วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

ในที่สุด “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ก็กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้งถึงแม้จะไม่ถูกใจกองเชียร์ฝ่ายที่สนับสนุนและนิยมระบอบทักษิณ ชินวัตร ก็ตามทีแต่ในทางที่กลับกันฝั่งกองเชียร์ที่ต่อต้านระบอบทุนนิยมสามานย์ต่างดีอกดีใจที่ได้ “พลเอกประยุทธ์” กลับมาเป็นผู้นำรัฐบาลอีกครั้งซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยและตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 อย่างที่ฝ่ายกองเชียร์ระบอบทักษิณปฏิเสธไม่ได้อย่าลืมว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ได้ให้การยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
รัฐบาลผสม 19 พรรคการเมือง ของพลเอกประยุทธ์ มีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 254 คน ในขณะที่ฝั่งฝ่ายระบอบทักษิณมี 245 คน โดยไม่รวมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ
สำหรับจำนวนตัวเลข สส.ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์มีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐ 116 คน พรรคประชาธิปัตย์ 53 คนพรรคภูมิใจไทย 51 คน พรรคชาติไทยพัฒนา10 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน พรรคชาติพัฒนา 3 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน ส่วนพรรคการเมืองเล็กๆ อีก 11 พรรค ที่มีสส.พรรคละ 1 คน ประกอบด้วยพลังชาติไทย ประชาภิวัฒน์ไทยศรีวิไลย์ พลังไทยรักไทย ครูไทยเพื่อประชาชน ประชานิยม ประชาธรรมไทย ประชาชนปฏิรูป ประชาธิปไตยใหม่ พลเมืองไทยและพลังธรรมใหม่
ด้านพรรคฝ่ายค้านพลเอกประยุทธ์นั้นมีทั้งหมด 7 พรรค ได้แก่ เพื่อไทย อนาคตใหม่เสรีรวมไทย ประชาชาติ เศรษฐกิจใหม่เพื่อชาติ และพลังปวงชนไทยจะได้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาเป็นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นักธุรกิจและนักการเมืองรุ่นเดอะ วัย 77 ปีที่ฝ่ายนิยมระบอบทักษิณให้ความไว้วางใจแต่พรรคฝ่ายค้านเหล่านี้จะทำงานการเมืองให้มีศักยภาพได้ขนาดไหนเพราะนักการเมืองรุ่นเก่าๆ ฝ่ายนิยมทักษิณล้วนแต่อยู่ภายนอกสภา
ซึ่งถ้าเป็นในลักษณะนี้เชื่อกันได้เลยว่าการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรคงไม่มีน้ำยาอะไรทั้งสิ้นและคงไม่เป็นข่าวใหญ่อะไรนักหนายกเว้นสื่อมวลชนสายรับใช้ระบอบทักษิณที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและนอกประเทศไทยจะเสนอข่าวเอาใจนายก็แค่นั้นเอง ปัจจุบันสื่อมวลชนที่มีอยู่นับพันๆคนในประเทศของเราล้วนต่างต้องแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายทั้งฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณและฝ่ายที่ยินยอมเป็นฝ่ายนิยมทักษิณ
ทางด้านรัฐบาลใหม่ที่ยังคงมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำนั้น คงจะได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้านต่อไป ซึ่งประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ของชาติด้านความมั่นคง, ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางด้านสังคม, ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน, ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม,ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์,ยุทธศาสตร์ของชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
สำหรับแผนปฏิรูปประกอบด้วยด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ,ด้านสังคม, ด้านสาธารณสุข, ด้านเศรษฐกิจ,ด้านพลังงาน, ด้านยุติธรรม, ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ด้านกฎหมาย,ด้านการศึกษา, ด้านการเมือง, ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ต้องการที่จะสืบทอดอำนาจอย่างที่นักการเมืองในระบอบทักษิณกล่าวหาแต่มีประชาชนคนไทยเป็นจำนวนมากที่เห็นว่านายกรัฐมนตรี
ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านในขณะนี้ก็คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถที่จะปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมายได้มากกว่านักการเมืองคนอื่นๆ ในประเทศนี้นั่นเอง
ทีมข่าวการเมือง

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี