วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
เป็นเรื่องที่รัฐบาลมองข้ามความปลอดภัยไปไม่ได้เลย หลังจากที่ผลการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ชี้ว่าประชาชนร้อยละ 82 ไม่เชื่อมั่นว่า รัฐบาลอนุทิน2 จะรับมือวิกฤตพลังงานได้ ซึ่งก็สอดคล้องต้องกันกับผลการสำรวจของสำนักต่างๆที่ออกมาก่อนหน้านั้น เรียกว่ากระแทกซ้ำกระแสที่กำลังถาโหมเข้าใส่รัฐบาลจนสั่นสะเทือนอยู่ในเวลานี้
ในทางการเมืองนั้น ประเด็นแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อตัดตอนไม่ให้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะเมื่อไหร่ที่ความไม่เชื่อมั่น ยกระดับกลายเป็นวิกฤตศรัทธา จะยิ่งทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้นหลายเท่าตัว ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เมื่อไหร่ที่วิกฤตศรัทธาเกิดขึ้นแล้ว มันแก้ยากกว่าวิกฤตอื่นใด แม้แต่ราคาน้ำมัน
ที่ผ่านมา ตัวอย่างก็มีให้เห็นในยุคของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากปมปัญหาเรื่องคลิปเสียงอังเคิล แม้แต่พรรคภูมิใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังใช้เป็นข้ออ้างบังหน้าในการประกาศถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะประเมินแล้วว่า เมื่อเจอสถานการณ์สาหัสแบบนั้น ไม่มีทางที่รัฐบาลจะไปต่อได้ หรือไปต่อก็อยู่ในสภาพพังยับเยิน
ดังนั้น สถานการณ์ของรัฐบาลตอนนี้ แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตศรัทธา แต่ก็ใกล้เคียงกับคำว่าเข้าสู่ภาวะฉุกเฉินด้านความเชื่อมั่นแล้ว ซึ่งไม่อาจประมาทได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะปัญหาที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เรื่อวิกฤตพลังงานเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของค่าครองชีพปัญหาปากท้อง และความเป็นอยู่ของคนทุกระดับ ถือว่าเป็นโจทย์หินเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การหาทางกู้ศรัทธา หรือเรียกความเชื่อมั่นให้ฟื้นคืนมานั้น ณ เวลานี้ยังสามารถพลิกกลับมาได้ ยังไม่สายเกินไป ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลกล้าทำ กล้าพูดความจริง และกล้าทำงานเร็วหรือไม่ อย่างเช่นตอนนี้ ดูเหมือนว่า นายกรัฐมนตรีจะเริ่มเดินเกมรุกในการทำงานมากขึ้น เห็นได้จากขยับเข้าไปจับประเด็นเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน และปัญหาน้ำมันหายหน้าปั้ม
ทั้งสองเรื่องใหญ่นี้สังคมกำลังจับตามอง และคาดหวังไว้สูงว่า การรื้อโครงสร้างน้ำมันเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะพบจุดลงตัวที่พอดีตรงไหน คาดว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันที่ 6 เมษายนนี้ น่าจะมีคำตอบถึงทิศทางที่ชัดเจน และหากรัฐบาลสามารถทำได้เป็นที่น่าพอใจ ก็น่าจะช่วยลดแรงกดดันลงไปได้มาก
เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องน้ำมันหายระหว่างทาง 57 ล้านลิตรซึ่งนายกรัฐมนตรี นำทีมแถลงยอมรับความจริงไปแล้วว่า มีไอ้โม่งลักลอบกักตุนและเก็งกำไรน้ำมันจริง มีการชี้บอกถึงพฤติกรรมกลโกงอย่างละเอียด พร้อมกับเตรียมนำเข้าพิจารณาเป็นคดีพิเศษของดีเอสไอ ดังนั้นถ้ารัฐบาลกล้าจัดการอย่างเข้มข้นจริงจัง นี่ก็เป็นอีกช่องระบายหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดดันจากกระแสสังคมได้
นี่คือความคาดหวังที่สังคมกำลังจับจ้อง คำถามจึงอยู่ใกล้แค่เอื้อมว่า รัฐบาลจะกล้าไปแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดหรือไม่ อย่างที่บอกไว้ว่า แม้สถานะรัฐบาลยังไม่ดำดิ่งสู่จุดที่เรียกว่าวิกฤตศรัทธา แต่ก็เข้าสู่โหมดฉุกเฉินด้านความเชื่อมั่นทั้งที่เพิ่งเริ่มต้น จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะทำความหวังให้เป็นความสำเร็จหรือทำความหวังให้เป็นความหมดหวังเพราะผลลัพธ์ในคำตอบมันต่างกันมาก

อินฟลูฯสาวเดือด บ้านโดนงัด ซัดตำรวจขอค่าเติมน้ำมัน 1,000 ถึงจะไปดูที่เกิดเหตุให้
ชัยชนะ ชง 3 แนวทางให้รัฐบาล แก้ปัญหามันพุ่ง ขอเลิกอ้างสถานการณ์สงครามมากเกินไป
ช่อง3แจงแล้ว! ปมลิฟต์เวทีพลาด คิมเบอร์ลี่-เบลล่า เกือบเกิดอุบัติเหตุ
ภาพแรกมาแล้ว! NASA เผยภาพโลกเต็มใบจากภารกิจ อาร์เตมิส 2
วิกฤตพลังงาน! อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี