วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผมรู้จักคำว่า “สังคมอุดมปัญญา” มาตั้งแต่ปี 2535 จากบทความในหนังสือพิมพ์ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคอนาล็อก ผู้คนยังเขียนหนังสือด้วยมือหรือใช้พิมพ์ดีด
เมื่อยุคคอมพิวเตอร์พีซี.และเครื่องมือสื่อสารข้อความอันเล็ก ๆ อย่างแพ็คลิงก์ โฟนลิงก์ และตามมาด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผมก็คาดว่าสังคมมนุษย์ที่เจริญก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีจะช่วยสร้างสังคมอุดมปัญญาให้เร็วขึ้น
ยังไม่จบแค่นั้น ยุคอันน่าตื่นตาตื่นใจและอัศจรรย์ก็ตามมาอีก คือยุคอินเทอร์เน็ต มันช่วยให้มนุษย์ติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วทันใจและกว้างไกลมากขึ้น-กว้างไกลกระทั่งครอบคลุมโลกอย่างในปัจจุบัน
แต่มันก็ทำให้พฤติกรรมและบุคลิกของคนเปลี่ยนไป มันจึงปิดบังสติปัญญาของคนมากกว่าจะช่วยสร้าง
เทคโนโลยีทั้งหลายนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือใช้งาน แต่มันก็กำหนดพฤติกรรมของคนใช้ด้วย อย่างโทรศัพท์มือถือนั้นทำให้คนใจร้อนอยากดูเรื่องราวต่อไปเร็ว ๆ จึงทำให้ความจำและความเข้าใจพร่ามัว และทำให้คนก้มหน้าอยู่กับมันแทบตลอดเวลา ซ้ำยังหมกหมุ่นอยู่ในโลกข่าวสารข้อมูลจนห่างเหินกับคนด้วยกัน ส่วนที่เป็นประโยชน์ก็คือคนสามารถติดต่อกันได้รวดเร็วทันใจ
ไม่เพียงทำให้คนเสียบุคลิกภาพ เสียเวลา ห่างเหินกับคนด้วยกันเท่านั้น มันยังสื่อ “ข่าวสารขยะ” มากกว่าข่าวสารที่มีประโยชน์ ซ้ำยังเป็นแหล่งข่าวสารข้อมูลเท็จและปั่นหัวคนอีกด้วย โดยไม่นับที่มันถูกใช้เป็นเครื่องมือทุจริตหลอกลวงต่าง ๆ
นั่นเป็นเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าโดยรวมแล้วเทคโนโลยีนั้นสร้างปัญญาให้คนและสังคมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด แต่ก็หวังว่าประสบการณ์ของแต่ละคนจะประเมินเองได้บ้างว่าเป็นอย่างไร
แต่เรื่องที่ผมเห็นว่าเทคโนโลยีสร้าง “สังคมอุดมปัญหา” มากกว่าปัญญาก็คือ “การเมือง”
โดยเฉพาะการเมืองในยุคแบ่งแยก เริ่มอย่างชัดเจนก็ในยุค “เสื้อสีครองเมือง” ตั้งแต่สีเหลือง(พธม.) สีแดง(นปช.) สีฟ้า(กปปส.) ตามมาด้วยสีส้ม(พรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน)
เสื้อสีที่ครองเมืองและสร้างความแตกแยกไปทั่วประเทศจนแทบจะเกิดสงครามกลางเมืองก็คือ “เสื้อแดง” ส่วน“เสื้อส้ม” ก็เคยลงถนนและทุกวันนี้ก็ยังสร้างความแตกแยกไม่หยุด
อีกเสื้อสีหนึ่งก็คือ “สลิ่ม” ซึ่งเป็นสีแบบขนม “ซ่าหริ่ม” เพราะมีหลายสีรวมกัน คือสีเหลือง สีฟ้า ทั้ง 2 สีนี้เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยึดมั่นอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ที่มีต่อสังคม แม้ทั้ง 2 สีจะเคยเป็นม็อบ แต่เมื่อเป็นสลิ่มก็ไม่ได้ “ถูกจัดตั้ง” อย่างม็อบ เพราะมีคนจำนวนมหาศาลที่ไม่เคยร่วมม็อบใด ๆ แต่ก็ยึดมั่นอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์
นอกจากนี้ยังมีสีของพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ซึ่งก็มีแฟนคลับของตน และก็ไม่ชอบขี้หน้าแฟนคลับพรรคอื่น
การถูกแบ่งแยกเป็นสีเป็นฝ่ายไม่เพียงทำคนไทยแตกแยก แต่ยังเป็นศัตรูคู่อาฆาตถึงขนาดประกาศจะฆ่ากันเสมอมา และฆ่ากันจริงในยุคเสื้อแดงครองเมืองเรืองอำนาจ
นี่เป็นความอับจนปัญญาขั้นวิกฤติ แต่อุดมด้วยโลภะ โทสะและโมหะ
ทุกวันนี้พวกคอการเมืองก็ยิ่งปั่นหัวกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และก่นด่าอาฆาตกันทุกประเด็น ถ้าไม่ใช่ “ความคิดความเห็นของแกนนำฝ่ายตน-พรรคตน”
ตัวอย่างล่าสุดก็คือเมื่อเกิดสงครามอิสราเอล+สหรัฐกับอิหร่าน ส่งผลให้น้ำมันขาดแคลน ต่างก็กล่าวโทษอีกฝ่าย-อีกพรรคว่าไม่มีสามารถ ไม่เตรียมตัว คนเลือกตั้งโง่ สู้ฝ่ายตน-พรรคตนไม่ได้เก่งกว่า พร้อมกว่า โดยไม่ต้องสนใจความสามารถของคนที่พวกตนอวยว่าเก่งจริงหรือแค่คำโอ้อวดหาเสียง
การเมืองจึงทำให้คนไร้สติ ไร้ปัญญา มากกว่าจะทำให้คนได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจและมีปัญญา มันทำให้คนโง่งมและสังคมก็อุดมด้วยปัญหามากขึ้นทุกวัน โดยมีเทคโนโลยีเป็นพาหะแพร่เชื้อความโง่
ถ้าคนมีสติ มีปัญญาเมื่อใด เมื่อนั้นนักการเมืองจะไม่สามารถใช้หัวและบ่าของผู้คนเหยียบขึ้นสู่อำนาจได้ พวกนายทุนผูกขาดขูดรีดก็จะไม่สามารถเอาเปรียบคนได้เช่นกัน
แต่น่าเสียดาย เทคโนโลยีและข่าวสารข้อมูลกลับเป็นเสมือนเชือกสนตะพายโคกระบือ และคนส่วนมากก็ยินดี!
วิมล ไทรนิ่มนวล

คิมเบอร์ลี่ อวดหุ่นสับในชุดบิกินี่ท้าลมร้อนทำเอาทะเลลุกเป็นไฟ
หนุ่ม ศรราม ปลื้มใจสุดขีด น้องวีจิ คว้าเหรียญทองบัลเล่ต์จากอังกฤษ
ระวังซ้ำรอยอดีต! ดร.ดิเรกฤทธิ์ มอง สุริยะ ย้าย ราเชน หากมีเจตนาแฝง เสี่ยงผิดกฎหมาย
ทรัมป์ ประกาศเริ่มปฏิบัติการ Project Freedom คุ้มกันเรือออกจากฮอร์มุซ ลั่นใครขวางเจอดีแน่
ยิปซีพยากรณ์ ดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี