วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / นายซื่อตรงรักเมืองไทย
นายซื่อตรงรักเมืองไทย

นายซื่อตรงรักเมืองไทย

นายซื่อตรงรักเมืองไทย
วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
ถึงเวลายาแรงแล้วหรือยัง?

ดูทั้งหมด

  •  

สถานการณ์ล่าสุดที่ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สภาวะโควิดระดับที่ 3 หรือยัง? ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 934 ราย และเสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ก้าวกระโดดมาจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งในทางการแพทย์ได้ออกมาพูดกันถึงตัวเลขของผู้ติดเชื้อว่าหากมีตัวเลขการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อที่ประมาณ 20-22 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มไปในแบบของประเทศญี่ปุ่นที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากแต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ในทางกลับกันถ้าไม่สามารถควบคุมปริมาณผู้ติดเชื้อได้จนมีปริมาณเพิ่มวันละ 30 เปอร์เซ็นต์จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤติระดับเดียวกับประเทศอิตาลี ทั้งหมดคือการคาดการณ์จากจำนวนประชากรและการศึกษากรณีที่เกิดในต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องประเมินได้แล้วว่าประเทศไทยอาจต้องใช้ยาแรงเพื่อระงับยับยั้งการแพร่กระจายก่อนที่จะสายเกินไป

มติครม.ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการอนุมัติเงินกว่า 4 หมื่น 5 พันล้านบาทจากงบกลาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤติโควิดในทั้งทางตรงและทางอ้อม และมีมติให้อำนาจนายกฯในการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อใช้ในการควบคุมสถานการณ์ซึ่งกำหนดวันเวลาว่าจะประกาศใช้วันที่ 26 มี.ค. 2563 นี้ ซึ่งจะออกมาในรูปแบบใดต้องติดตามในวันที่26 แต่มีการคาดการณ์กันไปในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการประกาศปิดเมืองให้ประชาชนอยู่ในบ้าน หรือยังคงให้ดำเนินชีวิตตามปกติเพียงแต่มีเคอร์ฟิวให้เข้าอยู่ในเคหสถานในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมาตรการจะค่อยๆ เข้มขึ้นตามสถานการณ์และความรุนแรงของโรคที่มากขึ้นไปด้วย


อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็มิวายมีคนเล่นการเมืองท่ามกลางวิกฤติของชาติ ความขัดแย้งทางการเมือง คือกับดักที่ถ่วงรั้งกระบวนการแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 ทั้งที่ควรเป็นวาระระดับชาติที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันแก้ไขแม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่ในฐานะผู้แทนของประชาชน หรือกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ปากบอกอาสาทำเพื่อประชาชน

การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไม่เกี่ยวกับความเชื่อทางการเมือง ประชาชนทุกคนล้วนสามารถติดโรคกันได้อย่างถ้วนหน้า สิ่งที่นักการเมืองทั้งหลายที่ใกล้ชิดประชาชนพึงต้องทำในเวลานี้ คือช่วยเหลือประชาชน หรืออย่างน้อย พยายามสื่อสารข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และเป็นความรู้ในการป้องกันตนเองของประชาชนไปในแนวทางเดียวกัน

ในช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นอย่างมากทั้งอัตราของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่อาจถึง 1,000 รายเร็วๆ นี้ และการออกมาตรการที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นจากทางภาครัฐ ที่ประชาชนควรติดตามข่าวให้ดี รวมทั้งการมอบอำนาจให้จังหวัดได้ดำเนินการบางส่วนได้เองที่ประชาชนในพื้นที่ยิ่งต้องติดตามข่าวจากจังหวัดตนเองอย่างใกล้ชิด อย่างการประกาศเปิดจุดคัดกรองของจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งเข้าและออก รวมถึงอีกหลายจังหวัด โดยขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ที่เผชิญปัญหาต่างกัน หรือการประกาศปิดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารในพื้นที่ กทม. โดยที่อนุญาตให้ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสดยังสามารถเปิดทำการได้ ส่วนร้านอาหารสามารถซื้อกลับบ้านได้เท่านั้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดแม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง

แต่สุดท้ายก็เหมือนสะดุดขาตัวเองเพราะโฆษกรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์แย้งทันทีในทำนองว่ายังไม่มีมาตรการปิดห้างสรรพสินค้า ให้ฟังประกาศจากราชการเท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติงานแบบนี้สร้างความสับสนให้กับประชาชนว่าในสถานการณ์ความวุ่นวายเช่นนี้ควรฟังใครกันแน่? ได้มีการประสานกันหรือไม่? ซึ่งแทนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลกลับเป็นการลดทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่มีอยู่น้อยอยู่แล้วให้น้อยลงไปอีก ซึ่งก็มีประชาชนออกมาตั้งคำถามว่าสถานการณ์เช่นนี้ควรได้เห็นการเคลื่อนไหวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานหรือไม่? เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจน และเชื่อถือได้

ในช่วงเวลาที่วิกฤติของประเทศและยากลำบากของประชาชน นอกจากเราจะไม่เห็นพวกนักการเมืองสามัคคีออกมาช่วยเหลือประชาชนแล้ว ก็ยังเห็นการโจมตีสร้างความขัดแย้งไปมา ในประเด็นการบริหารจัดการเรื่องโควิด ว่าใครถูกใครผิด

อย่างไรก็ตาม ก็มีการวิพากษ์ วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจ ที่ก่อนหน้ารัฐบาลเตรียมแจกเงินประชาชนแต่ล่าสุดแต่ละพรรคก็มีการเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจไปในทำนองคล้ายๆ กัน มีขุนพลเพื่อไทยอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ที่ออกมาพูดว่า ต้อง
ก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองไปก่อน และเสนอแนวทางในเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบจากการหยุดงาน เลิกจ้าง หรือการขาดรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราภาษี การลดค่าน้ำไฟ การพักชำระหนี้ ซึ่งว่าไปข้อเสนอเป็นเรื่องที่น่าสนใจและดูแตกต่างจากการแจกเงิน และต่อมาอีกหลายพรรคก็นำเสนอแพ็กเกจแจกประมาณนี้ นับไปแล้วในอดีตเวลาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจในประเทศเราก็จะเลือกใช้นโยบายประมาณนี้เพื่อลดรายจ่ายประชาชน

แต่ครั้งนี้สถานการณ์ที่เป็นสถานการณ์ค่อนข้างฉุกเฉินและอาจไม่ได้ตีกรอบเฉพาะไทย แต่หมายรวมไปถึงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากสภาวะโควิดเช่นกัน หากให้รัฐบาลตัดรายได้ของตัวเองเสียทั้งหมดเพื่ออุ้มธุรกิจทุกภาคส่วน จะตอบโจทย์หรือไม่? เพราะรัฐบาลยังคงมีภาระที่ต้องแบกรับในการจัดทั้งบริการสาธารณะ การทำรัฐสวัสดิการแก่คนพิการ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงงานสาธารณสุขที่จำเป็นอย่างยิ่งในนาทีนี้

แน่นอนว่ามาตรการในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศให้มีการหยุดงาน และจำกัดพื้นที่การแพร่เชื้อเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แต่ต้องคิดให้รอบคอบและแยกส่วนงบประมาณรัฐควรทุ่มมาแก้ปัญหาแต่ก็ต้องคิดถึงเป้าหมายว่าจะส่งประโยชน์ถึงมือประชาชนตามเป้าแต่ละกลุ่มที่มีปัญหาแตกต่างกันหรือไม่ และต้องคำนึงถึงภาระการคลังหลังจากนี้เช่นกันอย่างไรก็ตาม การเสนอแข่งนโยบายกันของพรรคการเมืองก็นับว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยิ่ง

แต่ในขณะที่สถานการณ์เช่นนี้ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีการเปิดตัวของคณะก้าวหน้าโดยมีนายธนาธร นายปิยบุตร และนางสาวพรรณิการ์ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก็มีคนตั้งคำถามว่าถูกเวลาหรือไม่ และประชาชนได้ประโยชน์ในภาวะวิกฤติฉุกเฉินนี้อย่างไร? เป็นการฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของประเทศหรือไม่?

หลายฝ่ายทราบดีถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่และการตัดสิทธิ์นักการเมืองบางส่วนในช่วงระยะหนึ่ง แต่การออกมาเรียกกระแสทางการเมือง พร้อมปล่อยแคมเปญ “3 ยุบ 2 เลิก แก้วิกฤติชาติ” โดยเสนอให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และ สว.แต่งตั้ง เลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ที่ให้นิรโทษกรรมคณะรัฐประหาร แก้มาตรา 265 เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญให้โดยตัวแทนของประชาชน แล้วนำมาโยงกับเรื่องโควิดโดยใช้หน้ากากอนามัยเป็นสื่อแสดงข้อความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล

ทำแบบนี้คิดว่าดีต่อประชาชนในยามฉุกเฉินเช่นนี้หรือ? สอดรับกับพรรคที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนอย่างพรรคก้าวไกล ได้ออกมาพูดถึงมาตรการออก พ.ร.ก. ในทำนองว่าต้องใช้ในสภาวะที่เหมาะสมเท่านั้นเพราะอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯย่อมส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของประชาชน ถูกว่าการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯจะกระทบเสรีภาพของประชาชนแต่ขณะนี้สถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เสรีภาพ กับความปลอดภัยในชีวิตสิ่งใดควรมาก่อนกัน เรื่องนี้ประชาชนตัดสินได้เอง?

ซึ่งก็มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้เห็นต่างจากกลุ่มอดีตอนาคตใหม่ก็ต่างตั้งคำถามว่าถูกที่ถูกเวลาหรือไม่ และตกลงแล้วใครที่ไม่ก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง? ประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานี้กำลังประสบปัญหาทางสาธารณสุขที่อาจไม่พอเพียง และต่อมากำลังจะเผชิญกับปัญหาปากท้อง และชีวิต คือครอบครัวที่ต้องรักษาไว้ ซึ่งนั่นทำให้กระบวนการภาคการเมืองจำต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้อยู่ถูกที่ถูกทาง และเป็นประโยชน์กับประชาชนในภาวะวิกฤติฉุกเฉินตอนนี้

การเดินนโยบายของรัฐบาลต่อจากนี้ที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่าง สุขภาพและการมีชีวิตรอดของประชาชนจากโรคภัย กับ ปากท้องและการมีชีวิตรอดจากการที่ไม่อดตาย เพราะเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่เคยมีใครเผชิญมาก่อน และไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร จึงยากที่จะต้องตัดสินใจ แต่นี่อาจเป็นส่วนสำคัญของมนุษยชาติให้ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่หลังจากนี้....

“ธรรมดาผู้มีปัญญาอันพิสดาร แม้จะคิดการสิ่งใดก็ลึกซึ้ง ผู้มีปัญญาน้อยหาหยั่งรู้ถึงตลอดไม่ อุปมาเหมือนพญาครุฑ แม้จะไปในทิศใดก็ย่อมบินโดยอากาศอันสูงสุดสายเมฆ

มิได้บินต่ำเหมือนสกุณชาติซึ่งมีกำลังน้อย”

ขงเบ้ง สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
10:19 น. หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง
10:15 น. ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์
09:56 น. ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน
09:56 น. ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ
09:38 น. ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น
ดูทั้งหมด
เด๋อ ดอกสะเดา น้ำตาซึม เสียดายไม่ได้อยู่ในวันสำคัญของลูก ทั้งที่รอมาทั้งชีวิต
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ม.ค.69
ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน
เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด
ปู กนกวรรณ โพสต์ต่อเนื่อง! ลั่น'ถ้าจะไป ขอไปพี่อ้อยพี่ฉอด'
ดูทั้งหมด
สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง
‘ทักษิโณมิกส์’จำแลง‘แจกเงินล้าน’
คำไว้อาลัยแด่ คุณพ่อสมัคร ชาลีกุล โดย เจนิเฟอร์ ปีเตอร์เซน
ผู้เฒ่า 108 เพลงกระบี่
เลือก สส. แก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่เลือกอินฟลูฯ มาปั่นกระแสรายวัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง

ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ

ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน

ออย ไอรีล ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Art for Cancer จากไปอย่างสงบ หลังต่อสู้โรคมะเร็งมานานถึง 15 ปี

กรมทางหลวงชนบท แจงปมไฟไหม้ตอม่อ สะพานภูมิพล ค่าเสียหายไม่ได้สูงถึง 15 ล้าน

อินเดีย เร่งเก็บตัวอย่างเลือด-สารคัดหลั่งจากค้างคาว สกัดพาหะไวรัสนิปาห์

  • Breaking News
  • หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง หมู MUZU โพสต์ระบาย ไปกินข้าวแบบส่วนตัว เจอร้านอาหารกดดันให้ขึ้นไปร้องเพลง
  • ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ ทองไทยเดือด เปิดเช้าพุ่งพรวด 1,600 ทะลุ 75,500 ทุบสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์
  • ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน ทรัมป์ กดแคนาดาไม่หยุด ประกาศรีดภาษี100% หากเดินหน้าดีลการค้ากับจีน
  • ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ ดร.สามารถ เตือน! เร่งทางด่วนภูเก็ตสายแรกของไทย ก่อนวิกฤตรถติดทำ สะดุดทั้งเกาะ
  • ไปแพคคู่!  ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งไพ่ ทิ้งทวน

ทิ้งไพ่ ทิ้งทวน

11 พ.ค. 2566

นิ่งๆอาจกินเรียบ

นิ่งๆอาจกินเรียบ

4 พ.ค. 2566

ทางเลือกหรือทางรอด?

ทางเลือกหรือทางรอด?

27 เม.ย. 2566

ยังคาดเดาอะไรไม่ได้

ยังคาดเดาอะไรไม่ได้

20 เม.ย. 2566

เปลี่ยนเพื่อไปต่อ

เปลี่ยนเพื่อไปต่อ

13 เม.ย. 2566

ฉากเดิมๆ

ฉากเดิมๆ

6 เม.ย. 2566

ระฆังเริ่มยก

ระฆังเริ่มยก

30 มี.ค. 2566

ล้างไพ่สลายขั้ว

ล้างไพ่สลายขั้ว

23 มี.ค. 2566

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved