วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
“ประชาชนต้องการเสรีภาพ ทั้งเสรีภาพในฐานะปัจเจกบุคคลและเสรีภาพในการปกครองตนเอง”
นี่เป็น “ใจความหลัก” ที่ผู้กระสันอำนาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อช่วงชิงอำนาจมาทุกยุคทุกสมัย แตกต่างก็เพียงถ้อยคำ
คณะราษฎรใช้เป็นข้ออ้างปล้นชิงพระราชอำนาจจากในหลวงรัชกาลที่ 7 เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองจาก “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” เป็น “ประชาธิปไตย”
จากนั้นก็มีการสร้างรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง มีการขบถ มีการรัฐประหารแย่งชิงอำนาจกันเองในคณะราษฎร จนถึงปีพ.ศ 2500 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจ จึงหมดยุคของคณะราษฎร
ในช่วงเวลาที่คณะราษฎรแย่งชิงอำนาจกันเองนั้น ประชาชนในเมืองเป็นผู้ชมมากกว่าจะเป็นผู้มีส่วนร่วม ส่วนคนบ้านนอกคอกนาไกลปืนเที่ยงก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำมาหากินกันต่อไปอย่างเดิม ไม่ได้ส่งผลให้ราษฎรมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่อย่างใด
นี่เป็นครั้งแรกที่ระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นได้แค่ “เครื่องมือ” ชิงอำนาจกันของผู้กระสันอำนาจ ส่วนประชาชนก็ยังดำเนินชีวิตอย่างเดิมต่อไป แค่ได้รับรู้ว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น
มาถึงยุคจอมพลสฤษดิ์เผด็จอำนาจปกครองประเทศนั้นผู้คนมีการศึกษามากขึ้น มีฐานะดีขึ้น โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ จึงมีการเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย แต่ต้องใช้เวลานานจนถึงยุคของจอมพลถนอม กิตติขจร กับจอมพลประภาส จารุเสถียร ที่เป็นผู้คุมอำนาจปกครองประเทศ ที่เสียงเรียกร้องต้องการประชาธิปไตยดังขึ้นอย่างจริงจัง โดยมีนักศึกษา ปัญญาชนเป็นหัวขบวน
รัฐบาลทำเรื่องผิดพลาดหลายเรื่องจนนำไปสู่การประท้วงขับไล่ และจบลงด้วยผู้นำรัฐบาลต้องเดินทางออกนอกประเทศ
ระบอบประชาธิปไตยตามทฤษฎีคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
มีการร่างรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งแต่พอถึงปีพ.ศ.2519 จอมพลถนอมบวชเป็นเณรเดินทางกลับประเทศไทย ก็เกิดการประท้วงใหญ่นำโดยนักศึกษา ปัญญาชนและกรรมกรหัวสังคมนิยม โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอยู่เบื้องหลัง จนนำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง เกิดเป็นโศกนาฏกรรมที่ยากจะลบเลือนในวันที่ 6 ตุลาคม
ทหารยึดอำนาจอีกครั้ง นักศึกษา ปัญญาชน กรรมกร หนีเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่อต่อสู้กับรัฐ ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นเผด็จการและต้องการสถาปนาระบอบสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์แทน
แม้ต่อมามีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง พวกเขาก็ยังเห็นว่าเป็นรัฐเผด็จการ
สำหรับพวกสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์นั้น ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง ก็ยังเป็นระบอบเผด็จการ เพราะใช้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “ตลาดเสรี” ที่สำคัญคือยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อ “คนป่าคืนเมือง” ด้วยนโยบาย 66/2523 พวกเขาส่วนหนึ่งเข้าสังกัดพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง แม้ได้เป็นสส. ได้เป็นรัฐบาล พวกเขาก็ยังเห็นว่าประเทศไทยยังเป็นเผด็จการอย่างเดิม ไม่ใช่เพราะมีทหารยึดอำนาจเท่านั้น หากแต่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์
การเป็นนักการเมืองของพวกเขาจึงต้องการใช้อำนาจทางการเมือง (ที่มีกฎหมายรองรับ) บ่อนเซาะสถาบันพระมหากษัตริย์และเปลี่ยนระบอบการปกครองด้วยรัฐธรรมนูญเป็นหลัก
ล่วงมาถึงปัจจุบัน มีพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ นโยบายอื่นๆของพรรคล้วนเป็น “เหยื่อล่อ” คนเลือกตั้งเท่านั้น
พรรคการเมืองนี้แม้มี “รากความคิด” จากลัทธิสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์ แต่ก็มีเป้าหมายระยะแรกอยู่ที่การเปลี่ยนประเทศจาก “ราชอาณาจักร” เป็น “สาธารณรัฐ”
คือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สำเร็จก่อน ส่วนเป้าหมายระยะที่ 2 นั้นเจ้าของพรรคและแม่เจ้าของพรรคประกาศมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคแล้วว่า “เขาจะเป็นสี จิ้นผิง ของเมืองไทย”
นั่นคือการปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์ โดยใช้ตลาดเสรีเป็นเครื่องมืออย่างจีนทุกวันนี้
ดังนั้น พวกเขาและลิ่วล้อกองเชียร์ สื่อและเอ็นจีโอจึงประสานเสียงโจมตีประเทศไทยว่าเป็นเผด็จการ และพยายามบ่อนเซาะสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งถ้อยคำ การกระทำ รวมทั้งพยายามสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ลดทอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์
เมื่อยังทำไม่สำเร็จ พวกเขาก็ป่าวร้องกันต่อไปว่าประเทศนี้เป็นเผด็จการ ปิดกั้น - กดทับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
สิทธิและเสรีภาพของพวกเขาก็คือความเกลียดชัง ริษยา อาฆาต ต้องการจะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่พวกเขากระสันจะครองอำนาจแทน แต่ยังทำไม่สำเร็จ จึงคับแค้นใจและพาลว่าตนไม่มีสิทธิและเสรีภาพ
ตราบใดที่สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่เป็นเสาเอกของบ้านเมือง พวกเขาก็จะยังคงป่าวร้องต่อไปว่าประชาชนในประเทศนี้ไม่มีสิทธิและเสรีภาพ ถูกกดทับ – ปิดกั้นกระทั่งความฝัน!
วิมล ไทรนิ่มนวล

เปิดหน้าตา ระเบิดเวลา ในช่องท้อง หมอเผย 'ไขมันที่มองไม่เห็น' อันตรายกว่าที่คิด
เจ้าชายแฮร์รี เตรียมเสด็จกลับอังกฤษสู้คดีกับสื่อยักษ์ใหญ่ ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
หิ้วฝากขังผู้ต้องหา เอี่ยวโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์
จัดหนักทุกข้อหา พรรคประชาชน เดินหน้าฟ้อง ชูวิทย์ จงใจใส่ร้ายป้ายสี
ศาลพร้อมตรวจสอบ! หลังถูกพาดพิง เอี่ยววิ่งเต้นให้ประกันกลุ่มจีนเทา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี