วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
จำได้ว่าประมาณพ.ศ. ๒๕๒๕-๒๖ Ms.Sylvana Foa หัวหน้าสำนักข่าวยูพีไอ (United Press International)ประจำประเทศไทยและอินโดจีน เสร็จสิ้นภารกิจสัมภาษณ์ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เดินหน้าตาตื่นเข้ามาในสำนักงานบอกเราว่า “ยูรู้ไหมพระเจ้าอยู่หัวของยู ประทับนั่งทรงงานบนพื้น” เราถามกลับไปว่า ยูตามเสด็จฯพระองค์ท่านทรงงานที่ต่างจังหวัดอยู่เป็นเดือนไม่เคยเห็นพระองค์ประทับยืนทรงงานอยู่ตามท้องไร่ท้องนาหรือ
Sylvana เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศเพียงไม่กี่คนที่มีบุญได้รับพระราชทานอนุญาต ให้ติดตามเสด็จฯในหลวงรัชกาลที่ ๙ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (เมื่อครั้งที่ยังทรงอิสริยยศเป็นเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร)ไปทำข่าวขณะที่พระองค์ท่านเสด็จฯทรงเยี่ยมเยียนราษฎรและทรงงานในโครงการต่างๆที่ต่างจังหวัด ในชนบทและกันดาร Sylvana เล่าให้ฟังว่า เธอไม่เคยฝันมาก่อนว่า จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ ความประสงค์ของเธอที่ติดต่อไปทางสำนักราชเลขาฯ เพื่อขอพระราชทานสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ได้รับคำตอบจากสำนักราชเลขาฯว่า ถ้าประสงค์จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ลึกซึ้งว่า พระองค์ท่านทรงงานอย่างไร ก็ให้ตามเสด็จฯในสถานที่ที่พระองค์ทรงงาน
Sylvana เลยมีโอกาสตามเสด็จฯในภูมิภาคต่างๆ ครั้งละหนึ่งสัปดาห์บ้าง สามวันบ้างห้าวันบ้าง หลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง ภาคอีสาน และภาคเหนือตอนบน ทุกครั้งหลังการตามเสด็จฯในชนบทกันดารกลับมา เธอมีเรื่องตื่นเต้นประทับใจเล่าให้เราฟังเสมอ วันหนึ่งเธอบอกผมว่า “รู้ไหมพระเจ้าอยู่หัวของยู ทรงงานหนักมากจนแทบไม่มีเวลาหลับนอน ฉันรู้มาว่า พระองค์ท่านทรงงานจนดึกดื่นเที่ยงคืน บางครั้งได้นอน 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น คนไทยอย่างพวกยูเป็นหนี้บุญคุณพระองค์ท่านมากนะ พระองค์ทรงงานหนักอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย เพื่อช่วยเหลือคนจน ช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา และช่วยเหลือคนไทยทุกคนรวมทั้งยูด้วย”
ในระหว่างเป็นหัวหน้าสำนักข่าว ยูพีไอ ประเทศไทยและอินโดจีน Sylvana ได้เสนอรายงานพระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ ๙ หลายตอน ก่อนที่จะย้ายไปเป็นหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้อพยพประจำสหประชาชาติ ผู้เขียนขาดการติดต่อกับ Sylvana ไปนานหลายปีแต่โชคดีที่ได้เห็นข่าวเธอเดินทางไปกรุงเจนีวา เพื่อหารือเรื่องวิกฤตการณ์โรฮีนจาในประเทศพม่า เลยลองเสี่ยงเขียนข้อความผ่าน in box ในเฟซบุ๊คไปหาเธอ ขอให้ช่วยเขียนถึงความทรงจำในหลวง รัชกาลที่ ๙ เท่าที่พอจำได้ เพียงสองวันหลังจากได้รับข้อความจากผม Sylvana ตอบมาดังต่อไปนี้
“ในทศตวรรษที่ 18th(ระหว่างพ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๓๐) ฉันได้มีโอกาสตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรไปทำข่าว ขณะที่พระองค์ท่านทรงงานในต่างจังหวัด ในหมู่บ้านชนบทกันดารทุกภูมิภาคในประเทศไทย การเดินทางด้วยเท้าไปในหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เป็นความเหนื่อยยากลำบากอย่างแท้จริง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่า จะมีพระมหากษัตริย์องค์ใดๆ ในโลกนี้จะทำได้ ในที่ชนบทกันดาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ เสด็จฯทรงเยี่ยมเยียนประชาชนสอบถามทุกข์สุขเพื่อหาทางแก้ปัญหาพัฒนา ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ยากไร้ให้ดีขึ้น
ในหมู่บ้านชนบทพระองค์มักจะประทับนั่งลงกับพื้นดิน ถามทุกข์สุขกับชาวบ้านโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงและคนชรา ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มักสอบถามและแนะนำการเลี้ยงทารกและเด็กเล็ก ตลอดถึงการสอนพวกผู้หญิงทอผ้า ทำงานฝีมือจักสาน ทำตะกร้า กระเป๋าจากเชือกธรรมชาติ(น่าจะเป็นย่านลิเภา) สมเด็จพระราชินีกับองค์หญิงสิรินธร ทรงเป็นขวัญใจของเด็กๆในชนบนห่างไกล ที่มักจะห้อมล้อม มุงดูด้วยความสงสัยทุกครั้งที่ฉันสอบถามพระราชินีหรือเวลาที่พระราชินีทรงอธิบายเรื่องต่างๆแก่ฉัน
หลังจากตามเสด็จฯทรงรายงานข่าวในชนบทครบทั้ง 3 ภูมิภาค คือภาคใต้ตอนล่าง ภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนเสร็จสิ้น วันหนึ่งฉันขอพระบรมราชานุญาตพระราชทานสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ พระองค์แย้มพระสรวลแล้วมีพระกระแสรับสั่งให้ไปเข้าเฝ้าฯในห้องทรงงาน(Office) ของพระราชวังดุสิตฯ ฉันจินตนาการว่า สำนักงานของพระเจ้าอยู่หัวต้องเป็นที่หรูหราโอ่โถง มีเครื่องใช้ในสำนักงานที่สวยหรูล้ำสมัย มีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่วันที่ได้รับพระราชทานสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ ฉันไปถึงสำนักงานของพระเจ้าอยู่หัวพบว่า เป็นห้องโถงโล่งกว้างไม่มีเครื่องใช้สำนักงาน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มีตู้เก็บเอกสาร
ถึงเวลาสัมภาษณ์พระเจ้าอยู่หัวประทับนั่งลงบนพื้น มีแผนที่ผืนใหญ่ๆ กางแผ่อยู่รอบพระองค์ท่าน คำถามที่ฉันเตรียมไปแทบไม่ได้ใช้เลย เพราะพระองค์เริ่มให้สัมภาษณ์ด้วยการชี้นิ้วพระหัตถ์ไปตามจุดต่างๆบนแผนที่ และทรงอธิบายถึงโครงการที่ต้องสร้างแหล่งน้ำตรงนั้น ปรับปรุงผืนดินตรงนี้ ฯลฯ บางครั้งพระองค์ทรงเล่าถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงมอบหมายพระราชบุตรพระราชธิดาให้ทรงงานแทนพระองค์ และถึงจุดหนึ่งจึงตรัสว่า
“ที่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจทุกวันนี้ มีพ่อค้าเห็นแก่ตัวบางราย กักตุนข้าวเพื่อเก็งราคาให้สูงขึ้น ประชาชนผู้ยากไร้ที่ลำบากอยู่แล้วต้องทุกข์หนักขึ้นไปอีก” พระองค์ท่านตรัสต่อไปว่า “ทุกหมู่บ้านเกี่ยวข้าวหมดแล้ว แต่รู้ไหมข้าวเหล่านั้นพ่อค้าตกเขียวไว้ก่อนแล้ว มีชาวนาไม่กี่รายที่ขายข้าวได้ในราคาปัจจุบันด้วยตัวเอง” พระสุระเสียงที่ตรัส ฉันรู้สึกได้ว่าพระองค์ทรงกริ้วมาก
แต่วันต่อมาพระองค์มีอารมณ์แจ่มใส สบายๆ เป็นกันเองและอบอุ่น พระเจ้าอยู่หัวทรงอาสาเป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ พาฉันเดินชมพระราชวัง พระองค์เสด็จพระดำเนินนำหน้าไปตามระเบียงยาว ที่มีรูปวาดแขวนอยู่บนฝาผนังหลายสิบรูป รูปหนึ่งดูทึมทึบเกือบมองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรราวกับเป็นภาพ abstract พระองค์ทรงอธิบายสั้นๆ ว่า “ลูกชายเรา” ผ่านระเบียงยาวออกไป พระองค์เสด็จพระดำเนินไปสู่อาคารหลังหนึ่งที่ดูเหมือนว่า ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอย่างเป็นทางการเพื่อตามหาองค์หญิงสิรินธรซึ่งได้คุ้นเคยและสนิทสนมกับฉัน เพราะได้ตามเสด็จฯมาหลายที่
เราพบองค์หญิงสิรินธรประทับนั่งอยู่กับพื้น ฟังเทปคลาสเซตมีหูฟังอยู่ในพระกรรณทั้งสองข้างเมื่อทอดพระเนตรเห็นพระเจ้าอยู่หัวกับฉัน องค์หญิงสิรินธรทรงลุกขึ้นประทับยืนทำท่าเต้นโยกย้ายไปมาราวกับว่า ดื่มด่ำกับเสียงเพลงและจังหวะดนตรีและตรัสว่า “เราชอบเพลงนี้มาก” ทรงมีพระสรวลก่อนถอดหูฟังออกจากพระกรรณ แล้วตรัสว่า ความจริงไม่ได้ฟังเพลงแต่กำลังฟัง lecture ของอาจารย์มหาวิทยาลัย “น่าเบื่อมากๆ” องค์หญิงไม่ได้เข้าเรียนหลายครั้งระหว่างที่โดยเสด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานในต่างจังหวัด พระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลกับอารมณ์ขันขององค์หญิง ฉันสัมผัสได้ว่าเป็นพระสรวลที่มีความสุขและภูมิพระทัยในองค์หญิงมาก”
Sylvana สรุปในคำบอกเล่าเท่าที่จำได้ว่า “ฉันไม่เคยเห็นใครในโลกนี้ทำงานหนักเท่าพระองค์ท่านมาก่อน เป็นที่ประจักษ์ว่าพระองค์ทรงรักห่วงใยและใส่ใจต่อทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างแท้จริง และเชื่อว่าชาวไทยทุกคนเป็นหนี้บุญคุณต่อพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงงานหนักตลอดพระชนม์ชีพ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยพระองค์ทรงมีพระเมตตา สมกับเป็นกษัตริย์ผู้มีทศพิธราชธรรมอย่างแท้จริง ฉันภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ท่าน ขอพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นดังเทวดาสถิตบนดินพระองค์นี้ Rest In Peace”
ใช่ดังที่ Sylvana Foa และคนไทยเจ็ดสิบล้านคน มีมติพ้องกันว่า ในหลวง รัชกาลที่ ๙ คือ เทวดาบนดินที่จุติมาเพื่อโปรดสัตว์โลก บัดนี้ถึงเวลาที่เทวดากลับสู่สวรรคาลัย ลูกไทยหลานไทยต่างพร้อมใจกันทำความดีเพื่อน้อมส่งพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยด้วยพระหฤทัยที่สิ้นห่วงกังวล

รบ.ส่ง 2 ร่างกฎหมายเข้าสภาฯ วันนี้ เพิ่มประสิทธิภาพศาล-ยกระดับคุ้มครองผู้บริโภค
อดีตบิ๊กข่าวกรอง เซ็งโกงสอบท้องถิ่น ตัดหนทางคนเก่ง ได้แต่คนโกง ท้องถิ่นจะเจริญได้อย่างไร!?
รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ถึง 1 ก.ค.นี้
ชมพู่-น็อต วิศรุต ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
เจาะมติ สว. 140 เสียง ลากโควตาวิชาการสู่หมุดหมายอันตราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี