วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
นับแต่ลัทธิมาร์กซ์หรือลัทธิคอมมิวนิสต์ถือกำเนิดขึ้นมา “โลกแห่งความคิดและความเชื่อ” ของมนุษย์ในเรื่อง “การปกครองและเศรษฐกิจ” ก็แตกแยกจากความเชื่อความคิดเดิมอย่างไม่อาจย้อนกลับ
แต่เดิม...ความคิดและความเชื่อเรื่องการปกครองและเศรษฐกิจในศตวรรษที่แล้วนั้น มีแค่การปกครอง ด้วย “ระบอบกษัตริย์” หรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเป็นการปกครองที่พัฒนามาจาก “การปกครองแบบชนเผ่า” หรือการปกครองแบบชนเผ่าเป็นต้นกำเนิดของระบอบกษัตริย์ และมีระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเป็นหลัก
นอกจากนี้ก็มีระบอบเผด็จการ ซึ่งส่วนมากก็ถือกำเนิดขึ้นโดยการล้มล้างระบอบกษัตริย์ แล้วผู้ชนะสถาปนาตนเป็นผู้ปกครอง มีทั้งแบบเผด็จการด้วยตนเอง และมีทั้งปกครองผ่านการเลือกตั้งที่เรียกว่า “ระบอบสาธารณรัฐ”
เหตุที่ลัทธิมาร์กซ์สร้างความสั่นสะเทือนให้โลกแห่งการปกครองและเศรษฐกิจเดิม ก็เพราะมันประกาศว่าได้ค้นพบ “พัฒนาการสังคมของมนุษย์” อย่างที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน และเป็น “สัจธรรมของสังคมมนุษย์”
ลัทธิมาร์กซ์ได้เสนอผลงานการวิจัยเรื่องพัฒนาการสังคมมนุษย์ไว้ 5 ขั้นตอน ซึ่งเกิดขึ้นตาม “วิธีการผลิตและปัจจัยการผลิต” ในแต่ละยุคสมัย พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ มันเกิดขึ้นเพราะการประกอบอาชีพของคนในสังคม ซึ่งต้องมี “วิธีการและเครื่องมือ” สำหรับประกอบอาชีพนั้นๆ เช่น ต้องมีวิธีใช้เครื่องมือหรือรู้วิธีทำนา และต้องมีที่นา มีวัว มีควาย มีไถ คราด เคียว
พัฒนาการสังคมมนุษย์ 5 ขั้นตอนได้แก่
1.สังคมบุพกาล เป็นยุคเริ่มแรกที่มนุษย์อยู่ร่วมกัน เลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์-หาของป่าไม่มีทรัพย์สินส่วนบุคคล ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีชนชั้น
2.สังคมทาส เริ่มมีการเกษตรและตั้งถิ่นฐาน จึงมีความเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนบุคคล และมีการปกครองด้วยระบอบทาส ซึ่งโดยมีชนชั้นปกครองเป็นเจ้าของทาส และมีชนชั้นผู้ถูกปกครองคือทาสหรือแรงงาน
3.สังคมศักดินา พัฒนาจากระบอบทาส มาเป็นระบอบผู้เช่าที่ดินหรือผู้ผลิตรายย่อย โดยมีชนชั้นขุนนาง (เจ้าของที่ดิน) เป็นผู้กดขี่ขูดรีดชนชั้นเกษตรกร
4.สังคมทุนนิยม ชนชั้นนายทุนขึ้นมามีอำนาจจากการควบคุมปัจจัยการผลิตและเครื่องจักร เอารัดเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพ
5.สังคมคอมมิวนิสต์ เป็นขั้นตอนที่ยังไม่เกิด ซึ่งคาร์ล มาร์กซ์ ทำนายว่าจะเกิดการปฏิวัติโดยกรรมาชีพเพื่อล้มล้างระบอบทุนนิยม แล้วกลายเป็นสังคมที่ไร้ชนชั้น ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ และปัจจัยการผลิตเป็นของส่วนรวม
ขั้นตอนที่ 1-3 นั้นได้ผ่านไปแล้ว ส่วนขั้นตอนที่ 4 แม้ในหลายประเทศยังมีกษัตริย์ แต่ลัทธิมาร์กซ์ไม่ถือเป็น “สาระหลัก” เพราะถือเศรษฐกิจเป็นหลัก คือระบอบทุนนิยมหรือในปัจจุบันเรียกว่า “ตลาดเสรี”
แม้ลัทธิมาร์กซ์จะแบ่งพัฒนาการสังคมมนุษย์ไว้เป็น 5 ขั้นตอน แต่ทำไมจึงไม่รอให้สังคมทุนนิยมพัฒนาไปเองอย่างใน 3 ขั้นตอนแรก จนถึงขั้นที่ 5 คือสังคมคอมมิวนิสต์ ทำไมต้อง “ชิงสุกก่อนห่าม” ด้วยการป่าวร้องให้มีการปฏิวัติในขั้นตอนทุนนิยมเลย ซึ่งเรียกว่า “การปฏิวัติสังคมนิยม”
พวกมาร์กซิสต์ตอบว่า “รอไม่ได้” และเชื่อว่า “เมื่อปฏิวัติเป็นสังคมนิยมแล้วจะสามารถพัฒนาระบอบสังคมนิยม ซึ่งเป็นช่วงต้นของระบอบคอมมิวนิสต์ไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ได้เร็วขึ้นและแข็งแกร่งมั่นคงขึ้น”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศที่มีการปฏิวัติสังคมนิยมก็คือ “เจ๊ง” มันไม่เป็นไปตามความเชื่อหรือการคาดหวังของพวกมาร์กซิสต์
กระนั้นพวกเขาก็มีข้อแก้ตัวมากมายให้แก่ความล้มเหลว และยังยึดมั่นถือมั่นว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องชนะ สังคมคอมมิวนิสต์ย่อมจะเป็นจริง
แม้พวกมาร์กซิสต์ในประเทศไทยจะเห็นประเทศต่างๆ ที่ปฏิวัติสังคมนิยมแล้วเจ๊ง เพราะมันขัดกับ “ความเป็นมนุษย์ปุถุชน” ก็ยังมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติสังคมไทยต่อไป โดยเปลี่ยนจากการเข้าป่าจับปืนมาเป็นการต่อสู้ทางความคิดในสภาและปลุกระดมในโลกออนไลน์
คนไทยและสังคมไทยจึงต้องอยู่กับการต่อสู้กันทาง “ความคิดและความเชื่อ” ไปอีกนาน ระหว่างระบอบปัจจุบันกับระบอบที่ใฝ่ฝันจะให้มันเป็นจริง(คอมมิวนิสต์) พร้อมกันนั้นคนไทยก็แตกแยกร้าวลึกและเกลียดชังกันมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพราะฝ่ายหนึ่ง “ผลักเคลื่อน” ขั้นตอนสังคมทุนนิยมให้ไปสู่ “สังคมคอมมิวนิสต์” อีกฝ่ายก็ต้องการผลักเคลื่อนสังคมไปตามความเป็นจริงของสังคมไทย โดยไม่ยึดมั่นถือมั่นกับอุดมการณ์ของลัทธิมาร์กซ์
“เวลาและพลังงานชีวิต” ของคนในสังคมต่างก็ถูกพร่าผลาญไปกับการต่อสู้กันจนอ่อนล้าทุกวัน โดยไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่และเป็นอย่างไร และไม่เคยมีใครฉุกคิดว่า “เราสู้กันมาตั้งแต่ปี 2475 แล้ว เราจะต้องต่อสู้กันไปอีกนานแค่ไหน จะต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายและสูญสิ้นอิสรภาพอีกเท่าไหร่ มันจึงจะจบสิ้น และถึงวันที่มนุษย์จะได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขเสียที”
คำถามที่สำคัญก็คือ “โลกนี้มีระบอบการปกครองและเศรษฐกิจแค่ 2 ระบอบหลักเท่านี้หรือ? มนุษย์ทั้งโลกไม่มีใครคิดระบอบใหม่ที่เป็นจริง หรือผสมผสาน 2 ระบอบหลักนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่มนุษย์ด้วยกันได้เลยหรือ?”
โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล ทางที่มนุษย์เดินนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนทั่ว แต่ทำไมทางแห่งความคิดของมนุษย์กลับคับแคบตีบตันอยู่แค่นี้
วิมล ไทรนิ่มนวล

เช็กเลยที่ไหนบ้าง! การไฟฟ้านครหลวง แจ้งดับไฟ 6 มี.ค.69 'กทม.-นนทบุรี' 5 จุด
ประจักษ์สายตาชาวโลก ซาบีดาเดินหน้าRoadshow ดันชุดไทยพระราชนิยม ผงาดมรดกโลก
แห่ห่วง นักร้องดัง หนึ่ง ETC วูบล้มกระแทกพื้นที่จีน ตรวจพบภาวะแลคติดสูงเฉียบพลัน
กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับประเทศ 117 คน - ส่วนบาห์เรน 917 คน
เสธ.เบิร์ด ถอดแผนลับสะท้านโลก ทำไมต้อง 28 ก.พ. ล็อกเป้าสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี