วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คุณปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา “แนะประชาชนให้ปลูกผักเลี้ยงปลาเลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือน” และบอกว่า“น่าจะเป็นทางออกในการดำรงชีวิตระยะยาว ถ้าเกิดมีวิกฤตที่รุนแรงกว่านี้นั่นคือทางออก” พอข่าวนี้แพร่กระจายก็มีเสียงไม่เห็นด้วย ซึ่งการแสดงความเห็นนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การเหยียดหยามก่นด่าอย่างหยาบคายนั้นมันเกินไป เพราะเขาไม่ได้บอกว่าจะออกกฎหมายบังคับ แต่ “แนะ” หรือเป็นเพียงข้อเสนอ
ส่วนผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
ไม่ว่าบ้านเมืองปกติหรือวิกฤต คนก็ควรพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่พึ่งแต่ “ตลาด” โดยเฉพาะอาหาร ดีกว่านั้นก็พึ่งปัจจัย 4 ให้ได้มากที่สุด เพราะในยามบ้านเมืองปกติก็ประหยัดเงินและเวลาที่ต้องไปตลาด ในยามวิกฤตสิ่งแรกที่จำเป็นที่สุดคืออาหาร เพราะต้องกินทุกวัน ส่วนข้าวของอย่างอื่นนั้นจำเป็นน้อยกว่า
ปี 2540 เศรษฐกิจพัง คนตกงานมหาศาล ไม่มีเงินซื้ออาหาร ไม่มีค่าเช่าที่พัก พวกเขาไปไหน? ถ้าไม่ใช่กลับถิ่นฐานบ้านเกิดของตนที่ต่างจังหวัด ที่นั่นมีญาติมิตรและมีแหล่งอาหารทั้งประจำบ้านเช่น เป็ดไก่ปูปลาพืชผักที่ปลูกเอง หรือตามแหล่งธรรมชาติทั้งในน้ำและในป่าขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ในภูมิประเทศแบบใด
ยามวิกฤตนั้นต่อให้ใครเป็นมหาเศรษฐี แต่ตลาดไม่มีของกินของใช้ขาย เขาจะกินเงินหรือสมบัติได้ไหม? ดูเรื่องน้ำมันตอนนี้เป็นตัวอย่างได้ มีเงินแต่ไม่มีน้ำมันแล้วเป็นไง?
ครอบครัวของเพื่อนผมอยู่ทาวน์เฮ้าส์ เขาปลูกพริก ตะไคร้ ผักต่างๆในกระถาง กะละมังเก่าบนพื้น และขวดพลาสติกแขวนไว้ตามเสากับไม้ระแนงหลังคาโรงรถที่มีแสงแเดด เป็นแปลงผักแนวตั้งก็ประหยัดเงินได้มาก
หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งเกษตรกรรมไทย กล่าวว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของมีจริง” ท่านเสนอคนไทยสร้างปัจจัย 4 ให้พึ่งตนเองได้
ผู้คนยุคเก่าส่วนมากพึ่งอาหารจากแหล่งธรรมชาติ บ้านเรือนก็สร้างจากต้นไม้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็ทอกันเอง ส่วนยาประจำบ้านก็ใช้สมุนไพร อาหารส่วนมากก็หาตามแหล่งธรรมชาติและปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เอง ทั้งหมดนั้นซื้อ-ขายกันเองในชุมชน รวมทั้งซื้อ-ขายกันในตลาดด้วย แม้ไม่สมบูรณ์พูนผลทั่วหน้ากัน แต่คนส่วนมากก็พอมีปัจจัย 4 ดำรงชีวิต
ล่วงมาถึงยุคนี้ เราพึ่งตลาดแทบจะทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่จำกัดและมีงานประจำ ส่วนคนที่อยู่ในชนบทส่วนมากนั้นมีพื้นที่กว้างพอจึงเลี้ยงสัตว์ปลูกพืชผักได้หลายชนิด แถมยังมีแหล่งอาหารธรรมชาติด้วย จึงพึ่งตลาดน้อยลง
การพึ่งตนเองได้นั้นเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต และไม่ประมาทกับความเป็นไปของโลก
ผมจึงแปลกใจที่คำแนะนำของคุณปฏิมา จีระแพทย์ ถูกก่นด่าว่าโง่ ทั้งที่เป็นสิ่งมีประโยชน์
อาจเป็นเพราะคนยุคนี้แทบทั้งหมดพึ่งตลาดจนกลายเป็นความเคยชิน ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ได้สนใจว่าตลาดนั้นเป็นอย่างไร มันทำให้ตนต้องทำงานหนักขนาดไหน เพื่อเอาเงินไปจับจ่ายในตลาด ทั้งสิ่งของที่จำเป็นและฟุ่มเฟือย เพราะมันต้องดูดเงินของผู้ซื้อไปเป็นกำไรของมัน
คำว่า “ตลาด” ไม่ได้หมายถึงตลาดที่ไปซื้อข้าวของอย่างเดียว แต่มันคือ “ระบบ” หรือ “ระบบตลาด” ซึ่งก็คือระบบทุนนิยมที่ในปัจจุบันเรียกว่า “ตลาดเสรี”
ระบบนี้แหละที่พวกซ้ายและพวกคลั่งประชาธิปไตยต่อต้านกัน และก่นด่าว่ากดขี่ขูดรีด แต่พอมีข้อเสนอให้พึ่งตนเองด้วยเรื่องอาหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและประหยัดค่าใช้จ่ายกลับก่นด่าราวกับคนเสนอแนะก่ออาชญากรรมระดับชาติ
ส่วนพวกที่ไม่ใช่ซ้าย ในฐานะผู้ซื้อก็อยากให้รัฐบาลจัดการระบบตลาดเสรีให้สมบูรณ์พูนผล เช่น สินค้าราคาถูกและมีเพียงพอ
แต่ระบบตลาดทุนนิยมนั้นจะไม่มีวันทำให้ประชาชนสมบูรณ์พูนผล มันจะทำให้ขาดแคลนและอยากซื้ออยากเสพไม่มีวันจบสิ้น
ส่วนพวกซ้ายนั้นต้องการ “ระบอบสังคมนิยม” ที่ทุกคนผลิตให้รัฐ แล้วรัฐแบ่งสันปันส่วนให้ผู้คนที่ลงมือผลิตพอยาไส้ ตามคำข่มขวัญว่า “ทำงานให้สุดความสามารถ บริโภคเท่าที่จำเป็น” ทั้งในไร่นาและโรงงาน ส่วนที่เหลือจากการบริโภคเท่าที่จำเป็นนั้นก็ตกเป็นของรัฐ หรือ “ชนชั้นผู้ปกครอง” เก็บไว้ทำอย่างอื่น อย่างประเทศสังคมนิยมที่เจ๊งกันไปหมดแล้ว
แต่ตลาดที่ผมเห็นว่ามีประโยชน์และมั่นคงกว่าตลาดทุนนิยมคือ “ตลาดชุมชน” เป็นตลาดที่ชาวบ้านในชุมชนนำพืชผักหลากหลายชนิดมาวางขาย“แบกะดิน” หรือโต๊ะ ส่วนมากเป็นพืชผักพื้นบ้านที่หากันเองตามแหล่งธรรมชาติและปลูกเอง รวมทั้งเป็ด ไก่ หมู ไข่เป็ดไข่ไก่ ซึ่งผู้ขายแทบทั้งหมดเลี้ยงเอง ที่พร้อมนำไปปรุงเป็นอาหารได้เลย
ตลาดแบบนี้เงินหมุนเวียนในชุมชน ช่วยให้คนมีงานทำ ช่วยเสริมสร้างชุมชนให้แข็งแรง พึ่งตนเองได้
บุคคลและตลาดชุมชนที่พึ่งตัวเองได้ ย่อมอัตคัดขาดแคลนน้อยกว่าคนที่พึ่งแต่ตลาดทุนนิยม ทั้งในยามปกติและในยามวิกฤต
วิมล ไทรนิ่มนวล

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี