วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ไม่ว่าพรรคส้มจะโดนยุบอีกหรือไม่ พรรคส้มก็จะยังคงอยู่ต่อไป คนใหม่จะเข้ามาแทนคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ส่วนคนที่ถูกตัดสิทธิ์ก็ไม่ได้ถูกตัดความคิดไปด้วยความคิดของพวกเขาจึงจะแพร่กระจายออกไปมากขึ้น พร้อมกันนั้นคนใหม่ๆ ที่เข้ามาในพรรคส้มก็จะมาด้วยความมุ่งมั่นมากขึ้น เพราะพวกเขาโกรธที่คิดว่าพรรคส้มถูกกระทำโดย “อำนาจเก่า”
ไม่ว่าในอนาคตพรรคส้มจะอ่อนแอหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าผู้คนจะ “คิดตาม” หรือรับเอาอุดมการณ์ของพรรคส้มเป็นของตนมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ ทำให้ความคิดที่ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์แพร่กระจายออกไปในสังคมในวงกว้างและมั่นคงมากขึ้น
พวกเขาจะขับเคลื่อนอุดมการณ์ด้วยความโกรธแค้นและจะเป็นเอกภาพ
มันอาจจะมีพลังมากกว่าฝ่ายอนุรักษนิยมด้วยซ้ำ ที่ยังตามเกาะ-ตามเชียร์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่ตนรักแล้วทะเลาะกันเอง
วันใดถ้าพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล ผมถือว่าพรรคส้มได้เริ่มต้นปฏิวัติแล้ว ต่อจากนั้นจะประสบความสำเร็จดังที่ตั้งเป้าหมายหรือไม่ มากน้อยแค่ไหนก็ต้องรอดู
เหตุที่พรรคส้มจะได้เป็นรัฐบาลก็เพราะ “ความล้มเหลวของพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม” ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาสำคัญของประเทศชาติได้ มันจึงเป็นข้ออ้างของพรรคส้มที่จะ “เปลี่ยนโครงสร้างระบอบการปกครอง”
โดยจะค่อย “ลิดรอนบ่อนเซาะ” ด้วยรัฐธรรมนูญ – กฎหมาย และแรงกดดันของพวกที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
วิธีที่จะสลายพลังและคะแนนเสียงของพรรคส้มก็คือ พรรคฝ่ายอนุรักษนิยมจะต้อง “ตัดไฟแต่ต้นลม” หรือ “จุดไฟบ้าน รับไฟป่า”
จุดไฟเผาเศษไม้ใบหญ้ารอบบ้านเสียก่อน จะได้ไม่เป็นเชื้อเมื่อไฟป่าลุกลามมาถึง
ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ผมจึงอยากเห็นคุณอนุทินจุดไฟบ้าน
จุดไฟเผาเศษไม้ใบหญ้าอะไรบ้างนั้นก็บอกไปแล้ว แต่ถึงผมไม่บอก คนไทยทุกคนก็รู้ดีว่ามีอะไรบ้าง นักการเมืองและข้าราชการยิ่งรู้ดีกว่าใคร เพราะปัญหาส่วนมากมันเกิดจากพวกเขา คำถามจึงอยู่ที่ “จะทำหรือไม่”
เมื่อคุณอนุทินไม่ทำหรือทำไม่สำเร็จก็จะตกเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ห่วงใยบ้านเมือง และต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาเอกของประเทศชาติต่อไป ด้วยการกดดันและเรียกร้องพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมอื่นๆ ให้รีบจุดไฟบ้านรับไฟป่า หรือ “ปฏิวัติก่อนปฏิวัติ”
เสียงกดดันและเรียกร้องในโลกออนไลน์นั้นมีพลังมหาศาล ถ้านักการเมืองซึ่งมาจากเสียงของพลเมือง แต่ไม่ทำตาม “เสียงของพลเมืองที่มีเหตุผล” ก็ย่อมไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็น “พวกที่เข้ามาทำมาหากินในระบบการเมือง” เท่านั้น และต้องสาปส่ง
เลือกตั้งครั้งต่อไป พลเมืองต้องมองหาพรรคการเมืองอื่นๆ ที่กล้าประกาศจะ “ปฏิวัติระบบที่ชั่วร้ายกัดกินสังคม” (ไม่ใช่ปฏิวัติระบอบ) แล้วเทคะแนนเสียงไปที่พรรคนั้น ถ้ายังมีแต่พวกเข้าไปทำมาหากินในระบบการเมืองอีก พลเมืองแต่ละคนก็ต้องสร้าง “จิตปฏิวัติ” ขึ้นเอง
จิตปฏิวัติ คือ “ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองให้ได้”เช่นเดียวกับ “ขบวนการส้ม” มุ่งมั่นจะเปลี่ยนระบอบการปกครอง
ถ้าจิตปฏิวัติมีจำนวนมากและมีเอกภาพย่อมมีพลังมากพอที่จะ “กำหนด” อุดมการณ์หรือเจตจำนงของสังคม รวมทั้งพรรคการเมืองที่จะเกิดใหม่ได้
จิตปฏิวัติจึงเป็นการ “เปิดพื้นที่” ให้พรรคการเมืองใหม่ๆ ถือกำเนิด หรือไม่ก็สร้างพรรคปฏิวัติของพลเมืองขึ้นเอง ผมเชื่อว่าถ้าเสียงเรียกร้องให้ปฏิวัติก่อนปฏิวัติมีจำนวนมากก็จะมีผู้นำเกิดขึ้น
บางทีสังคมไทยอาจจะมี “พรรคของพลเมือง” ไม่ใช่ของกลุ่มทุน-กลุ่มผลประโยชน์เสียที แม้มันอาจไม่สมบูรณ์แบบก็ยังดีกว่าไม่มีและไม่ได้เริ่มต้นเลย
ถ้าทำได้สำเร็จ พรรคส้มและขบวนการส้มก็จะหมดข้ออ้างหรือเงื่อนไขที่จะปฏิวัติระบอบไปเอง
วิมล ไทรนิ่มนวล

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก
หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ
ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี