วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
สงครามรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯกับอิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กันไปมาด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย ยืดเยื้อมาถึงวันที่ 9 มีนาคมเมื่อวานนี้ นับเป็นวันที่ 10 หลังจากสหรัฐฯกับอิสราเอล เปิดฉาก“ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” หรือ“Epic Fury”ถล่มทางอากาศใส่อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ปลายเดือนที่แล้ว อิหร่านก็ได้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้โดยง่าย
“โมจตาบา คาเมเนอี” (Mojtaba Khamenei)วัย 56 ปี ทายาทของ“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลในวันแรกของสงครามรุกรานอิหร่าน ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) อันเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยนักบวชระดับสูงจำนวน 88 คน และมีหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกผู้นำสูงสุด ให้ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา จากการประกาศของทางการอิหร่านเมื่อวันที่ 9มีนาคมวานนี้
ผู้นำสูงสุดคนใหม่ทายาทของ “อยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี” ผู้นี้ ขึ้นมาสืบทอดอำนาจแทนบิดา ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้โดยง่าย และนับวันยิ่งขยายวงกว้าง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้โจมตีโรงเก็บน้ำมัน 4 แห่งและศูนย์ขนถ่ายน้ำมันในกรุงเตหะรานและจังหวัดอัลบอร์ซ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้คลังเก็บน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันเสียหายย่อยยับเท่านั้น ยังเท่ากับเป็นการ“ฆ่าชาวอิหร่านทั้งเป็น”
เนื่องจากสารอันตรายและสารพิษของเพลิงน้ำมันที่ลอยเป็นควันดำปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน ได้สร้างอันตรายต่อชีวิตพลเมืองชาวอิหร่านในวงกว้างจากการสูดอากาศหายใจเข้าไป และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านจากสหรัฐฯและอิสราเอลในครั้งนี้ยังอาจขยายผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวอิหร่านหนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ดี จากการถูกโจมตีคลังเก็บน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว อิหร่านก็โต้กลับด้วยการถล่มคลังเก็บน้ำมันของอิสราเอล พร้อมๆ กับการทำลาย“โรงกลั่นน้ำจืดจากการกลั่นน้ำทะเล” ด้วยขีปนาวุธและโดรน ในประเทศอาหรับรอบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งการทำลายโรงกลั่นน้ำจืด ถือว่าเป็นจุดอ่อนยุทธศาสตร์ที่เปราะบางกว่าน้ำมันสำหรับประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ท่ามกลางสงครามที่ขีปนาวุธและโดรนถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียจนทำให้กำลังการผลิตสะดุดลงนั้น ทรัพยากรที่เสี่ยงที่สุดไม่ใช่น้ำมันแต่เป็น“น้ำจืด” เพราะว่าทุกประเทศต้องพึ่งพาโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลนับร้อยแห่งตลอดแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งล้วนอยู่ในระยะยิงของอิหร่าน หากโรงงานเหล่านี้หยุดทำงานเมืองใหญ่ในภูมิภาคจะไม่สามารถรองรับประชากรในระดับปัจจุบันได้
โดยเฉพาะในคูเวต โอมาน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้เทคโนโลยีการแยกเกลือด้วยวิธี Reverse Osmosis (RO) ผลิตน้ำดื่มกว่า 70-90 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการทั้งหมด นอกจากจะผลิตเพื่อให้ประชาชนอุปโภค-บริโภคแล้วก็ยังใช้เพื่ออุตสาหกรรม และการเกษตร
นอกจากนั้น โรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเหล่านี้ยังตกเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่เปราะบางในสถานการณ์ความขัดแย้ง ที่อิหร่านยกระดับแบบ“ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน” เพราะล้วนอยู่ในระยะยิงของอิหร่าน หากโรงงานเหล่านี้หยุดทำงาน เมืองใหญ่ในภูมิภาคจะไม่สามารถรองรับประชากรในระดับปัจจุบันได้ ล้วนอยู่ในระยะยิงของอิหร่าน หากโรงงานเหล่านี้หยุดทำงาน เมืองใหญ่จะเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง โดยที่เวลานี้ ประเทศคูเวตพึ่งพาน้ำดื่มจากการกลั่นน้ำทะเลประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์, โอมาน ประมาณ 86 เปอร์เซ็นต์ และซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์
จะอย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อเข้าสัปดาห์ที่สอง ก็ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สงครามในอิหร่านจะทำให้ข้อจำกัดต่างๆ ของการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางยืดเยื้อยาวนานออกไปอีก อันจะนำไปสู่ข้อจำกัดในการไหลเวียนของน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามได้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใกล้เคียงในภูมิภาคที่อุดมไปด้วยน้ำมันแห่งนี้
ทั้งนี้ เมื่อดูจากข่าวเมื่อวันที่ 9 มีนาคมวานนี้ มีการเปิดเผยจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ รายงานการอนุมัติการจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่อิสราเอลมูลค่าประมาณ 151.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4.81 พันล้านบาทย่อมคาดเดาได้ว่า“สงครามยาวแน่” ซึ่งการจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่าว ยังรวมถึงการบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องตามที่อิสราเอลร้องขอ เช่นระเบิดแบบทิ้งจากอากาศยานสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป น้ำหนัก 1 พันปอนด์รุ่น“บีแอลยู-110เอ/บี” (BLU-110A/B) จำนวน 12,000 ลูก
เมื่อสงครามยืดเยื้อ อันจะทำให้สถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดกันว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ก็จะมีผลกระทบจากภูมิภาคตะวันออกกลางไปยังสหรัฐฯทันตาเห็น เพราะจะทำให้ปัญหาค่าครองชีพในสหรัฐฯยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีก และเป็นการซ้ำเติมปัญหาเดิมสำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อย ซึ่งเวลานี้กำลังเผชิญภาระค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น รวมถึงการลดสวัสดิการภายใต้นโยบายของทรัมป์ ประกอบกับยังมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง หากราคาพลังงานยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้ว ก็จะทำให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” และพรรครีพับลิกัน ตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ลำบากก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาค่าใช้จ่ายในการทำสงครามที่สหรัฐฯต้องใช้เงินประมาณวันละ 891.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 28.61 หมื่นล้านบาทต่อวัน
ย้อนกลับมาผู้นำสูงสุดคนใหม่ คือ “โมจตาบา คาเมเนอี”ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน และเป็นหน่วยงานทางทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศอิหร่าน อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดกับกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัครบาซิจ (Basij) จากการที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งในท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่นับวันยิ่งแหลมคม โดยการประกาศของ“โดนัลด์ ทรัมป์” ก่อนหน้านี้ว่า “โมจตาบา”ไม่ใช่ตัวเลือกที่สหรัฐฯ จะยอมรับได้ง่ายๆ และขู่ว่า “จะอยู่ได้ไม่นาน”
นาทีนี้อาจจะมีคำถามกลับว่า ระหว่าง“โมจตาบา”กับ“ทรัมป์” ใครจะไปก่อนกัน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี