วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpeg)
เราเห็นข่าวชาวแฟนคลับธัมมชโย-ธรรมกาย ไชโยโห่ร้อง ประกาศชัยชนะหลังจากที่ดีเอสไอแถลงว่าเข้าตรวจค้นแล้วไม่พบธัมมชโย
ขณะเดียวกัน ก็มีคนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจ ตำหนิติฉิน ผิดหวังกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จากการตรวจค้นแล้วไม่สามารถจับกุมตัวธัมมชโย และฝ่ายคณะสงฆ์ก็ยังไม่ได้สึกธัมมชโยกลางอากาศเสียเลย
ผมอยากจะชี้ประเด็น ดังต่อไปนี้
1. สัปดาห์ที่แล้ว มีพระราชโองการถอดถอนสมศักดิ์พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว ระบุข้อหาร้ายแรง และฝ่ายอาณาจักรเองก็ยังได้ย้ายฟ้าผ่าผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) นับเป็นสัญญาณสำคัญว่า ฝ่ายอาณาจักรไม่ได้ทอดทิ้งการดูแลอารักขาฝ่ายศาสนจักร โดยเฉพาะในยามที่ศาสนจักรถูกอิทธิพลธรรมกายครอบงำมาหลายสิบปี กำลังมีการชำระสะสาง ฝ่ายอาณาจักรก็ไม่ทอดทิ้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ที่เป็นที่ยอมรับ พึงพอใจแก่พุทธบริษัทสี่ ด้วยมองว่าไม่ตกอยู่ใต้อาณัติอลัชชี
2. วันศุกร์ที่ 10 มี.ค. ฝ่ายศาสนาจักร โดยมหาเถรสมาคม (มส.) นัดประชุม มีวาระรับทราบพระราชโองการถอดสมณศักดิ์ธัมมชโยและทัตตชีโว เพื่อดำเนินการต่อไป และยังรับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีทางโลกแก่ธัมมชโย ว่าจะต้องดำเนินการในทางสงฆ์ต่อธัมมชโยอย่างไรต่อไปอีกด้วย
วันเดียวกัน ฝ่ายอาณาจักร นำโดยดีเอสไอ รุดเข้าตรวจค้นพื้นที่ภายในธรรมกาย ทั้งโซน A พื้นที่วัด 196 ไร่, โซน B
หอฉัน อาคารสำคัญๆ และโซน D อาคารบุญรักษา
มีการประเมินสถานการณ์ คาดการณ์แนวทางที่เป็นไปได้ของเหตุการณ์คู่ขนานนี้ ทั้งหมด 4 แนวทาง ประกอบด้วย
แนวทางที่ 1 ฝ่ายอาณาจักรตรวจค้น จับกุมตัวธัมมชโยได้ ขณะเดียวกันฝ่ายศาสนจักรก็จัดการสึกธัมมชโย พ้นจากความเป็นพระโดยทันที โดยอาศัยข้อเท็จจริงจากการรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ชี้ชัดว่า พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช (พระองค์ก่อน) เป็นของจริง มีผลทางกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้ธัมมชโยปาราชิก พ้นจากความเป็นสงฆ์ไปตามพระลิขิต ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2542
แนวทางที่ 2 ฝ่ายอาณาจักรจับตัวธัมมชโยได้ แต่ฝ่ายศาสนจักรยังไม่สึกธัมมชโยในทันที แต่ให้ดำเนินตาม
กฎมหาเถรฯ 21 มอบให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางดำเนินการให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ
แนวทางที่ 3 ฝ่ายอาณาจักรหาตัวธัมมชโยไม่เจอ แต่ฝ่ายศาสนจักรให้สึกธัมมชโยกลางอากาศเลย เพราะปาราชิกแล้ว
แนวทางที่ 4 ฝ่ายอาณาจักรไม่ได้ตัวธัมมชโย และฝ่ายศาสนจักรก็ยังไม่ได้สึกธัมมชโยในทันที แต่มอบให้เจ้า
คณะใหญ่หนกลางไปจัดการตามกฎมหาเถรฯ 21
ตามแนวทางข้างต้นนี้ จะเห็นว่า หากปรากฏการดำเนินการออกมาตามแนวทางที่ 1 ย่อมจะทำให้เกิดความสะใจอย่างที่สุดแก่บรรดาผู้คนที่อึดอัดกับการอะลุ้มอล่วยแก่ธรรมกายมาตลอดปฏิบัติการกว่า 20 วัน
เมื่อปรากฏผลดำเนินการออกตามแนวทางที่ 4 จึงทำให้เกิดความผิดหวังแก่คนจำนวนมากเป็นธรรมดา
แต่ถ้าพิจารณาดูให้ดีๆ จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นแนวทางใดก็ตาม ก็ไม่ใช่หนทางที่ฝ่ายธัมมชโย และธรรมกาย จะถือว่าเป็นชัยชนะอะไรได้เลยแม้แต่น้อย เพราะทุกหนทางล้วนแต่เป็นการเสื่อมสลายลงไปของธัมมชโยและธรรมกายทั้งสิ้น
เรียกว่า ไม่ว่าแนวทางไหน ถึงธัมมชโยไม่ตาย ก็เลี้ยงไม่โต
3. อย่างไรก็ตาม เมื่อผลปรากฏออกมาเป็นแนวทางที่ 4 ก็มีเสียงของผู้คนในสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ก่นด่า ครหาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ว่าเล่นลิเกบ้าง รู้เห็นกับธัมมชโยบ้าง ไร้ความสามารถบ้าง ทำให้กฎหมายบ้านเมืองขาดความศักดิ์สิทธิ์บ้าง ฯลฯ
ผมเห็นว่า การที่ไม่เกิดผลอย่างเด็ดขาด อาจมีเหตุผล 3 ประการ อย่างหนึ่งอย่างใด หรือแต่ละข้อผสมผสานกัน ดังนี้
3.1 เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายไร้ประสิทธิภาพ อ่อนแอ ขาดความมุ่งมั่นตั้งใจจริง
3.2 มีเกลือเป็นหนอน ไส้ศึก หนอนบ่อนไส้ ไม่ว่าจะปฏิบัติการอะไร จะมีข่าวเล็ดลอดออกมาก่อน และฝ่ายธรรมกายจะต้องรู้ก่อนทุกครั้ง
3.3 เป็นอุบายของฝ่ายรัฐ ปิดล้อม หลีกเลี่ยงการปะทะ เพื่อให้ฝ่ายธรรมกายแสดงออกถึงธาตุแท้ที่เป็นการทำลาย
ตัวเอง พฤติกรรมเยี่ยงไม่ใช่สงฆ์ ปิดหน้าปิดตา กระทำต่อฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง กระทำต่อสื่อมวลชน กัดกร่อนตัวเองลงไปเรื่อยๆ ดังที่เราได้เห็นมาตลอดกว่า 20 วันก่อนหน้านี้ มิหนำซ้ำ ยังเผยให้เห็นว่า มีคนกลุ่มไหน พรรคการเมืองใด กลุ่มเคลื่อนไหวใดบ้าง ที่เผยธาตุแท้ออกมาหนุนธรรมกาย เพื่อหวังผลทางการเมืองในยามนี้
กระนั้น ก็อาจเป็นไปว่า เป็นเพราะข้อ 1 และข้อ 2 ผสมผสานกัน ก็เลยเกิดผลตามข้อ 3 ด้วย คือเป็นผลลัพธ์อันเกิดจากเหตุไม่พึงประสงค์
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร แม้จะไม่สะใจในการปฏิบัติของฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ณ ขณะนี้ โดยการปิดล้อมภายใต้มาตรา 44 ตลอด 23 วันที่ผ่านมา มีต้นทุนไม่น้อย ทั้งค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านบาท ค่าเหนื่อย ค่าอาหาร ค่าเสียเวลาการทำงานอย่างอื่นของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังถูกตำหนิ เสียภาพลักษณ์ เสียความน่าเชื่อถือ ซึ่งก็คือต้นทุนอย่างหนึ่ง แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ ผมยังเห็นว่าได้ผลดีมาก
1. สะท้อนว่า ฝ่ายอาณาจักรไม่ได้ทอดทิ้งศาสนจักร การกระทำดูว่าเอาจริง และเชื่อว่าจะเอาจริงต่อไป ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม ตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องลนลาน เพราะต่อให้ได้ตัวธัมมชโยมาสึกทันทีในวันนี้ แม้จะเกิดความสะใจ แต่ผลในทางการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่ว่าจะมีอะไรคืบหน้ากว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าหน้าก็ยังจะต้องจัดการกับคดีฟอกเงิน คดีรุกป่า และสารพัดคดีต่อไป
2. ย้อนกลับไปไม่กี่เดือน ฝ่ายธรรมกายคงไม่เชื่อว่า เราจะได้ประมุขแห่งสงฆ์ที่ไม่ใช่พวกธรรมกาย ไม่เชื่อว่า
ธัมมชโยและทัตตชีโวจะถูกถอดถอนสมณศักดิ์ และจะถูกดำเนินการให้สละสมณเพศ
ปัจจุบัน ศาสนาจักรได้ประมุขแห่งสงฆ์ที่เป็นที่ยอมรับของพุทธบริษัทสี่ พร้อมที่จะร่วมกับพุทธบริษัทสี่ ในการจัดการพระพุทธศาสนาให้ถูกต้อง งดงามสืบไป
3. ถ้าอุปมา เปรียบเทียบกับสัตว์ร้าย เวลานี้ “สัตว์ร้าย” หรือ “ยักษ์” ก็ถูกยิงลูกดอกยาสลบ ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หลบหนีหัวซุกหัวซุน ไม่สามารถจะออกฤทธิ์ออกเดชในการหว่านล้อมป้อนยาพิษทางความคิดความศรัทธาให้แก่ผู้คนได้เหมือนเดิมอีก
4. ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ คือ อยู่ที่ภาครัฐว่าจะเอาจริงเอาจังกับการใช้โอกาสนี้ ยามที่สัตว์ร้ายถูกยาสลบ จะเข้าจัดการชำระสะสาง สังคายนาความบิดเบือนอำพรางที่ซุกซ่อนอยู่ อย่างไรบ้าง
4.1 จะกันที่ธรณีสงฆ์ ที่วัด 196 ไร่ เป็นวัด
พระธรรมกายที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย โดยคณะปกครองสงฆ์ตั้งผู้บริหารวัดที่เหมาะสมเข้าไปกำกับดูแลการบริหารให้ถูกต้องชอบด้วยพระธรรมวินัย ไม่มัวเมากับการระดมทุนและเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงิน หรือเอาเงินวัดไปเล่นหุ้น
ส่วนที่เหลือกว่า 3 พันไร่ และที่ในต่างจังหวัด และในต่างประเทศอีกมหาศาล ซึ่งอยู่ในชื่อมูลนิธิ หรือนอมินีอื่นๆ จะจัดการอย่างไร ควรให้ตกเป็นทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาหรือของแผ่นดินตามกฎหมาย ทางภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการให้ชัดเจนในเวลานี้ อย่าปล่อยโอกาสผ่านไปเฉยๆ เหมือนกลบๆ ไฟสุมขอนที่มีผลประโยชน์ร้อนแรงมหาศาลไว้ พร้อมที่จะสร้างปัญหาใหญ่แก่ คสช.อีกครั้งอย่างแน่นอน
4.2 ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างระบบที่ถูกต้อง เหมาะสม แก่วัดทั่วไปทั้งระบบ เพื่อไม่ต้องถูกครหาว่าเลือกปฏิบัติ เพราะยังมีวัดที่มีลักษณะพุทธพาณิชย์อีกมากมาย เช่น ที่ฉะเชิงเทรา ที่พิษณุโลก ฯลฯ
ประเด็นที่ควรจะมีการปฏิรูป เช่น
ปฏิรูประบบจัดการทรัพย์สินพระพุทธศาสนา เพื่อมิให้รั่วไหลหรือผ่องถ่ายออกไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของใครต่อใคร เช่น เงินถวายที่ให้แก่พระสงฆ์ ควรจัดการให้เป็นศาสนสมบัติ โดยแก้กฎหมายเพื่อให้ทรัพย์สินที่ถวายแก่พระจะต้องตกเป็นศาสนสมบัติ มิใช่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่จะยกมรดกแก่ลูกหลาน หรือถ่ายโอนไปให้แก่มูลนิธิ หรือใครต่อใครได้
ปฏิรูปพระสงฆ์ ส่งเสริม กำกับดูแล ให้บวชแล้วต้องเรียนบวชแล้วต้องปฏิบัติธรรม โดยพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ควรได้รับการส่งเสริม เกื้อหนุน เพื่อเจริญงดงามในทางปฏิบัติ และในทางศึกษาพระธรรม ตลอดจนเผยแพร่พระธรรมที่ถูกต้องต่อไป แต่พระสงฆ์นอกรีต ควรต้องถูกตรวจสอบด้วยการ “สอบไล่” แล้วจับสึก เพื่อให้พุทธบริษัท 4 สามารถกราบไหว้พระสงฆ์ได้อย่างสนิทใจ
ยกตัวอย่าง กรณีธัมมชโย รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ในวันที่ มส.กำลังจะพิจารณาเรื่องการลงโทษทางสงฆ์ที่จะให้สึกธัมมชโยว่า ขั้นตอนการสึกพระ หากเจ้าตัวไม่ยินยอม อาจยาวนานเป็นปี สะท้อนปัญหาในระบบสงฆ์ เพราะในการบวชเข้าเป็นพระทำง่าย เพียงแค่ผ่านพิธีการ ท่องบาลี ครองจีวร แต่เมื่อพระทำผิด การให้พ้นจากความเป็นสงฆ์กลับยุ่งยากมาก ทั้งๆ ที่ หากจะสึกยาก การเข้าไปเป็นพระก็ควรจะรัดกุม กลั่นกรองมากกว่านี้ และระบบกำกับดูแลทรัพย์สินของพระ เงินทอง ผลประโยชน์ในระหว่างบวชก็ควรจะแน่นหนากว่านี้ มิฉะนั้น จะมีมิจฉาชีพบวชเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ สะสม กอบโกย ผ่องถ่ายออกไปให้บริวารญาติมิตร แต่พอจะถูกลงโทษกลับยุ่งยาก ตอกย้ำความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูประบบ
ปฏิรูประบบกำกับดูแลของพระพุทธศาสนา ให้มีสภาพุทธบริษัท เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่วินิจฉัยตีความประเด็นที่เกิดปัญหาว่าขัดแย้งกับพระธรรมวินัยหรือไม่? เพื่อมิให้มีผู้นำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปบิดเบือน หาลาภสักการะ หลอกลวงประชาชน สร้างความเสียหายต่อแก่นของพระพุทธศาสนา คล้ายๆ คณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยหรือให้ความเห็นเพื่อให้นำไปอ้างอิงเป็นทางการได้ เพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่ของ “คณะวินัยธร” ที่มีหน้าที่กำกับดูแลจัดการพระสงฆ์นอกรีตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฯลฯ
เรื่องธัมมชโย และธรรมกาย ยังไม่จบ ยังไม่สะเด็ดน้ำ
ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายอาณาจักร และศาสนจักร จะเอาจริงในการจัดการแค่ไหน หากเดินหน้าสะสางให้เด็ดขาด เพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและพระพุทธศาสนาส่วนรวม ย่อมจะเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เป็นมงคล
แก่แผ่นดินอย่างยิ่ง

จีน เคลื่อนไหวโต้ สหรัฐฯ ปมข่าวลือส่งอาวุธหนุน อิหร่าน ลั่นถูกใส่ร้ายป้ายสี
วราวุธ พกกระบอกไม้ไผ่ สาดน้ำสงกรานต์ กับชาวสุพรรณ คึกคัก (ประมวลภาพ)
มัดรวมความน่ารัก สถานทูตทั่วไทยแท็กทีมสาดน้ำ สาดรอยยิ้ม ฉลองสงกรานต์ให้โลกจำ
เณรจัดเต็มระบบ! สรงน้ำประแป้ง หลวงพ่อ จนขาวทั้งตัว (คลิป)
เปิดภาพ เสือดาววัยใส โผล่รับสงกรานต์ อุทยานฯชี้ของขวัญล้ำค่าจากผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี