วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ช่วงนี้มีข่าวศาลตัดสินลงโทษคดีหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ติดต่อกันหลายคน ล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มสาวทั้งนั้นคนเหล่านี้เกิดมาท่ามกลางสังคมที่เทิดทูนพระมหากษัตริย์และน่าจะได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9-10 แต่คำถามก็คือ ทำไมพวกเขาไม่เห็นผลงาน ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงความสำคัญและคุณค่าของสถาบัน
พระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศชาติ
คำตอบก็คือ พวกเขาล้วนได้รับอิทธิพลทางความคิดของลัทธิมาร์กซิสต์ โดยเฉพาะคนรุ่น “เดือนตุลา” ที่ยุคนั้น “กระแสซ้าย” แรงมาก จนเกิดเป็นศิลปะแนวใหม่ที่เรียกว่า “เพื่อชีวิต” เช่นเพลงเพื่อชีวิต วรรณกรรมเพื่อชีวิต ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องพูดถึงเรื่องการกดขี่ ขูดรีด ความยากจน ความไม่เป็นธรรมของผู้คนในสังคมไทย
จำเลยคือ “นายทุน ขุนศึก ศักดินา” (สถาบันพระมหากษัตริย์) ซึ่งตามลัทธิมาร์กซ์แบ่งเป็น “ชนชั้นผู้กดขี่ขูดรีด” ส่วนพวกคนยากคนจน คนใช้แรงงานนั้นเป็น “ชนชั้นผู้ถูกกดขี่ขูดรีด” จึงยากจน และชนชั้นนี้แหละที่ลัทธิมาร์กซ์สอนให้ปฏิวัติกำจัดชนชั้นผู้กดขี่ขูดรีด เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม จึงเกิดขบวนการนักศึกษาและกรรมกรฝ่ายซ้ายและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
คำถามต่อมา....ทำไมพวกเขาจึงเชื่อว่าลัทธิมาร์กซ์จะสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้?
คำตอบก็คือ ประการแรกลัทธิมาร์กซ์สร้าง “จินตภาพ” ถึงสังคมที่สวยงาม ทุกคนอยู่ดีมีสุขช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีของกินของใช้อุดมสมบูรณ์ ไม่มีใครมีทรัพย์สินส่วนตัว ทั้งหมดเป็นของ
ส่วนรวม ที่ใครอยากจะกินอยากจะใช้ก็มีให้พร้อมดังที่ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เรียกว่า “สังคมพระศรีอาริย์”
เพียงแต่จะต้องปฏิวัติกำจัดชนชั้นผู้กดขี่ก่อน ซึ่งก็คือต้องเข่นฆ่าทำลายล้างกัน เมื่อชนะแล้วก็จะได้ปกครองโดยตัวแทนชนชั้นกรรมาชีพ!
ลัทธิมาร์กซ์ยังเสนอทฤษฎีอันน่าทึ่งที่เขาวิจัยเกือบชั่วชีวิต เช่น ทฤษฎีส่วนเกินในระบบทุนนิยม ทฤษฎีพัฒนาการของสังคม ทฤษฎีวัตถุนิยมประวัติศาสตร์
เขาค้นพบว่า “พัฒนาการของสังคมมนุษย์” นั้นเกิดจาก “ความขัดแย้งทางชนชั้น” และ “การเปลี่ยนแปลงในวิธีการผลิต” ซึ่งเกิดจากการประกอบอาชีพต่างๆ โดยเริ่มจาก “สังคมบรรพกาล สู่ระบอบทาส สู่ระบบศักดินา สู่ระบบทุนนิยม (ในปัจจุบัน)
ระบบทุนนิยมนี้เองจะต้องถูกโค่นล้มโดย “การปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ” หรือชนชั้นผู้ถูกกดขี่ขูดรีด เพื่อเข้าสู่ระบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ที่ไร้ชนชั้น (ยุคพระศรีอาริย์)
ดังนั้นหลายประเทศจึงพยายามปฏิวัติกันขนานใหญ่ในศตวรรษที่แล้ว สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้าง ปัจจุบันนี้เหลือไม่กี่ประเทศ อย่างจีน เกาหลีเหนือ ส่วนในประเทศไทยนั้นล้มเหลวในสมัยพรรคคอมมิวนิสต์พัง และพยายามกันอยู่ในปัจจุบันโดย “พรรคส้ม”
ทฤษฎีดังกล่าวนี้ลัทธิมาร์กซ์อ้างว่าเป็น “วิทยาศาสตร์สังคมอันเป็นสัจธรรม” หมายความว่ามันเป็น “วิทยาศาสตร์และเป็นความจริงแท้” ที่ต้องเป็นไปตามกฎธรรมชาติของสังคม (พัฒนาการของสังคม) ซึ่งพวกมาร์กซิสต์เรียกว่าเป็น “กงล้อแห่งกาลเวลา-กงล้อแห่งประวัติศาสตร์” ที่จะหมุนต่อไปและจะมันบดขยี้คนที่ต้านทาน-เหนี่ยวรั้งมันไว้ไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง และมันจะหยุดหมุนเมื่อเป็นสังคมพระศรีอาริย์!
ด้วยจินตภาพของสังคมอันงดงามชวนหลงใหลและทฤษฎีต่างๆ อันน่าทึ่งดังกล่าว จึงทำให้คนจิตอ่อนอยากเป็นนักปฏิวัติ ยอมรับเอาลัทธิมาร์กซ์เป็นสรณะของตน ทั้งที่ประเทศสังคมนิยมในศตวรรษที่แล้วพังไม่เป็นท่าจนแทบไม่เหลือแล้ว ก็ยังเชื่อกันว่ามันจะเป็นจริงในประเทศไทยได้
พวกคนแก่ๆ ก็ถูกลัทธิมาร์กซ์ฝังหัวมาแต่สมัยยังเป็นหนุ่มสาว ส่วนคนหนุ่มสาวในปัจจุบันก็ถูกปั่นหัวและปั่นหัวกันเองจนไร้สติ ลัทธิมาร์กซ์จึงแพร่กระจายไม่หยุด
พวกเขามุ่งทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่ยอดสุดของชนชั้นผู้กดขี่ขูดรีดด้วยความจงเกลียดจงชังและอาฆาตมาดร้าย บ่อนเซาะสถาบันทหาร ขนบธรรมเนียม ประเพณีกัน และสร้างความแตกแยกในสังคมทุกวัน
ลัทธิมาร์กซ์อ้างว่ามันเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นสัจธรรมสังคม แต่มันกลับไม่สามารถสร้างสังคมอย่างที่สร้างจินตภาพไว้เองได้ ซึ่งมันควรจะถูกตั้งคำถามและหาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร แต่ผู้คนจำนวนมากในสังคมไทยกลับพร้อมจะเชื่อตามคำโฆษณาของมัน จนมันกลายเป็นลัทธิไสยศาสตร์และคนที่เชื่อก็งมงายยิ่งกว่ามันจนเกิดขบวนการซอมบี้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เราจึงเห็นพวก “นักอยากปฏิวัติ” ด้วยวิธีต่างๆ ตั้งแต่การเซาะกร่อนบ่อนทำลาย การจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ การจะแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 กระทั่งถึงการขับเคลื่อนการปฏิวัติด้วยการด่า!
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
วิมล ไทรนิ่มนวล

อภิสิทธิ์นำทัพ ปชป. ถอดรหัสเลือกตั้ง69 เติมไฟผู้สมัครภาคกลาง เมฆินทร์ย้ำ แพ้ไม่ใช่การจบภารกิจ
ทัพเรือภาคที่ 1 สกัดจับเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ลักลอบนำอาหารทะเลส่งต่อให้เรือประมงไทย
โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร-เรียกคืนเครื่องราชฯ 15 ราย ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ธ.ก.ส. ยันชัด สมาคมฌาปนกิจฯ ยังแกร่ง ไม่มีการยุติการดำเนินงานตามข่าวลือ
โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พันตรีหญิง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี