วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
เมืองแห่งโอกาส..แต่ไม่น่าอยู่

ดูทั้งหมด

  •  

ผ่านพ้นไปแล้วกับเทศกาลวันหยุดยาวเฉลิมฉลองช่วงปีใหม่ซึ่งภาพเดิมๆ ที่ปรากฏทุกปีคือคลื่นมหาชนแห่เดินทางออกจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีเก่า และกลับมาในช่วงสัปดาห์แรกของปีใหม่ สะท้อนความเป็น “เมืองโตเดี่ยว” ของเมืองหลวงแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ดังที่ทราบกันว่า ประชากรที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ มีอยู่ราว 5-6 ล้านคน แต่หากนับรวมประชากรที่อยู่อาศัยจริง อันหมายถึงคนไทยจากจังหวัดอื่นๆที่เข้ามาเรียนหรือทำงานในกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว จะมีมากราว 10-15 ล้านคนเลยทีเดียว

เมื่อประกอบกับการที่ “ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งรถยนต์” ทั้งด้วยค่านิยมหน้าตาทางสังคม และด้วยความจำเป็นเพราะระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกเพียงพอ ก็ทำให้ “กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งรถติด” ไปโดยปริยาย ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหา “ฝุ่นพิษ PM2.5” หรือฝุ่นขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน ที่ต้นตอของปัญหาในกรุงเทพฯ มาจากปริมาณการจราจรที่หนาแน่น แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่มาจากการเผาในที่โล่งรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม


“วิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและจิตอย่างมีนัยสำคัญ” ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เผยแพร่2 บทความที่เกี่ยวกับสุขภาพของคนเมือง อาทิ บทความ “Sick building syndrome ภัยคนเมือง 2020” กล่าวถึงสังคมเมืองที่ผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่บนตึกสูงและเผชิญกับการจราจรติดขัด ซึ่งในปี 2563 หรือ ค.ศ.2020 คาดว่าจะมีผู้ป่วยจากโรคที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตแบบนี้เพิ่มขึ้น

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์เป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อธิบายเกี่ยวกับ“โรคตึกเป็นพิษ (Sick building syndrome)” ว่าไม่ได้หมายถึงโรคชนิดเดียว หากแต่เป็นกลุ่มโรคที่แสดงอาการเมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิตในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งวงการแพทย์ในปัจจุบันให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากพบว่าประชากร 1 ใน 3 ของผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีประวัติป่วยเป็นกลุ่มโรคนี้

โดยสำหรับมลพิษที่เกี่ยวข้องกับตัวอาคารมีที่มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่ระบบระบายอากาศไม่ถ่ายเท พรมทางเดินมีไรฝุ่น มีการตกแต่งใหม่ มีการใช้สีทาผนังซึ่งเต็มไปด้วยสารเคมีต่างๆ มีความชื้น รอยรั่วซึมซึ่งทำให้เกิดเป็นเชื้อราตามฝาผนัง ทั้งหมดส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ อ่อนเพลียง่าย ปวดหัว ไอ จาม คลื่นไส้ หายใจไม่สะดวก ฯลฯ

“การเอาตัวเองออกมาข้างนอกจะทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ จะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้อื่น อาจมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น เช่น ผู้ป่วยโรค หอบก็จะเสี่ยงอาการกำเริบมากขึ้น แต่ถึงคนคนนั้นจะไม่ได้เป็นโรค ครอบครัวไม่ได้มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ แต่ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงทุกวันก็จะกลายเป็นผู้ป่วยได้ในที่สุด” ศ.พญ.อรพรรณ กล่าว

นอกจากนี้ด้วยความที่ “พื้นที่ในแนวดิ่ง (อาคารสูง) ไม่เอื้ออำนวย” ยังทำให้คนในเมืองสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคประเภท “ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)” ซึ่งมาจากการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆเช่นเดียวกับการเกิด “กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs :Non-Communicable diseases)” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากวิธีการใช้ชีวิตที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่นการบริโภคอาหารหวาน-มัน-เค็มเกินมาตรฐานสุขอนามัย และขาดการออกกำลังกาย

กับอีกบทความหนึ่งที่ตั้งชื่อเกาะกระแสหนังดัง “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” ภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายส่งท้ายปี 2562 คือ “ฮาวทูจัดบ้านรับปีใหม่ ทิ้งอย่างไรให้ห่างไกลฝุ่นพิษ” กล่าวถึงการกองสุมสิ่งต่างๆไว้ในที่พักอาศัย เป็นต้นทางของปัญหาสุขภาพกายและจิตรวมถึงเป็นสาเหตุหนึ่งของกลุ่มโรคตึกเป็นพิษ ที่เป็นผลมาจากความปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท ฝุ่นละอองและเชื้อราที่สะสมไว้จำนวนมากด้วย

ผศ.ดร.พิมลมาศ วรรณคนาพล อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ.กล่าวว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดกลุ่มโรคตึกเป็นพิษคืออากาศที่ระบายไม่ดี โดยเฉพาะในห้องแอร์ที่ไม่มีการเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทจากภายนอก เมื่ออากาศไม่หมุนเวียน บรรดาฝุ่นละออง สารเคมี หรือเชื้อราที่เกิดขึ้นก็จะสะสมตัว และก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่อยู่ภายใน เช่น ตามบ้านพักอาศัยอาจมีการใช้สารเคมีทำความสะอาด สเปรย์ต่างๆ หรือในอาคารสำนักงาน อาจมีละอองจากพวกหมึกพิมพ์ปรินเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้เมื่อมารวมกับการระบายอากาศที่ไม่ดี ก็ยังยิ่งทำให้คนเจ็บป่วยได้ รวมถึงบรรดาข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ พรม หมอน ผ้าม่านตุ๊กตา ฯลฯ ที่นับเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค รวมถึงการปลูกต้นไม้ไว้ในห้อง แม้ว่าจะทำให้รู้สึกร่มรื่น แต่ก็มาพร้อมกับความชื้นที่ทำให้เกิดเชื้อราสะสมได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรคพืชหรือแมลงที่จะเข้ามาอยู่ในห้องอีกด้วย “ผู้อยู่ในคอนโดมิเนียมจะเผชิญกับปัญหามากกว่าผู้ที่อยู่บ้าน” ดังนั้นควรติดพัดลมดูดอากาศในห้องและเครื่องดูดควันในครัว พร้อมกับทำความสะอาดที่พักอย่างสม่ำเสมอ

“คำแนะนำในการจัดบ้านรับปีใหม่ 1.ลดแหล่งเก็บกักฝุ่นภายในห้องให้น้อยที่สุด อะไรทิ้งได้ให้ทิ้งไป2.หมั่นทำความสะอาดห้องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง3.ล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน 4.หากห้องใดอยู่แล้วรู้สึกไม่ดีขึ้น ควรเพิ่มตัวระบายอากาศ ทั้งนี้เริ่มจากง่ายที่สุดคือการทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นออกให้หมด แต่คนมักคิดว่ามีเครื่องฟอกอากาศแล้วทุกอย่างจะจบ จริงๆ มันไม่จบ เพราะต่อให้คุณมีเป็นสิบเครื่อง ถ้าห้องไม่เคยทำความสะอาด ไม่มีการระบาย สุดท้ายก็จะป่วย” อาจารย์พิมลมาศ ระบุ

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ “ที่นี่แนวหน้า” คงไม่มีทางออกให้เพราะจะจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดซึ่งเชื่อมโยงกับฝุ่นพิษ PM2.5 (รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เช่น การไม่มีโอกาสเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะคนกรุงเทพฯ เสียเวลาหลายชั่วโมงต่อวันไปกับการจราจร จนน้อยคนที่จะทำกับข้าวกินเองได้)ก็เชื่อว่าคงเป็นไปไม่ได้ เห็นได้จากไม่ว่าใครหรือรัฐบาลชุดไหนโยนหินถามทางเรื่องนี้ก็จะเจอประชาชนขว้างก้อนหินสวนกลับทันที และตราบใดที่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองเดียวที่เป็นแหล่งงานแหล่งโอกาสของทุกคนในประเทศไทย..

คำที่หลายคนว่าไว้ “ขอลำบากในเมืองกรุงสร้างเนื้อสร้างตัว..ก่อนไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกหลังเกษียณ” อันเป็น “ฉากชีวิต” ที่สะท้อนภาพ “กรุงเทพฯ เมืองสำหรับหาและเก็บเงิน..แต่ไม่ดึงดูดการอยู่อาศัย” ไปอีกนาน..แต่ก่อนหน้านั้นก็ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ตามคำแนะนำของนักวิชาการข้างต้นบั้นปลายจะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียทองที่ลำบากเก็บหอมรอมริบไปกับค่ารักษาพยาบาลและหยูกยา!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
17:10 น. ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน
17:04 น. โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ
17:03 น. ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม
16:51 น. ‘ไปรษณีย์ไทย’ปรับบทบาท รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล-คลื่นโซเชียลคอมเมิร์ซ
16:51 น. กัมพูชา จับเรือประมงไทย อ้างล้ำน่านน้ำ คาดเอาคืนหลังทัพเรือ ตะเพิด เรือประมงกัมพูชา พ้นน่านน้ำไทย
ดูทั้งหมด
ย้อนฟังคำตอบ ทิม พิธา สารภาพรักสาวปริศนา จับตาความสัมพันธ์ ก้อย หลังภาพหลุดว่อนเน็ต
ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ก.พ.69
วาเลนไทน์ลุกเป็นไฟ เจนี่ ปล่อยช็อตโนบราเสิร์ฟความหวานปนแซ่บ
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ดูทั้งหมด
อย่าปล่อยให้ประเทศอยู่ใต้อิทธิพลบังคับขู่เข็ญชักใยของผีส้ม Spectre แปลว่า ‘ผี’ หรือ ‘เงาหลอน’
ปู่จิ๊บ เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนและญาติเยอะ จึงมักทำงานสำเร็จ มีใจสุขสงบ (2)
แมงดา
ไอโอ (IO) ส้ม พวกคุณโกหกอะไรอีกบ้าง?
บุคคลแนวหน้า : 16 กุมภาพันธ์ 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน

ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม

สว.สำรอง สบช่องยื่น ศาลปกครอง สอย กกต. ปม บาร์โค้ด ชี้ผลโมฆะ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่

ฝ่ายค้านกัมพูชา เชื่อเสียดินแดนแน่ หลังทหารไทยขุดคู วางลวดหนาม ชี้ทางแก้ต้องล้มระบอบฮุนเซน

ทนายอั๋น ถือเทียนบุก กกต แซะองค์กรสุดมืดมน จี้เปิดคะแนนทั้งหมด

ธิษะณา ชุณหะวัณ ทายาทรุ่น 4 ซอยราชครู ดาบเดียวเสียวทั้งพรรค

  • Breaking News
  • ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน ย้ำคุยทุกพรรค! อนุทิน บอกไม่จริง กระแสข่าวผลัก กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้าน
  • โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ โจ มณฑานี ดับมั่น บอย ธีระวัฒน์ กางผลคะแนนตอกหน้า จะเรียกร้องมหาวิทยาลัยเพื่อ
  • ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม ไม่ยึดติด เกษตรฯ! ธรรมนัสย้ำมารยาทการเมือง ให้สิทธิ์พรรคอันดับ 1 นำทีม
  • ‘ไปรษณีย์ไทย’ปรับบทบาท รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล-คลื่นโซเชียลคอมเมิร์ซ ‘ไปรษณีย์ไทย’ปรับบทบาท รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล-คลื่นโซเชียลคอมเมิร์ซ
  • กัมพูชา จับเรือประมงไทย อ้างล้ำน่านน้ำ คาดเอาคืนหลังทัพเรือ ตะเพิด เรือประมงกัมพูชา พ้นน่านน้ำไทย กัมพูชา จับเรือประมงไทย อ้างล้ำน่านน้ำ คาดเอาคืนหลังทัพเรือ ตะเพิด เรือประมงกัมพูชา พ้นน่านน้ำไทย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

14 ก.พ. 2569

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

7 ก.พ. 2569

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

31 ม.ค. 2569

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

24 ม.ค. 2569

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved