วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การหาเสียงของนักการเมืองยิ่งเข้มข้นขึ้น เช่นเดียวกับการรณรงค์ของประชาชนเองเรื่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เรื่องการเลือกตั้งนั้นมี 2 ฝ่ายเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะเอาพรรคส้มกับพรรคแดงหรือพรรคอนุรักษนิยมที่มีหลายพรรค ซึ่งฝ่ายนี้มีปัญหาตามมาด้วยว่าจะเลือกพรรคไหนดี แต่เสียงส่วนมากบอกว่าควรเทคะแนนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะมีคะแนนนิยมมากที่สุดในพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมด้วยกัน เพื่อไม่ให้เสียงแตก จนแพ้พรรคส้มกับพรรคแดง
เรียกการเลือกแบบนี้ว่า “การเลือกแบบมียุทธศาสตร์” คือเลือกเพื่อชัยชนะ ไม่ใช่เลือกคนที่อยู่ในพรรคอื่นๆ อย่างที่ตนต้องการ
เป็นการเลือกแบบเหมาโหล ซึ่งย่อมมีของที่คุณภาพไม่เท่ากัน และอาจมีของชำรุดที่ใช้ไม่ได้ แต่ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่ออย่างในปัจจุบัน ก็มีคนจำนวนมากเห็นว่าจำเป็นต้องเลือกอย่างนี้
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกพรรคอื่นไม่ได้ สุดท้ายแล้วทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันที่จะเลือกหรือไม่เลือกใครก็ได้
แต่เป็นการเลือกตั้งที่ลำบากใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องเลือกในวันเลือกตั้ง คือรัฐธรรมนูญว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งก็มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่ายเช่นกัน
ฝ่ายที่เห็นชอบให้เหตุผลว่า “เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นมรดกของ คสช. เป็นรัฐธรรมนูญของพวกเผด็จการ ไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของประชาชน”
เหตุผลหลักๆ ก็มีแค่นี้ คือเสพติดอยู่กับคำว่า “ประชาชน”
ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นดีอยู่แล้ว มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับนักการเมืองที่ทุจริตคิดมิชอบ ผิดจริยธรรม และได้เห็นมาแล้วว่ามันสามารถจัดการกับนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความสง่างามในเรื่องจริยธรรมถึง 2 คน คือนายเศรษฐากับนางสาวแพทองธาร
ประการสำคัญคือ “ไม่ไว้ใจ” พวกนักการเมืองฝ่ายที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งเห็นเจตนาชัดเจนขึ้น จนคนทั่วไปเข้าใจแล้วว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้นเพื่ออะไร!
ผมขอพูดถึง “แรงจูงใจหลัก” ของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแม้กระทั่งแก้ไขรายมาตราว่า “ใครสร้างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องการให้มันรับใช้ตนก่อนทั้งนั้น”
เมื่อนักการเมืองสร้างรัฐธรรมนูญก็ย่อมให้มันสนองอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาจึงไม่ควรเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ สร้างแค่กฎหมายลูกต่างๆ ก็พอแล้ว
รัฐธรรมนูญควรสร้างโดย “ผู้รอบรู้เรื่องกฎหมายและความเป็นไปในสังคม ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับรัฐธรรมนูญ” มันจึงจะเป็นรัฐธรรมนูญของประเทศ ไม่ใช่ของนักการเมือง
พลเมืองในประเทศนี้ถูกฝังหัวด้วย “ถ้อยคำ” มานาน นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี 2475 และถูกตอกย้ำเรื่อยมาว่าเรื่องการเมือง - การปกครอง รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม” หรือในปัจจุบันนี้เรียกว่า “ต้องยึดโยงกับประชาชน”
ฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระต่างๆ ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือยึดโยงกับประชาชน
กระทั่งการแต่งตั้งพระมหากษัตริย์รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สำคัญอย่างการมีพระราชดำรัสก็จะต้องผ่านความเห็นชอบของสภา!
ผู้คนในประเทศนี้จึง “หลงมายา” ของคำว่า “ประชาชน” จนมองไม่เห็นความจริงว่า มีประชาชนกี่คนที่รู้เรื่องการเมือง - การปกครอง รู้เรื่องอำนาจหน้าที่ของฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระต่างๆ รู้เรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกต่างๆ
แค่จะเลือกนักการเมืองที่มีสำนึกดีทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ยังเลือกกันได้ไม่มากเลย
การจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จึงมีคำถามว่ามีใครกี่คนที่ได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือเข้าใจสาระของมัน?
นักการเมืองก็เช่นกัน มีกี่คนที่อ่านอย่างเข้าใจ บางคนอ่านบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ทั้งหมดก็ได้แต่พล่ามตามๆ พวกหัวโจกไป
ผมบอกได้เลยว่า การจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้ “มีเป้าหมายหลักอยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์” ตามมาด้วยการช่วยนักการเมืองทุจริต เพื่อไม่ต้องโดนลงโทษหรือโดนลงโทษแต่ไม่นาน และจะช่วยคนที่กระทำผิดแล้วพ้นโทษ (นิรโทษกรรม)
ผมจึงไม่เห็นชอบ!
วิมล ไทรนิ่มนวล

มดดำ คชาภา ลั่น หากพรรคประชาชนมา น็อต วรฤทธิ์ ไม่ต้องมา เพื่อความสบายใจของทุกคน
ไชยาไม่ทน! บุกโรงพักศรีบุญเรือง แจ้งความพี่ชายผู้สมัครพรรคใหญ่ เผยแพร่ข้อมูลเท็จ
สีหศักดิ์ ผลักดันความร่วมมือสากลแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์
โซเชียลแห่แชร์ แม่น้อย ดูดวงให้ ทนายแก้ว กลางรายการดัง ผ่านมา 1 ปีเรื่องที่ทักเกิดขึ้นจริง
มหากาพย์ร้านตัดสูท ทนายเป้ง โต้ ทนายแก้ว ใครกันแน่เป็นฝ่ายเสนอเงินจบคดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี