วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การหาเสียงของนักการเมืองยิ่งเข้มข้นขึ้น เช่นเดียวกับการรณรงค์ของประชาชนเองเรื่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เรื่องการเลือกตั้งนั้นมี 2 ฝ่ายเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะเอาพรรคส้มกับพรรคแดงหรือพรรคอนุรักษนิยมที่มีหลายพรรค ซึ่งฝ่ายนี้มีปัญหาตามมาด้วยว่าจะเลือกพรรคไหนดี แต่เสียงส่วนมากบอกว่าควรเทคะแนนเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะมีคะแนนนิยมมากที่สุดในพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมด้วยกัน เพื่อไม่ให้เสียงแตก จนแพ้พรรคส้มกับพรรคแดง
เรียกการเลือกแบบนี้ว่า “การเลือกแบบมียุทธศาสตร์” คือเลือกเพื่อชัยชนะ ไม่ใช่เลือกคนที่อยู่ในพรรคอื่นๆ อย่างที่ตนต้องการ
เป็นการเลือกแบบเหมาโหล ซึ่งย่อมมีของที่คุณภาพไม่เท่ากัน และอาจมีของชำรุดที่ใช้ไม่ได้ แต่ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่ออย่างในปัจจุบัน ก็มีคนจำนวนมากเห็นว่าจำเป็นต้องเลือกอย่างนี้
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกพรรคอื่นไม่ได้ สุดท้ายแล้วทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันที่จะเลือกหรือไม่เลือกใครก็ได้
แต่เป็นการเลือกตั้งที่ลำบากใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องเลือกในวันเลือกตั้ง คือรัฐธรรมนูญว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งก็มีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่ายเช่นกัน
ฝ่ายที่เห็นชอบให้เหตุผลว่า “เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นมรดกของ คสช. เป็นรัฐธรรมนูญของพวกเผด็จการ ไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของประชาชน”
เหตุผลหลักๆ ก็มีแค่นี้ คือเสพติดอยู่กับคำว่า “ประชาชน”
ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นดีอยู่แล้ว มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับนักการเมืองที่ทุจริตคิดมิชอบ ผิดจริยธรรม และได้เห็นมาแล้วว่ามันสามารถจัดการกับนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความสง่างามในเรื่องจริยธรรมถึง 2 คน คือนายเศรษฐากับนางสาวแพทองธาร
ประการสำคัญคือ “ไม่ไว้ใจ” พวกนักการเมืองฝ่ายที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งนับวันก็ยิ่งเห็นเจตนาชัดเจนขึ้น จนคนทั่วไปเข้าใจแล้วว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้นเพื่ออะไร!
ผมขอพูดถึง “แรงจูงใจหลัก” ของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือแม้กระทั่งแก้ไขรายมาตราว่า “ใครสร้างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องการให้มันรับใช้ตนก่อนทั้งนั้น”
เมื่อนักการเมืองสร้างรัฐธรรมนูญก็ย่อมให้มันสนองอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาจึงไม่ควรเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ สร้างแค่กฎหมายลูกต่างๆ ก็พอแล้ว
รัฐธรรมนูญควรสร้างโดย “ผู้รอบรู้เรื่องกฎหมายและความเป็นไปในสังคม ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับรัฐธรรมนูญ” มันจึงจะเป็นรัฐธรรมนูญของประเทศ ไม่ใช่ของนักการเมือง
พลเมืองในประเทศนี้ถูกฝังหัวด้วย “ถ้อยคำ” มานาน นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี 2475 และถูกตอกย้ำเรื่อยมาว่าเรื่องการเมือง - การปกครอง รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม” หรือในปัจจุบันนี้เรียกว่า “ต้องยึดโยงกับประชาชน”
ฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระต่างๆ ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือยึดโยงกับประชาชน
กระทั่งการแต่งตั้งพระมหากษัตริย์รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สำคัญอย่างการมีพระราชดำรัสก็จะต้องผ่านความเห็นชอบของสภา!
ผู้คนในประเทศนี้จึง “หลงมายา” ของคำว่า “ประชาชน” จนมองไม่เห็นความจริงว่า มีประชาชนกี่คนที่รู้เรื่องการเมือง - การปกครอง รู้เรื่องอำนาจหน้าที่ของฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระต่างๆ รู้เรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกต่างๆ
แค่จะเลือกนักการเมืองที่มีสำนึกดีทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ยังเลือกกันได้ไม่มากเลย
การจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จึงมีคำถามว่ามีใครกี่คนที่ได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือเข้าใจสาระของมัน?
นักการเมืองก็เช่นกัน มีกี่คนที่อ่านอย่างเข้าใจ บางคนอ่านบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ทั้งหมดก็ได้แต่พล่ามตามๆ พวกหัวโจกไป
ผมบอกได้เลยว่า การจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้ “มีเป้าหมายหลักอยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์” ตามมาด้วยการช่วยนักการเมืองทุจริต เพื่อไม่ต้องโดนลงโทษหรือโดนลงโทษแต่ไม่นาน และจะช่วยคนที่กระทำผิดแล้วพ้นโทษ (นิรโทษกรรม)
ผมจึงไม่เห็นชอบ!
วิมล ไทรนิ่มนวล

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี