วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
นับแต่ลัทธิมาร์กซ์หรือลัทธิคอมมิวนิสต์ถือกำเนิดขึ้นมา “โลกแห่งความคิดและความเชื่อ” ของมนุษย์ในเรื่อง “การปกครองและเศรษฐกิจ” ก็แตกแยกจากความเชื่อความคิดเดิมอย่างไม่อาจย้อนกลับ
แต่เดิม...ความคิดและความเชื่อเรื่องการปกครองและเศรษฐกิจในศตวรรษที่แล้วนั้น มีแค่การปกครอง ด้วย “ระบอบกษัตริย์” หรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเป็นการปกครองที่พัฒนามาจาก “การปกครองแบบชนเผ่า” หรือการปกครองแบบชนเผ่าเป็นต้นกำเนิดของระบอบกษัตริย์ และมีระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเป็นหลัก
นอกจากนี้ก็มีระบอบเผด็จการ ซึ่งส่วนมากก็ถือกำเนิดขึ้นโดยการล้มล้างระบอบกษัตริย์ แล้วผู้ชนะสถาปนาตนเป็นผู้ปกครอง มีทั้งแบบเผด็จการด้วยตนเอง และมีทั้งปกครองผ่านการเลือกตั้งที่เรียกว่า “ระบอบสาธารณรัฐ”
เหตุที่ลัทธิมาร์กซ์สร้างความสั่นสะเทือนให้โลกแห่งการปกครองและเศรษฐกิจเดิม ก็เพราะมันประกาศว่าได้ค้นพบ “พัฒนาการสังคมของมนุษย์” อย่างที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน และเป็น “สัจธรรมของสังคมมนุษย์”
ลัทธิมาร์กซ์ได้เสนอผลงานการวิจัยเรื่องพัฒนาการสังคมมนุษย์ไว้ 5 ขั้นตอน ซึ่งเกิดขึ้นตาม “วิธีการผลิตและปัจจัยการผลิต” ในแต่ละยุคสมัย พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ มันเกิดขึ้นเพราะการประกอบอาชีพของคนในสังคม ซึ่งต้องมี “วิธีการและเครื่องมือ” สำหรับประกอบอาชีพนั้นๆ เช่น ต้องมีวิธีใช้เครื่องมือหรือรู้วิธีทำนา และต้องมีที่นา มีวัว มีควาย มีไถ คราด เคียว
พัฒนาการสังคมมนุษย์ 5 ขั้นตอนได้แก่
1.สังคมบุพกาล เป็นยุคเริ่มแรกที่มนุษย์อยู่ร่วมกัน เลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์-หาของป่าไม่มีทรัพย์สินส่วนบุคคล ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีชนชั้น
2.สังคมทาส เริ่มมีการเกษตรและตั้งถิ่นฐาน จึงมีความเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนบุคคล และมีการปกครองด้วยระบอบทาส ซึ่งโดยมีชนชั้นปกครองเป็นเจ้าของทาส และมีชนชั้นผู้ถูกปกครองคือทาสหรือแรงงาน
3.สังคมศักดินา พัฒนาจากระบอบทาส มาเป็นระบอบผู้เช่าที่ดินหรือผู้ผลิตรายย่อย โดยมีชนชั้นขุนนาง (เจ้าของที่ดิน) เป็นผู้กดขี่ขูดรีดชนชั้นเกษตรกร
4.สังคมทุนนิยม ชนชั้นนายทุนขึ้นมามีอำนาจจากการควบคุมปัจจัยการผลิตและเครื่องจักร เอารัดเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพ
5.สังคมคอมมิวนิสต์ เป็นขั้นตอนที่ยังไม่เกิด ซึ่งคาร์ล มาร์กซ์ ทำนายว่าจะเกิดการปฏิวัติโดยกรรมาชีพเพื่อล้มล้างระบอบทุนนิยม แล้วกลายเป็นสังคมที่ไร้ชนชั้น ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ และปัจจัยการผลิตเป็นของส่วนรวม
ขั้นตอนที่ 1-3 นั้นได้ผ่านไปแล้ว ส่วนขั้นตอนที่ 4 แม้ในหลายประเทศยังมีกษัตริย์ แต่ลัทธิมาร์กซ์ไม่ถือเป็น “สาระหลัก” เพราะถือเศรษฐกิจเป็นหลัก คือระบอบทุนนิยมหรือในปัจจุบันเรียกว่า “ตลาดเสรี”
แม้ลัทธิมาร์กซ์จะแบ่งพัฒนาการสังคมมนุษย์ไว้เป็น 5 ขั้นตอน แต่ทำไมจึงไม่รอให้สังคมทุนนิยมพัฒนาไปเองอย่างใน 3 ขั้นตอนแรก จนถึงขั้นที่ 5 คือสังคมคอมมิวนิสต์ ทำไมต้อง “ชิงสุกก่อนห่าม” ด้วยการป่าวร้องให้มีการปฏิวัติในขั้นตอนทุนนิยมเลย ซึ่งเรียกว่า “การปฏิวัติสังคมนิยม”
พวกมาร์กซิสต์ตอบว่า “รอไม่ได้” และเชื่อว่า “เมื่อปฏิวัติเป็นสังคมนิยมแล้วจะสามารถพัฒนาระบอบสังคมนิยม ซึ่งเป็นช่วงต้นของระบอบคอมมิวนิสต์ไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ได้เร็วขึ้นและแข็งแกร่งมั่นคงขึ้น”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศที่มีการปฏิวัติสังคมนิยมก็คือ “เจ๊ง” มันไม่เป็นไปตามความเชื่อหรือการคาดหวังของพวกมาร์กซิสต์
กระนั้นพวกเขาก็มีข้อแก้ตัวมากมายให้แก่ความล้มเหลว และยังยึดมั่นถือมั่นว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องชนะ สังคมคอมมิวนิสต์ย่อมจะเป็นจริง
แม้พวกมาร์กซิสต์ในประเทศไทยจะเห็นประเทศต่างๆ ที่ปฏิวัติสังคมนิยมแล้วเจ๊ง เพราะมันขัดกับ “ความเป็นมนุษย์ปุถุชน” ก็ยังมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติสังคมไทยต่อไป โดยเปลี่ยนจากการเข้าป่าจับปืนมาเป็นการต่อสู้ทางความคิดในสภาและปลุกระดมในโลกออนไลน์
คนไทยและสังคมไทยจึงต้องอยู่กับการต่อสู้กันทาง “ความคิดและความเชื่อ” ไปอีกนาน ระหว่างระบอบปัจจุบันกับระบอบที่ใฝ่ฝันจะให้มันเป็นจริง(คอมมิวนิสต์) พร้อมกันนั้นคนไทยก็แตกแยกร้าวลึกและเกลียดชังกันมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพราะฝ่ายหนึ่ง “ผลักเคลื่อน” ขั้นตอนสังคมทุนนิยมให้ไปสู่ “สังคมคอมมิวนิสต์” อีกฝ่ายก็ต้องการผลักเคลื่อนสังคมไปตามความเป็นจริงของสังคมไทย โดยไม่ยึดมั่นถือมั่นกับอุดมการณ์ของลัทธิมาร์กซ์
“เวลาและพลังงานชีวิต” ของคนในสังคมต่างก็ถูกพร่าผลาญไปกับการต่อสู้กันจนอ่อนล้าทุกวัน โดยไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่และเป็นอย่างไร และไม่เคยมีใครฉุกคิดว่า “เราสู้กันมาตั้งแต่ปี 2475 แล้ว เราจะต้องต่อสู้กันไปอีกนานแค่ไหน จะต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายและสูญสิ้นอิสรภาพอีกเท่าไหร่ มันจึงจะจบสิ้น และถึงวันที่มนุษย์จะได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขเสียที”
คำถามที่สำคัญก็คือ “โลกนี้มีระบอบการปกครองและเศรษฐกิจแค่ 2 ระบอบหลักเท่านี้หรือ? มนุษย์ทั้งโลกไม่มีใครคิดระบอบใหม่ที่เป็นจริง หรือผสมผสาน 2 ระบอบหลักนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่มนุษย์ด้วยกันได้เลยหรือ?”
โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล ทางที่มนุษย์เดินนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนทั่ว แต่ทำไมทางแห่งความคิดของมนุษย์กลับคับแคบตีบตันอยู่แค่นี้
วิมล ไทรนิ่มนวล

ศึกน่านน้ำเดือด เรือรบสหรัฐฯ ยิงถล่ม เรือสินค้าติดธงอิหร่าน ก่อนเข้ายึดเรือกลางอ่าวโอมาน
เสี่ยสมจิตร ควัก 2 ล้าน อัดฉีดรถถัง ท้าชิงชัย ทาเครุ 29 เมษายนนี้
กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อรบ เมื่อความหิวกัดกินกองทัพอเมริกัน ณัฏฐ์ มงคลนาวิน สะท้อนอีกมุมตะวันออกกลาง
เจรจารอบใหม่ส่อวืด สื่อรัฐบาลอิหร่าน ยันข่าวลือส่งคณะผู้แทนไปปากีฯ ไม่เป็นความจริง
หมอวรงค์ บี้ กระทรวงการคลัง ทำอะไรอยู่ ไม่ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี