วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
ฝ่ายอนุรักษนิยมจะแพ้ “ฝ่ายตรงข้าม”(ใครอยากจะเรียกฝ่ายก้าวหน้าก็ได้ แต่ผมเรียกฝ่ายตรงข้าม เพราะความคิดของพวกเขายังฝังอยู่ในศตวรรษที่แล้ว) แพ้ด้วยปัจจัย3 ประการ
1.แพ้จากภายใน เป็นเสมือน“สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” คือพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ล้วน “ครองสภา” มายาวนาน มีฝ่ายตรงข้ามปนอยู่บ้างก็เป็นเพียงพรรคเล็ก หรือเป็นฝ่ายค้าน เช่น พรรคส้ม
ตลอดเวลาอันยาวนานนั้น พรรคฝ่ายอนุรักษนิยมไม่ได้แก้ปัญหาสำคัญให้แก่ประเทศชาติมากนักและไล่ไม่ทันปัญหา เช่นปัญหาความยากจน ที่นับวันช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยจะกว้างมากขึ้น ปัญหาหนี้สินท่วมท้น (ซึ่งมีหลายเหตุหลายปัจจัย) ปัญหาคอร์รัปชั่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนันหลากหลายรูปแบบ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาคุณภาพคน ฯลฯ
ปัญหาเหล่านี้ไม่มีพรรคการเมืองคิดจะแก้จริงจัง ซ้ำยังเป็นตัวสร้างและสนับสนุนปัญหาเหล่านี้เสียเอง จนพูดได้ว่า “ปัญหาของประเทศชาติเกิดจากนักการเมืองเป็นหลัก”
เมื่อ “ฝ่ายตรงข้าม” ประโคมโหมแห่โจมตีปัญหาเหล่านี้ นักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมที่ครองสภามายาวนานก็ได้แต่แก้ตัวแก้ต่างหรือแถ อย่างดีที่สุดก็ทำขึงขังตั้งกรรมการสอบสวน ถ้าทำผิดก็ช่วยๆ กันไป หรือถ้าเป็นข้าราชการก็ย้าย แต่ส่วนมากก็ลืมๆกันไป เพราะมีข่าวใหม่ท่วมทับทุกวัน
ที่โดนลงโทษมีเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ทำผิด
ปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าใครหรือฝ่ายไหนโจมตีก็เถียงไม่ขึ้น เพราะมันทิ่มตาแทงใจมากขึ้นทุกวัน
2.วิธีการหาเสียงที่ตั้งรับ – ตามแก้ยกตัวอย่างในปัจจุบันที่กำลังหาเสียงกันอยู่นี้ พรรคฝ่ายอนุรักษนิยม (ผมไม่รวมพรรคเพื่อไทย) ก็ทำซ้ำอย่างเดิมๆ คือชูนโยบายและสัญญาว่าจะทำนั่นทำนี่ บ้างก็แจกเงินตามโครงการต่างๆ บ้างก็ซื้อเสียง แต่ปัจจุบันนี้พรรคภูมิใจไทยทำดีขึ้นมาหน่อย คือชู “คนนอกที่เป็นมืออาชีพ” ที่มองเห็นปัญหาสำคัญของประเทศชาติ ทันสถานการณ์โลก และมุ่งมั่นจะแก้ปัญหา
แต่พรรคฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคส้มนั้นหาเสียงด้วยวิธี “วินาศกรรม” ปาระเบิดใส่ทั้งคนนอก ทั้งองค์กรรัฐ รวมทั้งองค์กรอิสระ มันน่าตื่นเต้นน่าติดตาม คนนอกก็เช่น“กัน จอมพลัง” ส่วนหน่วยงานรัฐตอนนี้ก็เรื่อง “ประกันสังคม”
พรรคส้มไม่ได้สนใจว่าจะจริงหรือเท็จ มีหลักฐานหรือไม่มี พวกเขาปาระเบิดใส่ทันที เพราะรู้ว่าเสียงดังสนั่นลั่นประเทศ ทำให้ผู้คนแตกตื่นสนใจ จากนั้นก็โจมตีไม่หยุด มีสื่อร่วมด้วยช่วยกระพือ ช่วยโจมตี ช่วยสนับสนุน อย่างทำงานเป็นทีมเดียวกัน
พรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งตอนนี้รักษาการรัฐบาลโดยพรรคภูมิใจไทย ก็ตามแก้ปัญหาด้วยการเรียกประชุมผู้รับผิดชอบในหน่วยงาน และตอบคำถามผู้สื่อข่าว แต่ตามเก็บซากพังจากระเบิดไม่ทัน เพราะไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นใด คนที่ได้รับข่าวสารก่อนก็เชื่อฝังหัวไปแล้ว ซ้ำคนที่เลือกข้างก็เตรียมใจไว้เชื่อทันที ใครมาชี้แจงแสดงเหตุผลตามหลังก็เหมือนแก้ตัว
สุดท้ายก็แพ้ แพ้ทั้งความเชื่อถือและแพ้ทั้งคะแนนเสียง
เป็นเพราะพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมไม่เข้มงวดกวดขันทุกองค์กรของรัฐ จึงเกิดปัญหาและเป็นช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้ามปาระเบิดใส่ได้เสมอมา
3.กาลเวลาไม่ย้อนกลับ เพราะธรรมชาติเปลี่ยน โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เกิดเวลาและมันไม่ย้อนกลับ คนรุ่นเก่าทยอยตายไป คนรุ่นใหม่ทยอยเกิดและเติบโตตามหลัง เป็นคลื่นที่ทยอยไล่ตามกันเข้าหาฝั่ง คนรุ่นใหม่นั้นจะถูก “กาลเวลาตัดขาดจากรากเหง้าของบรรพชน” กลายเป็นคนพันธุ์ใหม่ ไม่ผูกพันกับสิ่งใดมากนัก สถาบันหลักของประเทศชาติจะถูกดูหมิ่นเหยียดหยามหรือถูกลืม พวกเขาจะไล่ตามสิ่งใหม่ๆ ที่เทคโนโลยีนำเสนอให้เลือกเสพ
“การเมืองและนักการเมือง” ของพวกเขาก็เป็นเช่นเดียวกับสิ่งเสพทั้งหลาย เป็นเหมือนแฟชั่น เหมือนกระแสนักร้องนักแสดงผู้โด่งดัง เหมือนสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งพวกเขาเลือกเสพตามรสนิยมแห่งยุคสมัย
ถ้ามีนักการเมืองใหม่ๆ สร้างกระแสตื่นตาตื่นใจ พวกเขาจะเชื่อว่ามีปัญญามากกว่าคนรุ่นก่อนและเสพมัน
ถ้าฝ่ายอนุรักษนิยมไม่ต้องการพ่ายแพ้ก็ต้องเลิกเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ตน ผู้เลือกตั้งต้องเลิกกินเหยื่อที่นักการเมืองอ่อย แล้วเลือกคนหรือพรรคที่แสดงเจตจำนงจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
เท่านี้ยังไม่พอ ต้องตามดูนักการเมืองที่ตนเลือกด้วย ในเขตเลือกตั้งควรจัดตั้ง “กลุ่มจับตานักการเมือง” ของตนว่าทำงานอะไร มีผลงานไหม เอามาแสดงกัน นี่คือการยึดโยงกับประชาชนของแท้ ไม่ใช่แค่พ่นน้ำลาย
และอย่าเผลอ!
วิมล ไทรนิ่มนวล

อย่าตื่นตระหนก! กรมการแพทย์ย้ำยังไม่พบติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในไทย
อนุทินลั่น ภูมิใจไทยไม่มีซื้อเสียง หลังผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ปูดมีถอนเงินสด 450 ล้าน
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
เก๋งข้ามเลนชนจยย. กระเด็นตกไหล่เขา5เมตร กู้ภัยต้องปีนลงไปช่วย
ทะเลลุกเป็นไฟ! จีน่า เดอะเฟซ สาดความแซ่บในชุดบิกินีสีแดง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี