วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผมรู้จักคำว่า “สังคมอุดมปัญญา” มาตั้งแต่ปี 2535 จากบทความในหนังสือพิมพ์ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคอนาล็อก ผู้คนยังเขียนหนังสือด้วยมือหรือใช้พิมพ์ดีด
เมื่อยุคคอมพิวเตอร์พีซี.และเครื่องมือสื่อสารข้อความอันเล็ก ๆ อย่างแพ็คลิงก์ โฟนลิงก์ และตามมาด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผมก็คาดว่าสังคมมนุษย์ที่เจริญก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีจะช่วยสร้างสังคมอุดมปัญญาให้เร็วขึ้น
ยังไม่จบแค่นั้น ยุคอันน่าตื่นตาตื่นใจและอัศจรรย์ก็ตามมาอีก คือยุคอินเทอร์เน็ต มันช่วยให้มนุษย์ติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วทันใจและกว้างไกลมากขึ้น-กว้างไกลกระทั่งครอบคลุมโลกอย่างในปัจจุบัน
แต่มันก็ทำให้พฤติกรรมและบุคลิกของคนเปลี่ยนไป มันจึงปิดบังสติปัญญาของคนมากกว่าจะช่วยสร้าง
เทคโนโลยีทั้งหลายนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือใช้งาน แต่มันก็กำหนดพฤติกรรมของคนใช้ด้วย อย่างโทรศัพท์มือถือนั้นทำให้คนใจร้อนอยากดูเรื่องราวต่อไปเร็ว ๆ จึงทำให้ความจำและความเข้าใจพร่ามัว และทำให้คนก้มหน้าอยู่กับมันแทบตลอดเวลา ซ้ำยังหมกหมุ่นอยู่ในโลกข่าวสารข้อมูลจนห่างเหินกับคนด้วยกัน ส่วนที่เป็นประโยชน์ก็คือคนสามารถติดต่อกันได้รวดเร็วทันใจ
ไม่เพียงทำให้คนเสียบุคลิกภาพ เสียเวลา ห่างเหินกับคนด้วยกันเท่านั้น มันยังสื่อ “ข่าวสารขยะ” มากกว่าข่าวสารที่มีประโยชน์ ซ้ำยังเป็นแหล่งข่าวสารข้อมูลเท็จและปั่นหัวคนอีกด้วย โดยไม่นับที่มันถูกใช้เป็นเครื่องมือทุจริตหลอกลวงต่าง ๆ
นั่นเป็นเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าโดยรวมแล้วเทคโนโลยีนั้นสร้างปัญญาให้คนและสังคมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด แต่ก็หวังว่าประสบการณ์ของแต่ละคนจะประเมินเองได้บ้างว่าเป็นอย่างไร
แต่เรื่องที่ผมเห็นว่าเทคโนโลยีสร้าง “สังคมอุดมปัญหา” มากกว่าปัญญาก็คือ “การเมือง”
โดยเฉพาะการเมืองในยุคแบ่งแยก เริ่มอย่างชัดเจนก็ในยุค “เสื้อสีครองเมือง” ตั้งแต่สีเหลือง(พธม.) สีแดง(นปช.) สีฟ้า(กปปส.) ตามมาด้วยสีส้ม(พรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล-ประชาชน)
เสื้อสีที่ครองเมืองและสร้างความแตกแยกไปทั่วประเทศจนแทบจะเกิดสงครามกลางเมืองก็คือ “เสื้อแดง” ส่วน“เสื้อส้ม” ก็เคยลงถนนและทุกวันนี้ก็ยังสร้างความแตกแยกไม่หยุด
อีกเสื้อสีหนึ่งก็คือ “สลิ่ม” ซึ่งเป็นสีแบบขนม “ซ่าหริ่ม” เพราะมีหลายสีรวมกัน คือสีเหลือง สีฟ้า ทั้ง 2 สีนี้เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยึดมั่นอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ที่มีต่อสังคม แม้ทั้ง 2 สีจะเคยเป็นม็อบ แต่เมื่อเป็นสลิ่มก็ไม่ได้ “ถูกจัดตั้ง” อย่างม็อบ เพราะมีคนจำนวนมหาศาลที่ไม่เคยร่วมม็อบใด ๆ แต่ก็ยึดมั่นอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์
นอกจากนี้ยังมีสีของพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก ซึ่งก็มีแฟนคลับของตน และก็ไม่ชอบขี้หน้าแฟนคลับพรรคอื่น
การถูกแบ่งแยกเป็นสีเป็นฝ่ายไม่เพียงทำคนไทยแตกแยก แต่ยังเป็นศัตรูคู่อาฆาตถึงขนาดประกาศจะฆ่ากันเสมอมา และฆ่ากันจริงในยุคเสื้อแดงครองเมืองเรืองอำนาจ
นี่เป็นความอับจนปัญญาขั้นวิกฤติ แต่อุดมด้วยโลภะ โทสะและโมหะ
ทุกวันนี้พวกคอการเมืองก็ยิ่งปั่นหัวกันรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และก่นด่าอาฆาตกันทุกประเด็น ถ้าไม่ใช่ “ความคิดความเห็นของแกนนำฝ่ายตน-พรรคตน”
ตัวอย่างล่าสุดก็คือเมื่อเกิดสงครามอิสราเอล+สหรัฐกับอิหร่าน ส่งผลให้น้ำมันขาดแคลน ต่างก็กล่าวโทษอีกฝ่าย-อีกพรรคว่าไม่มีสามารถ ไม่เตรียมตัว คนเลือกตั้งโง่ สู้ฝ่ายตน-พรรคตนไม่ได้เก่งกว่า พร้อมกว่า โดยไม่ต้องสนใจความสามารถของคนที่พวกตนอวยว่าเก่งจริงหรือแค่คำโอ้อวดหาเสียง
การเมืองจึงทำให้คนไร้สติ ไร้ปัญญา มากกว่าจะทำให้คนได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจและมีปัญญา มันทำให้คนโง่งมและสังคมก็อุดมด้วยปัญหามากขึ้นทุกวัน โดยมีเทคโนโลยีเป็นพาหะแพร่เชื้อความโง่
ถ้าคนมีสติ มีปัญญาเมื่อใด เมื่อนั้นนักการเมืองจะไม่สามารถใช้หัวและบ่าของผู้คนเหยียบขึ้นสู่อำนาจได้ พวกนายทุนผูกขาดขูดรีดก็จะไม่สามารถเอาเปรียบคนได้เช่นกัน
แต่น่าเสียดาย เทคโนโลยีและข่าวสารข้อมูลกลับเป็นเสมือนเชือกสนตะพายโคกระบือ และคนส่วนมากก็ยินดี!
วิมล ไทรนิ่มนวล

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น
ในหลวง พระราชทานชื่อใหม่ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน
ด่วน! อิหร่าน ส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุฯ ล้างแค้นหลังเซาท์พาร์สโดนโจมตี
นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี