อขอคำปรึกษา เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ในครั้งนั้น ผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่ามีสายสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ภายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุได้ แต่มีค่าใช้จ่ายรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 900,000 บาท สำหรับผู้กล่าวหาทั้ง 3 ราย ซึ่งต่อมากลุ่มผู้กล่าวหาได้หลงเชื่อ นำเงินสดจำนวนดังกล่าวใส่ซองเอกสารสีน้ำตาล ไปส่งมอบให้กับ "นายป๋อง" ลูกน้องคนสนิทของผู้ต้องหา ณ บริเวณริมถนนในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี หลังจากมีการประกาศผลสอบข้อเขียนอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าไม่มีชื่อของกลุ่มผู้กล่าวหา เมื่อทวงถามไปยังผู้ต้องหา กลับได้รับคำตอบว่า "ให้รอสอบครั้งหน้า" พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ทั้งหมด
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังผู้กล่าวหา แจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้จำนวน 1,000,000 บาท (เกินจากยอดจริง 100,000 บาท) และสั่งให้ผู้กล่าวหาโอนเงินส่วนต่าง 100,000 บาท กลับคืนไปให้ ซึ่งผู้กล่าวหาได้ดำเนินการตามที่สั่ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลุ่มผู้กล่าวหาทราบข่าวว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยพบว่าเงิน 1,000,000 บาท ที่ตนได้รับคืนมานั้น เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งมีการเรียกรับสินบนจากผู้เสียหายรายอื่นมาหมุนเวียนประกอบกับเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการทุจริตอย่างร้ายแรงและไม่ต้องการให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น จึงได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พบว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิด จึงได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ในวันเดียวกัน บก.ปปป. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ ป.ป.ท., ป.ป.ช., DSI และกรมการปกครอง เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี