วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ภาพถ่าย‘เบน สมิธ’ทุ่นระเบิดสังหาร‘อนุทิน-บิ๊กแดง’

ดูทั้งหมด

  •  

ใครที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมือง ย่อมคิดได้ว่า การปล่อยภาพ “เบน สมิธ” ยืนคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป้าหมายก็เพื่อเจตนาทางการเมือง โดยหวังที่จะเตะตัดขานายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะเป็นคู่แข่งของพรรคประชาชนแทนที่พรรคเพื่อไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีชัยเหนือการเลือกตั้งหลังยุบสภาฯ

นอกจากนั้น ก็ยังมีเป้าที่จะทำลายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รัฐมนตรีโควตาคนนอกมืออาชีพผู้มีความรู้ความสามารถที่นายอนุทินชาญวีรกูล เชื้อเชิญเข้ามาทำงาน และช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ปรากฏว่ามีผลงานโดดเด่นทั้งสองคน


ทั้งนี้ทั้งนั้น คนไทยที่มีใจเป็นธรรม ต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือนที่พรรคภูมิใจไทยที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยสามารถทำงานเข้าตาประชาชน ทั้งจาก“โครงการคนละครึ่งพลัส”ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นเฟืองจักรสำคัญ ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้อย่างเห็นผล ต่างจาก 2ปีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้พูดถึงเลย นอกจากความวิบัติทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายลงไปกว่าเดิมอีก รวมทั้งเงินงบประมาณแผ่นดินที่ถูกล้างผลาญไปเกือบ2 แสนล้านบาทในโครงการแจกเงิน“ดิจิทัล 1 หมื่นบาท” โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผลงานอันโดดเด่นในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำงานไม่ถึง 2 เดิอน แต่กลับมีผลงานมากกว่า 2 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย ในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ สมัยรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร”

เช่น การเจรจาการค้าข้อตกลงความร่วมมือด้านการค้าข้าว โดยการเจรจากับสิงคโปร์เพื่อยกระดับการค้าข้าวไทยและสร้างความมั่นคงทางอาหารความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (DEFA) ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงจะจำหน่ายข้าวให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1 แสนตัน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปีและสำคัญที่สุดคือ การวางแผนไปถึงอนาคตที่ไม่จำกัดเฉพาะการค้าข้าวเท่านั้น แต่จะขยายไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการค้าใหม่ๆ รวมถึงขยายความร่วมมือไปยังประเทศคู่ค้ารายอื่น ทั้งในและนอกภูมิภาค เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค (Food Security Hub) อย่างแท้จริง และจากที่ว่ามานี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเสี้ยวเท่านั้น ที่ 2 ปีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สามารถทำได้

ดังนั้น การปล่อยภาพ“เบน สมิธ” ยืนคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้งภาพที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนร่วมเฟรมกับ“เบน สมิธ”อยู่ด้วย จึงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการทำลายล้างคู่แข่งทางการเมืองด้วยวิธีสกปรก และก็เป็นวิธีที่ใช้กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้การเมืองของประเทศไทยหรือระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยไม่พัฒนาไปถึงไหน อีกทั้งยังเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นได้อีกด้วยว่า ระบอบประชาธิปไตยและการเมืองในประเทศนี้จะพัฒนาได้ ไม่ใช่“รัฐธรรมนูญ” แต่อยู่ที่“จิตสำนึก”ของนักการเมืองว่าจะเปลี่ยน“สันดาน”หรือไม่

ถามว่าถ้าเพียงแค่รูปถ่ายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีอยู่ในเฟรมเดียวกับ“เบน สมิธ”แล้วสรุปว่า นายอนุทินร่วมขบวนการแก๊งสแกมเมอร์กับ“เบน สมิธ” และถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง ก็แล้วทำไมนายอนุทินถึงไม่ช่วย“เบน สมิธ” ที่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เพิ่งจะถูกคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 คดีใหญ่ รวมทั้งหมด 289 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 10,165 ล้านบาท หลังตรวจพบเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่เชื่อมโยงกันหลายชั้น ด้วยการใช้วิธีฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล บัญชีม้า และธุรกรรมหมุนเวียนระหว่างประเทศ ซึ่งเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติตัวสำคัญที่ว่านี้ก็คือ “เฉิน จื้อ”, “ก๊ก อาน” และ“เบน สมิธ”

และถ้าจะว่าไปแล้วเกี่ยวกับรูปภาพนั้น ใครเป็น“เบน สมิธ”ก็ต้องถ่ายภาพกับทุกคนที่อยู่ในวงจรอำนาจ เพราะ“เบน สมิธ”เป็นผู้ดำเนิน“ธุรกิจสีเทา”ในฐานะเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติตัวสำคัญ เนื่องจากตามเหตุผลทางจิตวิทยานั้น อาชญากรอาจถ่ายรูปกับคนดังเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี อันเท่ากับเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม หรือเพื่อแบล็กเมล์และกรรโชกทรัพย์ นอกจากนี้อาชญากรยังอาจใช้รูปภาพเพื่อแสดงถึงอำนาจและความเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วย

ภาพที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งเชื่อว่าเพื่อต้องการทำลายล้างทางการเมืองโดยมีเป้าใหญ่คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นี้ ล้วนเป็นภาพเก่าในอดีต และคนที่อยู่ในเฟรมต่างก็คงไม่รู้ว่า“เบน สมิธ” คือ“เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติตัวสำคัญ”

โดยสองภาพที่ถูกปล่อยออกมานั้น ภาพหนึ่งเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ในปี 2557 เป็นภาพที่มี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ นายอนุทินชาญวีรกูล นายอุปกิต ปาจรียางกูร และพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ร่วมเฟรมในบรรยากาศพบปะทั่วไป ส่วนอีกภาพเป็นภาพของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในงานเลี้ยงหลักสูตรผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนายเอกนิติถ่ายร่วมเฟรมในฐานะอาจารย์และที่ปรึกษาในหลักสูตรนี้”

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งโดนเต็มๆ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมเมื่อวานนี้ โดยผู้สื่อข่าวถามว่า “รู้จักกับนายเบน สมิธ หรือไม่” นายอนุทินตอบว่า “รู้จักๆ แต่ไม่สนิท และภาพที่ปรากฏคือการเจอกันครั้งแรก” ซึ่งผู้สื่อข่าวถามต่อว่า“เจอครั้งนั้นนายเบน สมิธ บอกหรือไม่ว่าทำธุรกิจอะไร” นายอนุทิน ส่ายหน้าและว่า “เป็นคนที่คุยกันในลักษณะเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ถามว่ารู้จักหรือไม่ ก็รู้จัก และหลังจากนั้นก็เจอกันตามงานก็ทักทายกัน”

พร้อมกันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สื่อก็เห็นอยู่แล้วว่าภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อไหร่” ซึ่งโดยข้อเท็จริงก็คือถ่ายในปี 2557 ในยุครัฐบาล คสช.ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่นักการเมืองทุกคนตกงานเพราะไม่มีการเลือกตั้ง และเพื่อเป็นการยืนยันกับสื่อ นายอนุทินได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมายังได้ไปแถลงข่าวเรื่องการยึดทรัพย์สแกมเมอร์ และสื่อก็ได้ถามว่าใครมีเส้นมีสาย โดยนายอนุทินได้ย้อนคำตอบให้ฟังว่า “ผมก็พูดชัดเจนว่า หากสาวไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด”

ผู้สื่อข่าวยังได้ถามย้ำนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า“การปรากฏภาพดังกล่าวเป็นเกมการเมืองหรือไม่” นายอนุทินตอบว่า “แล้วแต่คิด ปกติแล้วผมไม่ได้ติดต่อและไม่ได้มีธุรกิจร่วมกับนายเบน สมิธ และจำไม่ได้หรือที่เขาไม่ได้สัญชาติไทยเสียที” ซึ่งผู้สื่อข่าวถามต่อว่า “เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ถูกปลดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่” นายอนุทินตอบอย่างไม่อ้ำอึ้งทันทีว่า “ใช่ ก็ว่าเป็นหนึ่งสาเหตุในข้อหาที่ผมโดนขอให้ออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ยืนยันไม่ใช่เป็นการปลดจากรัฐบาล ตอนนั้นย้ายให้ผมไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ผมไม่เอา เขาไม่ได้ปลดผมออกจากรัฐบาล ผมถอนตัวเอง”

ผู้สื่อข่าวไม่ลดละ ยังได้ถามต่ออีกว่า “พยายามกู้ภาพรัฐบาลจากปัญหาน้ำท่วม ด้วยการปราบสแกมเมอร์ แต่การปล่อยภาพนี้ออกมาเหมือนพยายามจะดึงลงเหวไปด้วยกัน” นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า “คิดวิเคราะห์และแยกเรื่องให้ถูก” และคำถามสุดท้ายผู้สื่อข่าวถามเปรี้ยงตรงประเด็นว่า “ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพดังกล่าวออกมา” นายอนุทินตอบว่า
“รู้หมด-สื่อก็รู้”

เรื่องรูปภาพนี้ไม่เพียงแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะร้อนเท่านั้น ทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ “บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่ถูกลากดึงเข้าไปอยู่ในวังวนนี้ ก็ยังต้องออกมาชี้แจงด้วยเช่นกันว่าเป็นภาพเก่า โดยเฉพาะ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งเก็บตัวเงียบมาโดยตลอดหลังลาออกจากตำแหน่ง“รองเลขาธิการพระราชวัง” ถึงกับต้องชี้แจงทางไลน์ส่วนตัวผ่านนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ระหว่างจัดรายการ“กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ว่า

“ผมได้เห็นภาพและขอชี้แจงตามนี้ว่า ภาพแรกเป็นภาพปี 2557 ขณะเรียนหลักสูตร วปอ.และเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักนายเบน สมิธ เป็นนักธุรกิจและมารับประทานอาหาร ซึ่งยังจำได้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล พูดในตอนนั้นว่าอเมริกันแชร์ คือทุกคนจ่ายค่าอาหารทุกคน ไม่มีใครเลี้ยง”

เรื่องนี้คงต้องบอกว่า “ระเบิดการเมือง”ลูกนี้แม้อานุภาพจะไม่ร้ายแรงเท่ากับทุ่นระเบิดสังหารบุคคล“PMN-2”ของเขมร แต่ก็ทำให้เดือดร้อนไปตามๆ กัน และยังจะเป็นประเด็นร้อนให้ถูกหยิบยกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายล้างกันในสนามเลือกตั้งหลังยุบสภาฯอีกด้วย !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
21:52 น. กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
21:33 น. ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
21:24 น. ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
20:40 น. พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร
เกาหลีใต้ทลายแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา อ้างเป็นจนท.รัฐหลอกเงิน-คุกคามเหยื่อ
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
หนุ่ม คงกระพัน ลุ้นตัวเกร็ง ลูกชายรับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เป็นตัวแทนสปีชขอบคุณนายกฯอนุทิน
ดูทั้งหมด
เฉิน จื้อ ถูกจับมีคนไม่กล้าดีใจออกหน้าแต่หากเป็นพระรำในจีวร
ปัญหาอยู่ที่ใคร ใครคือตัวปัญหา
บุคคลแนวหน้า : 17 มกราคม 2569
พรรคสีส้มไม่เทา แต่น่าจะดำปี๋
ทำไมทรัมป์ถึงเป็นอย่างนี้?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ

'ทรงศัก'ไม่ทน! จี้รัฐเร่งทำตามข้อเสนอความปลอดภัย-เยียวยาเหยื่อเครนมรณะ

ทำไปเพื่อ? 'เสรีพิศุทธ์'สงสัย ถาม'อยากเห็นหน้าคนทำกันไหม?'

'รัชต์พงศ์'แง้มปาก บอกคนจีนชวนลงทุนทำเว็บพนันปี 65 แต่ขายไปช่วงสมัครสส.ปี 66

‘อนุทิน’หาเสียงบางกะปิคึกคัก ชาวบ้านดีใจขอถ่ายรูป บอกเป็นนายกฯ แล้วอย่ากินเค้กส้ม

นายอำเภอบางใหญ่ บุกทลายบ่อนไก่ชน รวบนักพนัน 41 ราย

  • Breaking News
  • รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
  • กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
  • ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
  • ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
  • พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก\'มะขามแดง\'แปรรูปขาย สร้างรายได้ พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค

16 ม.ค. 2569

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

‘ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย’โกงโคตร

15 ม.ค. 2569

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

‘ขอให้ประสบความสามเจ็ด’

14 ม.ค. 2569

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

น้ำเน่าในพรรคส้มเน่า

13 ม.ค. 2569

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

‘รักลุงตู่-เลือกลุงหนู’ยิ่งมายิ่งแรง

12 ม.ค. 2569

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

‘เท้ง เด็กเลี้ยงแกะ’แคนดิเดตนายกฯพรรคส้ม

9 ม.ค. 2569

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

คว่ำประชามติยกร่าง‘รธน.’ฉบับใหม่

8 ม.ค. 2569

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก

7 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved