วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
“บุคคลแนวหน้า” ใน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ยึดมั่น “จรรยาบรรณ-อุดมการณ์ มั่นคง ตรงไป ตรงมา” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม” สะกิดคอการเมืองห้ามกะพริบตาการเมืองเริ่มเข้าสู่ประเด็นน่าสนใจมากขึ้น...
nn เริ่มจากเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “นายหัวชวน หลีกภัย”ประธานสภาผู้แทนราษฎร วางปมซ่อนเงื่อน เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 1 วัน “วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562” ก็ต้องมาดูกันว่า วาระด่วนที่จะถูกบรรจุให้นำเข้าพิจารณาในวันศุกร์นี้ใช่ “ญัตติการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2560” หรือไม่อย่างไร เพราะนี่ก็คือเผือกร้อนชิ้นหนึ่งเหมือนกัน จนถึงวินาทีนี้ยังไม่มีการเคาะอย่างชัดเจนจากซีกพรรคร่วมรัฐบาลว่า ใครจะมานั่งเป็นประธานกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคุมเหล่า “ส่ำสัตว์และฝูงเดรัจฉาน” ให้พิจารณาแก้ไขอยู่ในกรอบที่ควรจะเป็น...
nn แต่ก่อนที่จะไปลุ้นเผือกร้อนในวันศุกร์ “เผือกร้อน”อีกชิ้นหนึ่งที่ต้องลุ้นกันตัวโก่ง หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาประดา “ผู้เฒ่ากะโหลกกะลา” พล่านไล่งับน่อง-แว้งกัดสส.จากค่าย “พลังประชารัฐ - หญิงและชาย” ติดกระดุมผิดเม็ดเลยสาดวิวาทะใส่กันแค่เอาชนะคะคาน ฝ่ายหนึ่งก็ตั้งอกตั้งใจชำระความแค้นส่วนตัว ขณะที่อีกฝ่ายก็ปกป้องผู้นำประเทศไม่ให้ระแคะระคายเรื่องไร้สาระ เหมือนคำพังเพยโบราณที่ว่า “หมากัดอย่ากัดตอบ” เพราะที่สุดมันก็หาความใดไม่ได้ ยกเว้นความเลอะเทอะส่งเสียงหอนโหยหวนจนวุ่นวายไร้สาระของสุนัขบางตัวที่ไม่รู้ประสาไร้กาลเทศะเท่านั้น...
nn แทนที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยเหล่านี้ ซึ่งได้เป็นผู้แทนราษฎรจะด้วยเหตุผลใดแบบไหนก็ตามทีจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาดูแลทุกข์สุขให้พี่น้องประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีบรรเทาปัญหาใส่ใจปัญหาต่างๆ ที่รายล้อม กระทั่งทำให้หน้าซีดเซียวหม่นหมองแบกภาระค่าครองชีพเพราะความผันผวนถดถอยทางเศรษฐกิจที่แน่นอนว่าไม่ได้เกิดในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว แต่เป็นปัญหาเดียวกันไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก...
nn “เผือกร้อน” ที่ว่าก็คือการเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มาชี้แจงการถวายสัตย์ฯไม่ครบก่อนรับตำแหน่งตามมาตรา 162 และการแถลงนโยบาย โดยที่การถวายสัตย์ฯดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้คือ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ที่มี “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเป็นประธาน ซึ่งเป็นการเรียกมาชี้แจงรอบที่ 4 แล้ว โดยที่ท่านนายพลทั้งสองก็ไม่เคยมาสักครั้ง ทั้งยังมีหนังสือชี้แจงชัดเจนด้วยว่า ไม่ใช่หน้าที่หรือกงการใดๆของกรรมาธิการคณะนี้ที่จะมาเรียกให้ชี้แจง ขณะที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ก็ยังคำรามก้องหล้าว่านายพลทหารบกนอกราชการทั้งสองต้องมาชี้แจงตามมาตรา 129 วรรค 4ประกอบมาตรา 6 พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 ซึ่งกรรมาธิการในซีกของพรรคพลังประชารัฐก็ออกมาขวางลำ ท้าให้เปิดเทปการประชุมพิสูจน์ข้อเท็จจริงของมติที่ให้มีการเชิญสองนายพลเฒ่ามาชี้แจงนั้น ไม่มีเรื่องมาตรา 129 วรรค 4 ประกอบมาตรา 6 พ.ร.บ.คำสั่งคณะกรรมาธิการแต่อย่างใด งานนี้มีสิทธิ์ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะหลุดจากเก้าอี้ประธานหากยังดื้อดึง “เล่นไม่เลิก” แบบ “ทัพช้างศึก” อยู่เช่นนี้ต่อไป...
nn “ไม้หน้าสาม”ขออุปมาอุปไมยสันดานเล่นไม่เลิกที่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” แสดงออกมานั้นไม่ต่างไปจากเหตุที่ต้องบัญญัติพระธรรมวินัยซึ่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัตินั้นล้วนเกิดจากพฤติปฏิบัติของหมู่ภิกษุสงฆ์ ที่เพียรพยายามหลบเลี่ยงหลักธรรมคำสอน เมื่อความทราบถึงองค์ศาสดา จึงทรงบัญญัติพระธรรมวินัยอันเป็นข้อห้าม หรือข้อควรปฏิบัติ...
nn ซึ่งเมื่อเปรียบทางโลกแล้วก็ไม่ต่างจากพฤติปฏิบัติที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ รวมทั้งการทำหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานกรรมาธิการ เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้คงต้องไปหาอ่านเอา ...
nn ทว่าล่าสุด “นายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร”ได้ลงนามในประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ โดยเพิ่มการประชุมรัฐสภาในวันศุกร์อีกหนึ่งวัน เท่ากับว่านับจากนี้กรรมาธิการจะเชิญใคร จะเรียกใครมาชี้แจงต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ จะมั่วนิ่มลุยถั่วเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีก...
nn อีกเผือกร้อนที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งคือ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำพิพากษาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ตี๋ทอน-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”ถือหุ้นสื่อ “บริษัทวี-ลัค มีเดีย” อันเป็น “ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครสส.” ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนข้อเท็จจริงและสอบปากคำนายธนาทรเรียบร้อยแล้ว ประเด็นนี้ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ฟันธงไว้ล่วงหน้าไว้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวีช่อง 32 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ไม่น่ารอดและอาจต้องคำพิพากษาจำคุกด้วยซ้ำแต่คงไม่ถึงขั้น “ยุบพรรคอนาคตใหม่” อย่างแน่นอน ขณะที่ “ตี๋ทอน-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ก็ประกาศเหมือนที่ “นายทักษิณ ชินวัตร” และ “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”เคยประกาศไว้ต่อสาธารณชนเช่นกันว่าจะไม่หนีแน่นอน หากต้องคำพิพากษาคดีนี้ถึงขั้นจำคุก ก็จะไม่ยอมหนีไปไหน...
nn อีกรายการ “เผือกร้อน” ที่กลายเป็นความขบขันกับจำนวน “วัชพืช”ที่มาร่วมชุมนุมใน “กิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ - อยู่ไม่เป็น” หรือ “อยู่ไม่เป็นสุข” ต้องเสี้ยมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความระส่ำระสายและสร้าง “วาทกรรมการเมือง”ให้เกิดความแตกแยกรอบใหม่ “ไม้หน้าสาม”อยากเคาะกบาลเขกกะโหลก “ตี๋ทอน-ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ” ให้เกิดสามัญสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดีต่อแผ่นดินที่มันลงสำมะโนครัว หมดเวลานักสร้างภาพ “ดัดจริตลดเหลื่อมล้ำ” และ “ดัดจริตอยู่ไม่เป็น” เลิกยุยงปลุกปั่นได้แล้ว...
nn “ไม้หน้าสาม” นึกไม่ถึงเลยว่าคนรุ่นใหม่บางคนที่สอนให้ลูกสามคนแรกหัดขี่จักรยานด้วยตัวเอง พยายามคิดและแสดงตัวให้ลูกๆ เอาเป็น “ไอดอล” เจริญรอยตามจะใช้วิธีการต่ำทราม เอาดีใส่ตัวชี้นิ้วกล่าวโทษผู้อื่นชั่วช้าไปเสียหมด ท่องคาถาแก้รัฐธรรมนูญแล้วอนาคตประเทศไทยจะดีขึ้น ผลสำรวจโพลล์ออกมาแล้ว ประชาชนไม่ได้กินหญ้า จึงลงมติชี้เปรี้ยงนัยว่า “การแก้รัฐธรรมนูญ” เป็นความสกปรกโสมมของประดานักการเมืองที่ต้องการแก้ปัญหาให้กับตนเองและหมู่คณะ และก็ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้การเมืองขาวสะอาด ไม่ใช่เหตุปัจจัยใดที่จะทำให้ “สังคมปราศจากคอร์รัปชั่น” หากจะแก้ไขจริง ก็ควรเริ่มจากเปลี่ยน “นิสัย-สันดานของเดรัจฉานนักการเมือง” น่าจะทำให้บ้านเมืองนี้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น...
nn “ไม้หน้าสาม”ทิ้งท้าย “บุคคลแนวหน้า”ด้วยข่าวสังคมกำหนดสวดพระอภิธรรมศพนายชาติชาย รวมเมฆ บิดา ดร.จุฑารัตน์ รวมเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนปรีดาวิทย์โรงเรียนประถมศึกษาในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นพี่ชาย อาจารย์ดวงพร(รวมเมฆ) ศศะสมิต ที่ศาลาใหญ่ วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันนี้เวลา 19.30 น. ไปจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 และฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ในเวลา 16.30 น. เจ้าภาพเรียนเชิญมิตรสหายร่วมไว้อาลัยและประชุมเพลิงตามวันเวลาดังกล่าวด้วย
ไม้หน้าสาม

ศึกนี้ใครชนะ ผมสั้น vs ผมยาว วิจัยเฉลยรสนิยมผู้ชาย แบบไหนที่มีแรงดึงดูดมากกว่ากัน
โอ้มายก๊อด! เจ้าของหอผงะ ผู้เช่าค้างค่าเช่า 1.6 หมื่น เปิดประตูดูในห้องเจอขยะล้นแทบไม่มีทางเดิน
ปิดฉากรัก! 'ใบเตย' พูดเองรับเลิก 'ดีเจแมน' เหลือเพียงสถานะพ่อแม่
นาทีชีวิต! ยายวัย 70 ใจดีหิ้วพัสดุส่งให้เพื่อนบ้าน ถูก 'พิทบูล' พุ่งงับหน้าสาหัส
เปิดคำร้องฝากขัง ชนนพัฒฐ์ หลักฐานมัดนายทุนใหญ่ คลิปคุยแอดมินเว็บที่ปอยเปต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี